SUM SEUA ROLEPLAY HUB
Discord

เรื่องราวของคุณเริ่มต้นที่เมืองซุ้มเสือ

กฎเซิร์ฟเวอร์
ซุ้มเสือ Roleplay

เว็บไซต์กฎสำหรับเซิร์ฟเวอร์เกม RedM แนว Serious Roleplay ธีมประเทศไทยยุค พ.ศ.2450 — เมืองชายแดน รัฐ ขุนโจร อาคม และการเล่าเรื่องที่จริงจัง

RedM Server กำลังเตรียมเปิดเมือง
Discord Community เปิดรับพลเมือง
Rules Version v1.0 / 2569
โลโก้ซุ้มเสือ
คำขวัญเมือง เรื่องราวไม่ได้ถูกเขียนไว้ แต่ถูกสร้างด้วยการกระทำของผู้คน
ประกาศสำคัญ

ผู้เล่นทุกคนต้องอ่านและเข้าใจกฎก่อนเข้าเมือง เวอร์ชันนี้เพิ่มหัวข้อหลักและหัวข้อย่อยที่ยังขาดจากหน้าอ้างอิง เพื่อให้ค้นหาและบังคับใช้กฎได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น

History

ประวัติศาสตร์เมืองซุ้มเสือ

พ.ศ.2450 ดินแดนชายแดนที่รัฐส่วนกลางกำลังขยายอำนาจเข้าสู่หัวเมือง ผู้คนต่างถิ่นหลั่งไหลเข้ามาหาโอกาส ขณะที่ขุนโจร ตระกูลเก่า พ่อค้า และผู้รู้วิชาอาคม ต่างช่วงชิงพื้นที่ของตนเอง

กลุ่มอำนาจในเมืองซุ้มเสือ

เมืองซุ้มเสือในปี พ.ศ.2450 คือหัวเมืองชายแดนที่กฎหมายยังตั้งหลักไม่มั่นคง ความวุ่นวายเปิดช่องให้คนบางกลุ่มกอบโกยอำนาจ ชื่อเสียง เงินทอง และผลประโยชน์ ขณะเดียวกัน บางคนก็เพียงต้องการปกป้องบ้าน คนของตนเอง หรือระเบียบเก่าที่ตนเชื่อว่าถูกต้อง

กองบัญชาการพระนคร

ตัวแทนอำนาจรัฐที่เข้ามาจัดระเบียบเมืองชายแดน ตรวจตรา จับกุม และผลักดันกฎหมายให้เกิดขึ้นจริง บางคนมาด้วยอุดมการณ์ ต้องการทำให้บ้านเมืองสงบและกฎหมายมีน้ำหนัก แต่บางคนกลับมองซุ้มเสือเป็นบันไดไต่เต้า ใช้ความวุ่นวายสร้างผลงาน เก็บส่วย เลือกข้าง และสะสมอำนาจเงียบ ๆ ใต้ตราประทับของราชการ

อาคม

เมืองซุ้มเสือมีรากความเชื่อเรื่องอาคมสืบทอดมาแต่ครั้งเก่า ทั้งคาถา เครื่องราง และพิธีกรรมที่ผู้คนใช้ยึดเหนี่ยว ปกป้องตนเอง หรือแสวงหาอำนาจ บ้างใช้วิชาเพื่อช่วยเหลือผู้คน บ้างกลับใช้ศาสตร์เร้นลับเพื่อผลประโยชน์ จนอาคมกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่า ความกลัว และอำนาจในเมืองแห่งนี้

Community Rules

กฎชุมชนและมารยาท Discord

01

เคารพผู้เล่น

ห้ามด่าทอ คุกคาม เหยียด หรือทำให้ผู้เล่นอื่นรู้สึกไม่ปลอดภัยทั้งในเกมและนอกเกม

02

แยก IC / OOC

ความขัดแย้งในบทบาทต้องไม่กลายเป็นความขัดแย้งนอกเกม และห้ามนำเรื่อง OOC ไปแก้แค้นในเกม

03

ร้องเรียนด้วยหลักฐาน

เมื่อต้องการร้องเรียน ให้เตรียมคลิป ภาพ เวลาเกิดเหตุ ชื่อตัวละคร และคำอธิบายเหตุการณ์ให้ครบถ้วน

Punishment Guide

แนวทางการตัดสินโทษ

ทีมงานพิจารณาจากเจตนา ผลกระทบ หลักฐาน ประวัติการกระทำผิด และความร่วมมือหลังเกิดเหตุ

ระดับตัวอย่างความผิดแนวทางลงโทษ
เล็กน้อยพลาด RP ครั้งแรก, ใช้คำสั่งผิดบริบทตักเตือน / ให้แก้ไข RP / รีเซ็ตผลลัพธ์
ปานกลางPG, VOL, RDM, RK, MGพักการเล่น / รีเซ็ตตัวละคร (CK)
ร้ายแรงโกง, ใช้บั๊ก, คุกคาม, ทำลายชุมชนแบนถาวร

Role & Ethnicity Guide

แนวทางบทบาท & เชื้อชาติ

ทุกตัวละครที่เดินทางเข้าสู่เมืองซุ้มเสือ ล้วนมีที่มา เหตุผล และร่องรอยของอดีตติดตัวมา ไม่ว่าจะเป็นคนบ้านนอก ผู้เร่ร่อน พ่อค้า ชาวต่างถิ่น หรือผู้แสวงหาโอกาสในดินแดนชายแดนแห่งนี้ เมืองซุ้มเสือในปี พ.ศ.2450 คือพื้นที่ที่ผู้คนหลากหลายเข้ามาเขียนชะตาของตนเอง ภายใต้กฎบ้านเมือง ความเชื่อ และความวุ่นวายที่พร้อมกลืนกินทุกคน

พื้นเพตัวละคร

ตัวละครสามารถเป็นได้ทั้ง ชาวบ้านในพื้นที่เมืองซุ้มเสือ หรือ ผู้เดินทางมาจากต่างถิ่น แต่ควรมีที่มาชัดเจนว่าเกิดที่ใด เติบโตมาอย่างไร มีเหตุผลใดที่ทำให้อยู่ในเมืองแห่งนี้ อาจเป็นคนทำไร่ ทำนา พ่อค้า คนงาน พรานป่า ลูกจ้าง หรือผู้เร่ร่อนที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่

ชาวบ้านในพื้นที่

ผู้ที่เกิดและเติบโตในเมืองซุ้มเสือย่อมผูกพันกับชุมชน วัด ป่าเขา ตลาด ท่าเรือ หรือหมู่บ้านของตนเอง อาจรู้จักผู้คนในพื้นที่ มีเรื่องเล่าประจำตระกูล มีความเชื่อท้องถิ่น หรือมีบาดแผลจากเหตุการณ์ในอดีต แต่ไม่ควรอ้างตนเป็นผู้มีอำนาจใหญ่โตโดยไม่มีการยอมรับจากระบบและผู้เล่นอื่น

ผู้อพยพจากต่างถิ่น

ผู้ที่เดินทางเข้ามาในเมืองซุ้มเสืออาจมาจากพระนคร หัวเมืองอื่น ชายแดน หรือแดนไกล ด้วยเหตุผลแตกต่างกัน เช่น หางาน หนีภัย ค้าขาย ตามหาญาติ เริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือแสวงหาโอกาสในเมืองชายแดน ตัวละครควรมีเหตุผลการเดินทางที่สมเหตุสมผล และมีเป้าหมายที่สามารถต่อยอดเป็น RP ได้

เชื้อชาติและถิ่นกำเนิด

สามารถเล่นเป็นคนท้องถิ่น คนต่างถิ่น หรือชาวต่างชาติได้ แต่ควรมีพื้นหลัง ภาษา อาชีพ และพฤติกรรมที่เข้ากับยุคสมัย พ.ศ.2450 หลีกเลี่ยงการใช้เชื้อชาติหรือสำเนียงเพื่อเหยียด ล้อเลียน หรือสร้างความไม่สบายใจแบบ OOC ทุกเชื้อชาติควรถูกใช้เพื่อเพิ่มมิติของตัวละครและเรื่องราว

ภาษาและสำเนียง

ภาษา สำเนียง และคำพูดสามารถใช้เพื่อเพิ่มบรรยากาศของตัวละครได้ เช่น สำเนียงชาวบ้าน คนเมือง คนชายแดน หรือคนต่างถิ่น แต่ควรใช้พอดี ไม่มากเกินจนรบกวนการสื่อสาร ไม่ใช้เพื่อเยาะเย้ย และไม่ใช้เป็นข้ออ้างในการหลีกเลี่ยงหรือทำลายการ RP ของผู้อื่น

การยกระดับตัวละคร

การมีชื่อเสียง ตำแหน่ง อำนาจ วิชาอาคม ทรัพย์สิน หรือความน่าเกรงขาม ควรเกิดจากการกระทำในเมือง ไม่ใช่การเขียนประวัติเพื่อให้ตัวละครเหนือกว่าผู้อื่นตั้งแต่แรก ตัวละครทุกคนควรเริ่มจากจุดที่สมเหตุสมผล และค่อย ๆ สร้างเส้นทางของตนผ่านเรื่องราว ความสัมพันธ์ และผลลัพธ์จากการ RP

Server Rules

กฎเซิร์ฟเวอร์


หมวดนี้เป็นกฎระบบและกติกาส่วนกลาง เช่น บัญชีผู้เล่น โปรแกรมโกง ซื้อขายเงินจริง สตรีม โรลพิเศษ หน่วยงานรัฐ และการร้องเรียน

  • ห้ามใช้โปรแกรมภายนอก เครื่องมือโกง มาโคร หรือวิธีใด ๆ ที่ทำให้ได้เปรียบผู้เล่นอื่น
  • ห้ามใช้บั๊กของเกมหรือสคริปต์เพื่อฟาร์มเงิน หนีการจับกุม ทะลุสิ่งกีดขวาง หรือหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ RP
  • เมื่อพบบั๊กต้องแจ้งทีมงาน ห้ามทดลองซ้ำ เผยแพร่ หรือชักชวนผู้อื่นให้ใช้ช่องโหว่
  • เจ้าของบัญชีต้องรับผิดชอบต่อทุกการกระทำที่เกิดขึ้นจากบัญชีของตนเอง
  • ห้ามให้ผู้อื่นใช้บัญชีเพื่อเข้าเมือง เล่นแทน รับโทษแทน หรือหลีกเลี่ยงบทลงโทษ
  • ห้ามสร้างบัญชีใหม่เพื่อหนีคดี หนีโทษ แอบกลับเข้าเมือง หรือทำให้ทีมงานตรวจสอบยากขึ้น
  • ห้ามซื้อขายเงินในเกม ไอเทม ทรัพย์สิน ตัวละคร บ้าน ม้า อาวุธ หรือสิทธิ์ต่าง ๆ ด้วยเงินจริงระหว่างผู้เล่น
  • ห้ามใช้ช่องทางนอกเกมเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในเกม เช่น โอนเงิน แลกของ หรือจ้างให้ทำภารกิจแทน
  • หากพบการซื้อขายเงินจริง ทีมงานสามารถริบทรัพย์สิน ยึดผลประโยชน์ และพิจารณาแบนตามความร้ายแรง
  • ตัวละครต้องมีชื่อและนามสกุลที่เหมาะสมกับบรรยากาศเมืองซุ้มเสือ ยุค พ.ศ.2450 และไม่เป็นชื่อเล่นตลก คำหยาบ มีม หรือชื่อที่ทำลายบรรยากาศ Roleplay
  • ห้ามใช้ชื่อบุคคลจริง คนดัง ตัวละครจากสื่ออื่น ชื่อการเมือง ชื่อเชิงล้อเลียน หรือชื่อที่อาจก่อให้เกิดปัญหา OOC
  • ห้ามตั้งชื่อที่สื่อว่ามียศ ตำแหน่ง อำนาจ บรรดาศักดิ์ ตระกูลใหญ่ หรือความสำคัญเหนือผู้เล่นอื่นตั้งแต่ต้น เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากทีมงานหรือเป็นบทบาทที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด
  • ทีมงานมีสิทธิ์ให้แก้ไขชื่อ นามสกุล หรือประวัติตัวละคร หากพบว่าไม่เหมาะสมกับธีมเมืองหรือทำให้เกิดความสับสนต่อระบบ RP
  • โรลพิเศษ เช่น ครูอาคม ผี/อมนุษย์ ผู้นำกลุ่ม หรือบทบาทที่มีอิทธิพลสูง ต้องผ่านการอนุมัติจากทีมงาน
  • ห้ามใช้โรลพิเศษเพื่อยกระดับตนเองให้เหนือผู้เล่นอื่นโดยไม่มีช่องให้โต้ตอบ
  • ทุกความสามารถ อำนาจ หรือสถานะพิเศษ ต้องมีข้อจำกัด ผลกระทบ และเหตุผลรองรับในเนื้อเรื่อง
  • ตำรวจและข้าราชการต้องมีเหตุอันควรในการเรียกตรวจ ค้นตัว จับกุม คุมขัง หรือออกคำสั่ง
  • ห้ามใช้อำนาจตำแหน่งเพื่อกลั่นแกล้ง ยึดของโดยไร้เหตุ หรือเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง
  • คดี การไต่สวน การลงโทษ และประกาศสำคัญ ควรมีหลักฐานหรือบันทึกที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
  • การปล้นต้องมีบทสนทนา เหตุผล และเปิดโอกาสให้เหยื่อโต้ตอบตามสถานการณ์
  • การลักพาตัวต้องดูแลตัวประกัน ไม่ทิ้งให้รอนานเกินสมควร และต้องมีจุดประสงค์ของสตอรี่
  • ห้ามปล้นซ้ำ กลั่นแกล้ง หรือใช้การปล้นเป็นข้ออ้างเพื่อทำลายประสบการณ์ของผู้เล่นอื่น
  • การใช้เชือกต้องมีเหตุผลใน RP เช่น จับกุม ควบคุมตัวผู้ต้องหา ลักพาตัวตามสตอรี่ ป้องกันคนเจ็บทำร้ายตนเอง หรือเคลื่อนย้ายผู้ที่หมดสติ
  • ก่อนหรือระหว่างการมัด ควรมีบทสนทนา คำสั่ง หรือการกระทำผ่าน /me /do ให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจสถานการณ์และมีโอกาสโต้ตอบตามสมควร
  • ห้ามใช้เชือกเพื่อแกล้งผู้เล่น ลากไปทิ้งให้รอนาน ใช้กับผู้เล่น AFK ใช้ซ้ำโดยไม่มีเหตุ หรือใช้เพื่อบังคับให้เกิดสถานการณ์ที่อีกฝ่ายไม่มีทางเล่นต่อ
  • ห้ามใช้บั๊กหรือจุดผิดปกติของแผนที่ร่วมกับการมัด เช่น ลากลงน้ำเพื่อฆ่าโดยไร้ RP ขังในพื้นที่ออกไม่ได้ หรือทำให้หลุดจากฉาก/ระบบ
  • การใช้ถุงคลุมหัวต้องมีเหตุผลใน RP เช่น ลักพาตัว เคลื่อนย้ายตัวประกัน สอบสวน ป้องกันการจดจำเส้นทาง หรือเหตุการณ์เฉพาะที่มีน้ำหนักพอ
  • ผู้ถูกคลุมหัวต้องยังมีโอกาส RP ผ่านเสียง คำพูด ความรู้สึก การตอบสนอง หรือ /me /do ไม่ควรถูกปล่อยให้รอนานโดยไม่มีการเล่นต่อ
  • ห้ามใช้ถุงคลุมหัวเพื่อก่อกวน ปิดจอเล่น ๆ ลากผู้เล่นวนไปมา หรือทำให้ผู้เล่นเสียประสบการณ์โดยไม่มีเป้าหมายของสตอรี่
  • เมื่อถูกคลุมหัว ตัวละครไม่ควรจดจำเส้นทาง จุดหมาย หรือรายละเอียดภาพที่ตนมองไม่เห็น เว้นแต่มีข้อมูล IC อื่นรองรับ เช่น เสียง สภาพพื้น กลิ่น หรือคำพูดของผู้กระทำ
  • ผู้สตรีมต้องเคารพผู้เล่นอื่น ไม่ชี้นำให้ผู้ชมไปคุกคาม ก่อกวน หรือโจมตีคู่กรณี
  • ห้ามใช้ข้อมูลจากสตรีมของผู้อื่นเพื่อเข้าไปแทรกแซงเหตุการณ์หรือสร้างความได้เปรียบในเกม
  • หากมีเหตุร้องเรียนจากสตรีม ทีมงานจะพิจารณาจากหลักฐาน บริบท และผลกระทบต่อชุมชน
  • ห้ามชักชวน ยุยง หรือปลุกปั่นให้ผู้เล่นอื่นไปรุมด่า คุกคาม ก่อกวน ล่าแม่มด หรือกดดันผู้เล่น/ทีมงานทั้งในเกมและนอกเกม
  • ห้ามเผยแพร่ข้อกล่าวหา ข่าวลือ ข้อมูลส่วนตัว หรือคลิปบางช่วงบางตอนเพื่อสร้างกระแสโจมตีโดยไม่ผ่านกระบวนการร้องเรียนที่ถูกต้อง
  • ความขัดแย้งใน IC สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ต้องไม่ลากไปเป็นการโจมตีตัวผู้เล่นจริงหรือสร้างแรงกดดัน OOC
  • หากการกระทำใดทำให้ชุมชนเสียหาย ทีมงานสามารถสั่งหยุดเหตุการณ์ ลบผล RP หรือพิจารณาโทษตามความร้ายแรง
  • การร้องเรียนต้องมีหลักฐาน เช่น คลิป ภาพ เวลาเกิดเหตุ ชื่อตัวละคร และคำอธิบายเหตุการณ์ตามลำดับ
  • ห้ามปลุกปั่น ด่าทอ หรือกดดันทีมงาน/คู่กรณีระหว่างรอการตรวจสอบ
  • การอุทธรณ์ต้องชี้แจงเหตุผลอย่างสุภาพ และยอมรับผลการพิจารณาตามหลักฐานที่มี

Roleplay Rules

กฎโรลเพลย์พื้นฐาน

กฎแกนกลางสำหรับการเล่น Serious Roleplay ใช้เป็นฐานในการตีความเหตุการณ์ทุกแบบ ก่อนเข้าสู่กฎต่อสู้ อาชญากรรม หรือสตอรี่เฉพาะทาง

  • In Character (IC) หมายถึง การแสดงบทบาทสมมติของตัวละครที่ผู้เล่นสวมบทบาทอยู่ภายในเซิร์ฟเวอร์ โดยการกระทำ คำพูด ท่าที การตัดสินใจ และพฤติกรรมทุกประการ ต้องยึดโยงและสอดคล้องกับตัวตนของตัวละคร เนื้อเรื่อง สภาพแวดล้อม และบริบทของโลกภายในเกมอย่างเคร่งครัด
  • ผู้เล่นต้องสื่อสารและแสดงออกผ่านมุมมองของตัวละคร IC เท่านั้น และต้องแยกแยะระหว่าง IC กับ OOC อย่างชัดเจน
  • ห้ามนำข้อมูล ความรู้ ความรู้สึก เหตุผล หรือประสบการณ์จากชีวิตจริงหรือ OOC มาใช้ภายในเกม
  • ห้ามตัดสินใจหรือแสดงพฤติกรรมโดยอ้างจากเหตุผลนอกเกม ไม่ว่ากรณีใด ๆ
  • Out of Character (OOC) หมายถึง การสื่อสาร การกระทำ หรือการแสดงออกใด ๆ ที่อยู่นอกบทบาทของตัวละครภายในเซิร์ฟเวอร์ เป็นการพูดคุยหรือกระทำในฐานะผู้เล่นจริง เช่น เรื่องส่วนตัว ปัญหาทางเทคนิค มินิเกม ข้อมูลจากภายนอกเกม หรือประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ หรือมุมมองของตัวละครภายในโลก Roleplay
  • การใช้งาน OOC ต้องกระทำเฉพาะในช่องทาง พื้นที่ หรือรูปแบบที่เซิร์ฟเวอร์กำหนดไว้เท่านั้น และต้องไม่ก่อให้เกิดการรบกวน บิดเบือน แทรกแซง หรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ หรือบรรยากาศ Roleplay ภายในเกมโดยเด็ดขาด
  • ห้ามพูดหรือสื่อสารในลักษณะ OOC ที่รบกวนบรรยากาศ Roleplay
  • ห้ามนำข้อมูล ความรู้ หรือการสื่อสารแบบ OOC ไปใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบหรือเสียเปรียบ
  • ห้ามนำข้อมูล OOC ไปใช้ในการตัดสินใจหรือกระทำการใด ๆ ในลักษณะ IC ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
  • Meta Gaming (MG) หมายถึง การนำข้อมูล ความรู้ หรือการสื่อสารใด ๆ ที่เกิดขึ้นนอกบริบทของบทบาทสมมติ เช่น การพูดคุยผ่าน Discord การรับชมสตรีม การแชตภายนอกเกม หรือช่องทางสื่อสารอื่นใด มาใช้ภายในโลกของเกม เพื่อให้ตัวละครของตนเองหรือผู้อื่นได้เปรียบ ทั้งที่ตามเนื้อเรื่องและบทบาทของตัวละครแล้ว ไม่ควรมีทางรับรู้ข้อมูลดังกล่าว
  • Meta Gaming ถือเป็นการทำลายความสมจริง ความยุติธรรม และโครงสร้างของการ Roleplay ภายในเซิร์ฟเวอร์
  • ห้ามวางแผน ประสานงาน หรือหารือเหตุการณ์ภายในเกมผ่านช่องทาง OOC โดยไม่มีการ Roleplay ภายในเกม
  • ห้ามรับรู้ตำแหน่ง แผนการ เส้นทาง หรือการเคลื่อนไหวของผู้อื่นจาก Discord หรือการรับชมสตรีม แล้วนำมาใช้ภายในเกม
  • ห้ามดูสตรีมของผู้เล่นอื่นแล้วติดตาม หา หรือเข้าแทรกแซงเหตุการณ์ในเกม (Stream Snipe)
  • ห้ามนัดแนะหรือเข้าร่วมปฏิบัติการร่วมกัน โดยไม่มีการสื่อสารหรือเหตุผลในเชิงบทบาทสมมติรองรับ
  • ห้ามนำข้อมูลจากช่องทาง OOC ไปบอกต่อ ชี้นำ หรือสั่งการตัวละครภายในเกม โดยไม่มีที่มาทาง Roleplay
  • ห้ามเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการตัดสินใจของตัวละครทันทีจากข้อมูลภายนอกเกม โดยไม่ผ่านกระบวนการ Roleplay
  • Power Gaming (PG) หมายถึง การกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนหลักความสมเหตุสมผลของโลก Roleplay โดยเป็นการบังคับสถานการณ์ ใช้พลัง ความสามารถ ทักษะ หรือศักยภาพของตัวละครเกินขอบเขตความเป็นจริง รวมถึงการกระทำใด ๆ ที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถทำได้ ภายใต้บริบท สภาพแวดล้อม และเงื่อนไขของเกม รวมถึงการบังคับให้คนอื่นต้องแพ้ ต้องตาย หรือต้องยอมรับผล โดยไม่มีโอกาสโต้ตอบ
  • Power Gaming ถือเป็นการทำลายความสมจริง ความยุติธรรม และประสบการณ์ Roleplay ของผู้เล่นอื่น
  • ห้ามใช้พลัง ความสามารถ หรือทักษะเกินจริง โดยไม่สอดคล้องกับสภาพร่างกาย อุปกรณ์ หรือสถานการณ์
  • ห้ามส่งมอบ รับ หรือโต้ตอบกับไอเทมหผ่านกำแพง สิ่งกีดขวาง หรือวัตถุที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ตามหลัก Roleplay
  • ห้ามประสบอุบัติเหตุรุนแรง โดนชนหนัก หรือตกจากที่สูง โดยไม่แสดงอาการบาดเจ็บหรือผลกระทบใด ๆ
  • ห้ามใช้ /me เพื่อบังคับผล เช่น /me ล็อกอีกฝ่ายจนหนีไม่ได้ โดยอีกฝ่ายไม่มีโอกาสตอบ
  • ห้ามอ้างวิชาอาคม ของขลัง หรือพลังครูเพื่อบังคับว่าผู้อื่นไม่สามารถทำอะไรได้
  • Breaking Roleplay หมายถึง การพูด การกระทำ หรือการแสดงออกใด ๆ ที่ขัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกับบทบาทของตัวละคร เนื้อเรื่อง ยุคสมัย หรือบริบทของโลกสมมติภายในเซิร์ฟเวอร์ เป็นพฤติกรรมลักษณะ Out of Character (OOC) ในขณะที่ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องดำรงบทบาท In Character (IC) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรยากาศ ความสมจริง และการดำเนินเรื่องของ Roleplay ถูกทำลาย
  • Breaking Roleplay ถือเป็นการละเมิดหลักพื้นฐานของการ Roleplay และส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้เล่นอื่นภายในเซิร์ฟเวอร์
  • ห้ามกล่าวถึงเรื่องนอกเกมระหว่างสถานการณ์ Roleplay เช่น Discord การตั้งค่าเกม ปัญหาทางเทคนิค กฎของเซิร์ฟเวอร์ หรือเรื่องส่วนตัว ขณะที่ตัวละครยังอยู่ในบริบทของ RP
  • ห้ามแสดงพฤติกรรม ความรู้ หรือการรับรู้ที่ไม่สอดคล้องกับบทบาทและยุคสมัยของโลก Roleplay เช่น ตัวละครอยู่ในยุคปี พ.ศ.2450 แต่ใช้ภาษาหรือความรู้ยุคปัจจุบัน
  • ห้ามนำข้อมูลลักษณะ OOC มาใช้ภายในบทบาท ซึ่งเข้าข่ายหรือเชื่อมโยงกับ Meta Gaming
  • ห้ามปฏิเสธ หลีกเลี่ยง หรือบันทอนผลกระทบของเหตุการณ์ Roleplay โดยไม่ยอมรับผลลัพธ์ตามความสมเหตุสมผลของสถานการณ์
  • Common Sense หมายถึง การใช้ วิจารณญาณ ความมีเหตุผล และความสมเหตุสมผลของมนุษย์ทั่วไป ในการเล่นเกมและสวมบทบาท เพื่อรักษาความสมจริงของโลก Roleplay บรรยากาศการเล่นที่ดี และการอยู่ร่วมกันอย่างเหมาะสมภายในเซิร์ฟเวอร์ ผู้เล่นควรพิจารณาการกระทำของตนเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ บริบท และกฎของเซิร์ฟเวอร์ แม้ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในกฎโดยตรง
  • ผู้เล่นต้องเคารพบริบทของยุคสมัย พ.ศ.2450 ภาษา อาชีพ อำนาจรัฐ ความเชื่อ สังคม และข้อจำกัดของเมือง ไม่ควรนำพฤติกรรมหรือแนวคิดสมัยใหม่มาใช้จนทำให้เสียบรรยากาศของเซิร์ฟเวอร์
  • หากเกิดสถานการณ์ที่ไม่มีระบุไว้ในกฎชัดเจน ให้ผู้เล่นใช้เหตุผล ความสมจริง และความเหมาะสมเป็นหลัก หากมีข้อโต้แย้ง ทีมงานจะพิจารณาจากบริบท เจตนา และผลกระทบต่อ RP โดยรวม
  • Fair Play หมายถึง การเล่นเกมอย่าง ยุติธรรม โปร่งใส และให้เกียรติผู้เล่นคนอื่น โดยยึดถือกฎของเซิร์ฟเวอร์และหลักการ Roleplay เป็นสำคัญ ผู้เล่นต้องไม่ใช้วิธีการใดๆ ที่ไม่เป็นธรรม หรือกระทำการที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบแก่ตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ทั้งในเชิงระบบเกมและการดำเนินบทบาทสมมติ
  • ปฏิบัติตามกฎของเซิร์ฟเวอร์ และดำเนินบทบาทสมมติ Roleplay อย่างเคร่งครัด
  • ตัวอย่าง เช่น หมู่บ้านหนึ่งมีคนอยู่20คน ผู้ใหญ่บ้านจับโจรมาได้1คน ต้องการส่งตัวไปที่นครบาล ต้องจัดคนคุ้มกันขบวนไป8คน ไม่สามารถพากันไปทั้งหมู่บ้านเพื่อคุ้มกันการส่งตัวได้
  • Story Insertion หมายถึง การที่ผู้เล่นพยายามแทรกตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์หรือเนื้อเรื่องของผู้อื่น โดยไม่ได้รับคำเชิญ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องเดิม หรือไม่มีเหตุผลที่สมเหตุสมผลทาง RP
  • ห้ามเข้าไปยุ่งกับเหตุการณ์ของกลุ่มอื่นเพียงเพราะเห็นว่ามีเรื่องน่าสนใจ เช่น เห็นคนกำลังเจรจา เห็นการปะทะ เห็นการลักพาตัว หรือได้ยินเรื่องจาก OOC แล้วพยายามพาตัวละครเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่มีที่มา
  • หากต้องการเข้าร่วมเนื้อเรื่องของผู้อื่น ควรมีเหตุผลรองรับชัดเจน เช่น มีความสัมพันธ์กับตัวละครที่เกี่ยวข้อง ได้รับคำเชิญ ถูกว่าจ้าง มีหลักฐานใน RP หรือมีเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เชื่อมโยงตัวละครของตนกับเรื่องนั้น
  • การพบเห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ผู้เล่นต้องประเมินตาม Common Sense ว่าตัวละครของตนควรเข้าไปยุ่งหรือไม่ ไม่ใช่ทุกเหตุการณ์ที่เห็นแล้วจะมีสิทธิ์เข้าไปแทรกแซงทันที
  • การว่าจ้างต้องเกิดก่อนหรือหลังเจรจาเท่านั้น ไม่สามารถเรียกคนที่อยู่ใกล้ๆมาแล้วว่าจ้างได้ เช่น นายAมีปากเสียงกับนายB ระว่างนั้นนายCเดินผ่านมานายAตะโกนบอกนายC “หนุ่มข้าจ้างเอ็งกระทืบไอ้Bที ข้าจ้าง100บาท”
  • Value of Life หมายถึง หลักการที่ตัวละครต้องแสดงออกถึงความหวงแหนและเห็นคุณค่าของชีวิตตนเอง รวมถึงชีวิตของผู้อื่นอย่างสมเหตุสมผล สอดคล้องกับบริบท สถานการณ์ และสภาพแวดล้อมภายในโลกสมมติของเซิร์ฟเวอร์
  • ผู้เล่นต้องแสดงบทบาทในลักษณะที่ตัวละครตระหนักถึงอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัยของตนเอง เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เสี่ยงหรือถูกคุกคาม เช่น การถูกข่มขู่ ถูกจ่ออาวุธ ถูกล้อม การถูกกักขัง หรือการอยู่ในภาวะเสียเปรียบ
  • ตัวละครต้องไม่แสดงพฤติกรรมที่ละเลยชีวิตตนเองโดยไม่มีเหตุผลรองรับ เช่น พุ่งใส่สถานการณ์อันตราย ไม่ทำตามคำขู่เมื่อถูกจ่ออาวุธ หรือยั่วให้เกิดการฆ่าโดยไม่จำเป็น
  • ผู้เล่นต้องเห็นคุณค่าชีวิตของผู้อื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม ตัวประกัน ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ หรือฝ่ายตรงข้าม การกระทำใด ๆ ที่จงใจทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยไม่จำเป็น ไม่มีสมเหตุสมผล หรือใช้ชีวิตของผู้อื่นเป็นเพียงเครื่องมือต่อรองโดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์ อาจถือว่าขัดต่อหลัก Value of Life
  • ห้ามชักอาวุธขึ้นต่อสู้หรือพยายามตอบโต้ ทั้งที่กำลังถูกอาวุธจ่อในระยะประชิด หรืออยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างชัดเจน
  • ห้ามพยายามหลบหนี ขัดขืน หรือกระทำการใด ๆ โดยไม่แสดงความลังเลหรือประเมินความเสี่ยง ขณะตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง
  • ห้ามใช้คำพูด ลักษณะท่าทาง ยั่วยุ หรือกดดันฝ่ายที่ถืออาวุธหรือกำลังเหนือกว่า โดยไม่มีแผน Roleplay หรือเหตุผลทางบทบาทรองรับ
  • ห้ามจงใจลากสถานการณ์ให้เกิดการปะทะหรือเสียชีวิต ทั้งที่สามารถเจรจา ถอยหนี ยอมจำนน หรือเลือกทางออกที่ปลอดภัยกว่าได้
  • ห้ามสั่งบุก สั่งยิง หรือสั่งปะทะโดยไม่มีการวางแผนหรือประเมินสถานการณ์ จนทำให้คนในกลุ่มเสียชีวิตโดยไม่จำเป็น
บทลงโทษกรณีผิดกฎ Value of Life: หากการฝ่าฝืนส่งผลให้เกิดการปะทะและมีตัวละครเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น ผู้กระทำผิดและสมาชิกในกลุ่มของผู้กระทำผิดที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว จะถูก CK เนื่องจากถือว่าเป็นผลลัพธ์จากการกระทำที่ไม่ให้คุณค่าต่อชีวิตของตนเองและผู้อื่นภายในบทบาท RP
  • Random Death Match (RDM) หมายถึง การใช้ความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย หรือการสังหารตัวละครอื่น โดยปราศจากเหตุผลที่ชัดเจน สมเหตุสมผล และไม่สอดคล้องกับบริบทของบทบาทสมมติ รวมถึงการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการสร้างสถานการณ์ บทสนทนา หรือปฏิสัมพันธ์ทาง Roleplay ที่เหมาะสมก่อนเกิดเหตุการณ์ ไม่ว่าจะกระทำต่อผู้เล่นหรือ NPC ก็ตาม
  • RDM ถือเป็นการทำลายบรรยากาศ ความยุติธรรม และโครงสร้างของการ Roleplay ภายในเซิร์ฟเวอร์
  • ห้ามยิง ทำร้าย หรือโจมตีผู้เล่นคนอื่นทันที โดยไม่มีการพูดคุย บทนำ หรือบริบททาง Roleplay
  • ห้ามสังหารหรือทำร้ายผู้เล่นจากความขัดแย้งส่วนตัวนอกบทบาท หรือปัญหาส่วนตัวของผู้เล่นจริง
  • ห้ามใช้เหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผลหรือไม่มีมูลเหตุรองรับในเชิงบทบาทของตัวละคร เพื่อก่อเหตุความรุนแรง
  • ห้ามยิงพลเรือน NPC หรือก่อเหตุรุนแรงในเมืองและพื้นที่สาธารณะเพียงเพื่อความบันเทิงส่วนตัว หรือสร้างความวุ่นวายโดยไม่มีเนื้อเรื่องรองรับ
  • Spawn Kill (SK) หมายถึง การทำร้ายหรือสังหารผู้เล่นในช่วงเวลาทันทีหลังจากที่ตัวละครเกิดใหม่ Respawn หรือเพิ่งเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ โดยที่ผู้เล่นยังไม่มีโอกาสเริ่มต้นบทบาทสมมติ ป้องกันตัว ตอบโต้ หรือมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ ตามบริบทของ Roleplay
  • Spawn Kill ถือเป็นการเอาเปรียบผู้เล่นอื่น และเป็นการทำลายความยุติธรรมและบรรยากาศของการ Roleplay ภายในเซิร์ฟเวอร์
  • ห้ามดักรอ ซุ่มโจมตี หรือเฝ้าพื้นที่จุดเกิด Spawn Point เพื่อทำร้ายหรือสังหารผู้เล่น
  • ห้ามก่อเหตุความรุนแรงซ้ำ ๆ ต่อผู้เล่นรายเดิมทุกครั้งที่เกิดใหม่ โดยผู้เล่นยังไม่สามารถเริ่มต้นการ Roleplay ได้ตามปกติ
  • ห้ามใช้ประโยชน์จากตำแหน่ง จุดทางเข้า หรือจุดที่แยกมิติ เพื่อดักยิง ดักซุ่ม หรือควบคุมพื้นที่ โดยไม่เปิดโอกาสให้เกิดการโต้ตอบหรือปฏิสัมพันธ์เชิงบทบาทสมมติ
  • Character Kill (CK) หมายถึง การสิ้นสุดถาวรของตัวละครภายในโลก Roleplay หรือตัวละครเสียชีวิตแบบถาวร เมื่อตัวละครถูกดำเนินการ CK แล้ว จะถือว่าตัวละครนั้นจบเรื่องราวลงโดยสมบูรณ์ และไม่สามารถนำกลับมาใช้งานต่อได้
  • การดำเนินการ CK ต้องได้รับการยืนยันจากเจ้าของตัวละครล่วงหน้า หรือเป็นส่วนหนึ่งของระบบการลงโทษตามกฎของเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
  • เมื่อตัวละครถูก CK แล้ว ตัวละครดังกล่าวจะไม่สามารถฟื้นคืน นำกลับมาเล่นต่อ หรือใช้งานในรูปแบบเดิมได้อีก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
  • ห้ามนำตัวละครที่ถูก CK แล้วกลับมาใช้งานอีกครั้ง ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม
  • ห้ามใช้ชื่อเดิม หน้าตาเดิม ประวัติเดิม หรือความสัมพันธ์เดิมของตัวละครที่ถูก CK
  • ห้ามอ้างเหตุผลหรือหาวิธีทำให้ตัวละครที่ถูก CK กลับมามีบทบาทในโลก Roleplay อีกครั้ง
  • ห้ามบิดเบือน เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเหตุการณ์ CK เพื่อให้เกิดผลดีต่อตัวละครของตนเอง
  • Revenge Kill (RK) หมายถึง การกลับมาแก้แค้น หรือพยายามทำร้าย/สังหารผู้เล่นที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารตัวละครของตนเอง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยไม่เป็นไปตามเงื่อนไขและกระบวนการ Roleplay ที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด
  • เสียชีวิต (Death): หากผู้เล่นหลังชีวิตหมดจากสถานการณ์ใด ๆ เช่น ถูกยิง ถูกแทง ถูกยิงหรือมอมมีดซ้ำขณะสลบ จะถือว่าเป็นการเสียชีวิตโดยสมบูรณ์ ตัวละครจะไม่มีความทรงจำใด ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น และหมดสิทธิ์กลับมาแก้แค้นหรือยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์เดิมโดยเด็ดขาด
  • สลบ (Unconscious): หากผู้เล่นหลังชีวิตหมดจากสถานการณ์ใด ๆ เช่น ถูกเตะต่อย ของไม่มีคมหรือฟาดม้า รักบี้ หรือชน ไม่มีค่าเป็นการเสียชีวิต ผู้เล่นสามารถกลับเข้าร่วมเหตุการณ์เดิมได้หลังฟื้นคืนสติ สามารถจดจำเหตุการณ์ก่อนและหลังการสลบได้ทั้งหมด ยกเว้นช่วงเวลาที่หมดสติ
  • ผู้เล่นที่เสียชีวิตจะต้องสิ้นสุดบทบาทในเหตุการณ์นั้นทันที และไม่มีสิทธิ์แทรกแซงหรือแก้แค้นอีก
  • การล้างแค้นต้องมีการเจรจาและ Roleplay รองรับ ไม่สามารถใช้ความรุนแรงทันทีโดยไม่มีบทสนทนา
  • สามารถใช้อ้างอิงหลักฐานเชิง RP ได้ เช่น กระดาษจดหมาย การบอกเล่า โดยการมอบ ส่ง หรือบอกเล่าให้ผู้อื่นก่อนที่ตัวละครจะเสียชีวิตในสตอรี่เท่านั้น
  • หากมีการใช้ความรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งที่ยังไม่มีการเจรจาหลังจากการปะทะครั้งก่อนแล้ว จะถือว่าเข้าข่ายผิดกฎ RDM ทันที
  • Combat Logging หมายถึง การที่ผู้เล่นออกจากเกม (Log Out) หลุดออกจากเซิร์ฟเวอร์ หรือปิดเกมโดยเจตนา ในขณะที่ตัวละครยังอยู่ในสถานการณ์สำคัญหรือสถานการณ์อันตราย ที่กำลังดำเนิน Roleplay อยู่ เช่น การต่อสู้ การถูกจับกุม การไล่ล่า หรือเหตุการณ์อื่นใดที่ยังไม่สิ้นสุด
  • ออกจากเกมทันทีในระหว่างการยิงปะทะ การต่อสู้ หรือการไล่ล่า
  • ออกหรือหลุดจากเซิร์ฟเวอร์ขณะถูกควบคุมตัว หรือใกล้ถูกจับกุม แล้วไม่กลับมาเล่นต่อ
  • ปิดเกม รีสตาร์ทเกม หรือหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อ เพื่อหนีผลลัพธ์ของสถานการณ์ RP
  • Away From Keyboard (AFK) หมายถึง การที่ผู้เล่นไม่อยู่หน้าจอ หรือไม่มีการควบคุมตัวละครเป็นระยะเวลาหนึ่ง ในขณะที่ยังคงเชื่อมต่ออยู่กับเซิร์ฟเวอร์ การ AFK อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนิน Roleplay โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่มีผู้เล่นอื่นเกี่ยวข้อง หรืออยู่ในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่กิจกรรมที่มีการโต้ตอบระหว่างผู้เล่น
  • หากผู้เล่นจำเป็นต้อง AFK ควรนำตัวละครไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว พื้นที่ปลอดภัย หรือพื้นที่ลับตาผู้คน เช่น บ้านพัก ห้องส่วนตัว มุมอับสายตา หรือสถานที่ที่ไม่รบกวนการ RP ของผู้อื่น
  • การ AFK ไม่ถือเป็นเกราะป้องกันตัวละคร หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้เล่น AFK เช่น ถูกลักพาตัว ถูกจับกุม ถูกค้นตัว ถูกควบคุมตัว หรือถูกพาออกจากพื้นที่ ผู้เล่นต้องยอมรับผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์ เมื่อกลับมาจาก AFK แล้ว ห้ามอ้างว่า “เมื่อกี้ข้าเหม่ออยู่” เพื่อปฏิเสธ ลบล้าง หรือย้อนผลของ RP ที่เกิดขึ้นไปแล้ว หากเหตุการณ์นั้นดำเนินไปอย่างสมเหตุสมผลตามบริบทของเกม อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เข้าข่าย Offensive Roleplay ยังคงต้องเป็นไปตามกฎและเงื่อนไขของ Offensive Roleplay แม้ตัวละครของผู้เล่นจะอยู่ในสถานะ AFK ก็ตาม
  • Offensive Roleplay หมายถึง บทบาทที่มีเนื้อหารุนแรง ล่อแหลม กระทบจิตใจ หรือส่งผลร้ายแรงต่อตัวละคร เช่น การทรมาน การข่มขู่รุนแรง การทำร้ายจนพิการ การตัดอวัยวะ การประจาน การล่วงละเมิด หรือเหตุการณ์ที่มีผลกระทบหนักต่อตัวละคร
  • การกระทำที่มีผลถาวรต่อร่างกายหรือชีวิตตัวละคร เช่น การตัดอวัยวะ ทำให้พิการ ทำให้เสียโฉม หรือบังคับให้ตัวละครเปลี่ยนทิศทางชีวิต ต้องได้รับความยินยอมจากผู้เล่นเจ้าของตัวละครก่อนเสมอ
  • บทบาทที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศ การข่มขืน หรือเนื้อหาทางเพศที่รุนแรง ต้องได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนจากผู้เล่นที่เกี่ยวข้องก่อนเท่านั้น และสามารถปฏิเสธหรือหยุด RP ได้ทุกเมื่อโดยไม่ถือว่าผิดกฎ
  • ห้ามบังคับ กดดัน ขู่ หรือใช้สถานการณ์ในเกมเพื่อให้ผู้เล่นจำยอมเข้าร่วม Offensive Roleplay หากอีกฝ่ายไม่ยินยอม ต้องเปลี่ยนแนวทาง RP ทันที
  • หากมีการยินยอมให้เล่น Offensive Roleplay ควรเล่นเท่าที่จำเป็นต่อเนื้อเรื่อง หลีกเลี่ยงการบรรยายรายละเอียดที่รุนแรงเกินไป น่ารังเกียจเกินจำเป็น หรือสร้างความไม่สบายใจแก่ผู้เล่นรอบข้าง
  • ผู้เล่นสามารถขอใช้วิธี ตัดฉาก / Fade to Black ได้ หากเนื้อหานั้นจำเป็นต่อเรื่องราวแต่ไม่ต้องการเล่นรายละเอียดทั้งหมด โดยให้ถือว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตามที่ตกลงกันไว้
  • Sexual Harassment หมายถึง การกระทำ การแสดงออก หรือการสื่อสารใดๆ ที่มีลักษณะ ล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ท่าทาง การกระทำ หรือข้อความที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ ความอับอาย หรือผลกระทบทางจิตใจต่อผู้เล่นอื่น
  • Toxic Behavior หมายถึง การสื่อสาร หรือการแสดงออกของผู้เล่นที่ ส่งผลเสียต่อบรรยากาศของการสวมบทบาท (Roleplay) และสังคมภายในเซิร์ฟเวอร์ เช่น การพูดจาล่วงละเมิด การกลั่นแกล้ง การดูถูก เหยียดหยาม หรือการแสดงอารมณ์ในทางลบที่เกินขอบเขตความเหมาะสม
  • ใช้คำด่าทอหยาบคายรุนแรง โดยพาดพิงถึงบุพการี อวัยวะเพศ หรือการล่วงละเมิดในลักษณะที่ไม่เหมาะสม
  • ใช้เสียงไมโครโฟนรบกวน เช่น พูดเสียงดังเกินควร บูสไมค์ หรือส่งเสียงรบกวน ระหว่างการสนทนา การดำเนินสตอรี่ หรือการปะทะยิงกัน
  • Body Buff หมายถึง การยิงซ้ำใส่ร่างของตัวละครที่ล้มลง หมดสภาพ หรืออยู่ในสถานะที่ไม่สามารถตอบโต้ได้ เพื่อยืนยันผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
  • ห้ามยิงซ้ำหลายครั้ง ห้ามรัวกระสุนใส่ร่าง ห้ามแทงซ้ำ เตะซ้ำ หรือกระทำซ้ำกับร่างที่หมดสภาพ เพราะจะถือว่าเป็นการกระทำเกินจำเป็นและทำลายบรรยากาศ Roleplay
  • Injury Cooldown หมายถึง ระยะเวลาพักฟื้นของตัวละครหลังได้รับบาดเจ็บ สลบ ถูกยิง ถูกแทง ถูกทำร้าย หรือผ่านเหตุการณ์รุนแรงที่ส่งผลต่อร่างกาย
  • หลังได้รับบาดเจ็บ ผู้เล่นควรพาตัวละครไปพักฟื้นในพื้นที่เหมาะสม เช่น โรงพยาบาล บ้านพัก ห้องพัก หรือสถานที่ปลอดภัย เป็นระยะเวลาตามสมควรกับอาการและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
  • หากผู้เล่นฝ่าฝืนและนำตัวละครที่บาดเจ็บไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจนเกิดเหตุ ต้องยอมรับผลของ RP ที่ตามมา ไม่สามารถอ้างว่าเพิ่งบาดเจ็บหรือยังไม่พร้อมเพื่อปฏิเสธสถานการณ์ได้
  • ระยะเวลาพักฟื้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและดุลยพินิจของสถานการณ์ ผู้เล่นควรใช้ Common Sense เป็นหลัก และให้ความสำคัญกับความสมจริงของบทบาท
  • ทีมแพทย์หรือผู้เกี่ยวข้องสามารถกำหนดแนวทางการพักฟื้นเพิ่มเติมตามอาการของตัวละครได้ เช่น ให้พักในโรงพยาบาล ห้ามออกแรงหนัก ห้ามเดินทางไกล หรือให้กลับมารับการตรวจซ้ำตามความเหมาะสม

Administrative Zones

เขตการปกครองและเงื่อนไข

กำหนดขอบเขตอำนาจและเงื่อนไขการรวมกลุ่มของฝ่ายปกครอง ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงเขตพระนคร เพื่อให้การแต่งตั้ง การตั้งผู้ช่วย และการดูแลพื้นที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน

1. ผู้ใหญ่บ้าน

เขต: เฉพาะบริเวณหมู่บ้าน
เงื่อนไข: รวบรวมกลุ่มคนอย่างน้อย 15 คน ไม่รวมผู้ใหญ่บ้าน เพื่อจัดตั้งหมู่บ้าน หรือรวบรวมเสียงของชาวบ้านในหมู่บ้านที่มีอยู่แล้วก็ได้ สามารถตั้งกลุ่มผู้ช่วยโดยรวมคนในหมู่บ้าน

2. กำนัน

เขต: พื้นที่บริเวณรอบกลุ่มหมู่บ้าน
เงื่อนไข: รวบรวมหมู่บ้านที่อยู่ในเขตติดต่อพื้นที่เดียวกันอย่างน้อย 3 หมู่บ้าน สามารถตั้งกลุ่มผู้ช่วยโดยรวมคนจากหมู่บ้านในเขตปกครอง

3. นายอำเภอ

เขต: ตามเส้นแบ่งบนแผนที่ของตำบล
เงื่อนไข: รวบรวมตำบลต่าง ๆ ในเขตพื้นที่อย่างน้อย 2 ตำบล สามารถตั้งกลุ่มผู้ช่วยโดยรวมคนจากตำบลในเขตปกครอง

4. ปลัดหัวเมือง

เขต: ตามเส้นแบ่งบนแผนที่ของอำเภอ
เงื่อนไข: รวบรวมเขตนายอำเภออย่างน้อย 2 เขตขึ้นไป และได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพระยา สามารถตั้ง สภ.ตำรวจภูธร เพื่อช่วยดูแลภาพรวมของหลายอำเภอ

5. เขตพระนคร

เขต: พระนครบูรพาและบริเวณรอบ
เงื่อนไข: เป็นเขตกลางของเมือง ดูแลโดยตำรวจนครบาล และใช้เป็นพื้นที่หลักของหน่วยงานส่วนกลาง

Story Guidelines

แนวทางสตอรี่

หัวข้อนี้รวมสตอรี่ที่มักเกิดผลกระทบต่อผู้เล่นหลายฝ่าย ต้องมีเหตุผล จุดเริ่มต้น เงื่อนไข และผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้

1. เกิดเหตุหรือเกิดความขัดแย้งสตอรี่ต้องเริ่มจากเหตุการณ์ที่มีที่มา เช่น การผิดสัญญา การแย่งผลประโยชน์ การลักขโมย การทำร้ายกัน การบุกรุกพื้นที่ หรือปัญหาระหว่างกลุ่ม โดยต้องมีเหตุผลรองรับ หรือหาเรื่องเพื่อเปิดไฟต์
2. รวบรวมข้อมูลและหลักฐานฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรมีการสืบข่าว พูดคุยกับพยาน ตรวจสอบร่องรอย หรือรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจดำเนินการ เพื่อให้สตอรี่มีน้ำหนักและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
3. ประชุมวางแผนภายในกลุ่มเมื่อมีข้อมูลเพียงพอ แต่ละฝ่ายสามารถประชุมหารือเพื่อกำหนดเป้าหมาย วิธีแก้ปัญหา เงื่อนไขการเจรจา หรือแนวทางรับมือ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด การประชุมควรเป็นไปตามบทบาทของตัวละคร ไม่ใช่การใช้อำนาจเพื่อเอาชนะเพียงอย่างเดียว
4. เจรจาต่อรองด้วยเหตุผลก่อนนำไปสู่ความรุนแรง ควรมีการเปิดโอกาสให้พูดคุย เจรจา ยื่นข้อเสนอ หรือหาทางออก เช่น ขอโทษ ชดใช้ค่าเสียหาย คืนของ ยอมความ ถอนกำลัง หรือทำสัญญา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสโต้ตอบและเดินสตอรี่ต่อได้
5. กำหนดเงื่อนไขหากเจรจาไม่สำเร็จหากการเจรจาไม่เป็นผล ควรมีการแจ้งจุดยืน เงื่อนไข หรือผลที่จะตามมาอย่างชัดเจน เช่น ให้เวลาตัดสินใจ นัดหมายอีกครั้ง ประกาศตัดสัมพันธ์ หรือเตรียมดำเนินการตอบโต้ โดยไม่ควรกระโดดจากการพูดคุยไปสู่การโจมตีทันทีโดยไร้เหตุรองรับ
6. วางแผนตอบโต้หรือเตรียมปะทะเมื่อการเจรจาล้มเหลว ฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนเพื่อกดดัน จับตัว ปิดล้อม ซุ่มโจมตี หรือเปิดการต่อสู้ได้ แต่ต้องมีเหตุผลจากสตอรี่เดิม มีเป้าหมายชัดเจน และต้องไม่ทำร้ายผู้เล่นแบบไร้บริบท
7. ดำเนินเหตุการณ์ตามแผนเมื่อเริ่มปฏิบัติการ ทุกฝ่ายควรเปิดโอกาสให้เกิดการโต้ตอบ เช่น การขู่ การต่อรองครั้งสุดท้าย การหนี การยอมจำนน หรือการต่อสู้ หากมีการปะทะ ต้องยึดตามกฎหลักของเซิร์ฟเวอร์ และผลของการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
8. รับผลลัพธ์ของสตอรี่หลังเหตุการณ์จบลง ทุกฝ่ายต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแพ้ ชนะ บาดเจ็บ สูญเสียของ ถูกจับ ถูกลงโทษ หรือเสียเงื่อนไขบางอย่าง ผลลัพธ์ควรส่งผลต่อบทบาทของตัวละครและกลุ่ม ไม่ใช่จบแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
การปะทะต้องมีแผนเสมอทุกการปะทะต้องมีที่มา เป้าหมาย และการวางแผน เช่น การแบ่งกำลังคน หาจุดยุทธศาสตร์ จุดซุ่ม จุดกำบัง เส้นทางเข้าออก และจุดถอย ไม่ควรเปิดไฟต์เพียงเพราะเจออีกฝ่ายระหว่างทาง หรือ เรียงแถวหน้ากระดานแล้วหาจังหวะเปิดยิงทีเผลอ

Group Fight Rules

กฎการต่อสู้ของกลุ่ม

ใช้สำหรับการดำเนินสตอรี่ความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม หมู่บ้าน ค่าย หรือฝ่ายอำนาจต่าง ๆ เพื่อให้การปะทะมีขอบเขต มีผู้รับรู้ข้อมูลอย่างสมเหตุสมผล และมีจุดจบของสตอรี่ที่ชัดเจน

1. ขอบเขตการต่อสู้

ในการต่อสู้แต่ละครั้ง สามารถมีผู้เข้าร่วมได้สูงสุดฝ่ายละ 8 คน เว้นแต่การป้องกันพื้นที่ของกลุ่มตนเอง เช่น ป้อมค่าย หรือหมู่บ้าน ฝ่ายป้องกันจะสามารถใช้จำนวนคนที่มีทั้งหมดในตอนนั้นในการป้องกันได้ ฝ่ายบุกจะต้องใช้การสอดแนม หาข้อมูลข่าวสาร และการประเมินสถานการณ์เอาเอง

ผู้ที่เข้าร่วมในฉากต่อสู้แล้วเสียชีวิต จะถือว่าหมดสิทธิ์กลับมาเกี่ยวข้องกับสตอรี่ในประเด็นเดิม ไม่ว่าจะในฐานะผู้ร่วมต่อสู้ ผู้สั่งการ หรือผู้ให้ข้อมูลย้อนหลัง

2. Ambush / การซุ่มโจมตี

การซุ่มโจมตีสามารถทำได้เมื่อมีเหตุจากสตอรี่รองรับ เช่น มีการเจรจาแล้วไม่ลงตัวและแยกย้ายกันไป หรือมีการประกาศสงคราม/ประกาศเป็นศัตรูกันอย่างชัดเจน ไม่ใช่การพบกันระหว่างทางแล้วเปิดยิงใส่อีกฝ่ายโดยไม่มีที่มา

การซุ่มโจมตีต้องเป็นการวางแผนล่วงหน้า เช่น เลือกจุดยุทธศาสตร์ จุดกำบัง เส้นทางที่ศัตรูมีเหตุผลต้องผ่าน และทางถอยของฝ่ายตน โดยยังต้องยึดกฎการต่อสู้หลัก จำนวนคน การรับผลบาดเจ็บ/เสียชีวิต และกฎ Story Death/RK ตามปกติ

3. ผู้รอดชีวิตและการรับรู้ข้อมูล

หากมีผู้รอดชีวิตกลับไปจากเหตุการณ์ ผู้รอดชีวิตสามารถนำข้อมูลที่ตนเองพบเห็นจริงในเหตุการณ์กลับไปเล่าให้กลุ่มของตนรับรู้ และกลุ่มสามารถใช้ข้อมูลนั้นในการดำเนินสตอรี่ต่อได้

หากฝ่ายใดไม่มีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ ฝ่ายนั้นจะไม่สามารถรับรู้รายละเอียดของเหตุการณ์ได้โดยตรง เช่น ผู้ก่อเหตุ จำนวนคนที่เหลือ จุดเกิดเหตุ หรือรายละเอียดการตาย เว้นแต่จะมีพยาน หลักฐาน ข่าวลือ ศพ จดหมาย หรือการแจ้งเตือนที่เกิดขึ้นภายในโรลเพลย์อย่างสมเหตุสมผล

4. การต่อสตอรี่หลังจากฝ่ายหนึ่งตายหมด

หากเป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่ผู้นำ กลุ่ม หรือหมู่บ้านรับรู้มาก่อนแล้วว่าสตอรี่กำลังเกิดขึ้น ฝ่ายที่สูญเสียคนทั้งหมดในฉากต่อสู้ยังสามารถดำเนินสตอรี่ต่อได้ แต่ต้องต่อจากสถานะ “ฝ่ายแพ้เหตุการณ์นั้น” ไม่ใช่การนำคนชุดใหม่เข้ามาแทนทันทีเพื่อสู้ซ้ำในเหตุการณ์เดิม

การต่อสตอรี่หลังจากแพ้หมดควรเป็นการเปิดบทใหม่ เช่น การสืบข่าว การตามหาศพ การเจรจา การไกล่เกลี่ย การส่งสาร การวางแผนใหม่ หรือการยอมรับผลกระทบจากความพ่ายแพ้

5. เงื่อนไขการจบสตอรี่

ทุกสตอรี่ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มต้องมีเป้าหมายและเงื่อนไขจบที่ชัดเจน เช่น การคืนพื้นที่ การรับของ การจับตัว การลงโทษ การบังคับเจรจา การชดใช้ค่าเสียหาย หรือการยุติข้อพิพาท

การชนะสตอรี่ไม่จำเป็นต้องฆ่าคนทั้งหมดของอีกฝ่าย แต่ให้ดูจากเป้าหมายของเรื่องเป็นหลัก เมื่อฝ่ายใดทำเป้าหมายสำเร็จ หรืออีกฝ่ายแพ้จนไม่สามารถโต้กลับในประเด็นเดิมได้ ให้ถือว่าสตอรี่นั้นจบลงตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

6. การป้องกันสตอรี่วนลูป

หากฝ่ายใดแพ้การต่อสู้หลักและไม่มีผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์ ฝ่ายนั้นจะเสียสิทธิ์ในการโต้กลับทันทีในประเด็นเดิม และต้องเว้นช่วงหรือเปลี่ยนรูปแบบการเล่นเป็นการสืบสวน เจรจา หรือรับผลกระทบก่อน

หากสตอรี่เดิมมีการปะทะกันครบ 2-3 ครั้งแล้วแต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ให้ทีมงานมีสิทธิ์ตัดสินผลลัพธ์ของสตอรี่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพื่อป้องกันการลากเรื่อง วนลูป หรือบานปลายจนกระทบผู้เล่นอื่น

Story Death

กฎการตายในสตอรี่

การตายในสตอรี่ คือ กรณีที่ตัวละครได้รับสถานะ “เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น” จากผลของสตอรี่ เช่น สงครามระหว่างกลุ่ม การปะทะใหญ่ การบุกโจมตี หรือเหตุการณ์ที่มีน้ำหนักมากพอ โดยสถานะนี้ไม่ถือว่าเป็น CK แต่ตัวละครจะหมดบทบาทจากเหตุการณ์หรือสตอรี่นั้นทันที ส่วนเสริมจากกฎ RK

หลักการของ Story Death

เมื่อผู้เล่นตายในสตอรี่ ตัวละครยังสามารถเล่นต่อได้ในอนาคต แต่ต้องยอมรับว่าตัวละครนั้นไม่สามารถมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์เดิมได้อีกจนกว่าสตอรี่จะลงจบ มีการเจรจายอมความ หรือมีข้อตกลงผลลัพธ์หลังเหตุการณ์แล้ว

ไม่ใช่ Character Kill

การตายในสตอรี่ไม่ถือเป็นการ CK ตัวละคร ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องลบตัวละครหรือเริ่มชีวิตใหม่ แต่ต้องตัดความทรงจำ รายละเอียด และบทบาทของตัวละครออกจากสตอรี่ที่ทำให้ตนเองเสียชีวิต

สิ่งที่ผู้ตายห้ามจดจำ

ผู้เล่นที่ตายในสตอรี่ไม่สามารถจดจำรายละเอียดใด ๆ จากเหตุการณ์ที่ทำให้ตนเองตายได้ ไม่สามารถจำได้ว่าใครเป็นคนฆ่า ใครทำร้าย เกิดอะไรขึ้นในช่วงท้ายของเหตุการณ์ หรือใช้ข้อมูลนั้นกลับไปเอาคืนฝ่ายตรงข้าม

การกลับเข้าร่วมเหตุการณ์เดิม

ผู้ที่ตายในสตอรี่ไม่สามารถกลับเข้าร่วมเหตุการณ์เดิม สงครามเดิม หรือการปะทะรอบเดิมได้ และไม่สามารถกลับไปแก้แค้น หาข่าว ช่วยรบ หรือช่วยเหลือฝ่ายตนในเหตุการณ์นั้นได้

สิ่งที่ยังรับรู้ได้

ผู้ตายสามารถรับรู้ได้เฉพาะผลลัพธ์โดยรวมของฝ่ายตน เช่น ฝ่ายตนแพ้สงคราม ฝ่ายตนยอมความ ฝ่ายตนถูกยึดพื้นที่ หรือฝ่ายตนต้องทำตามเงื่อนไขของผู้ชนะ แต่ไม่สามารถรู้รายละเอียดเชิงลึกของเหตุการณ์ที่ตนเองตายได้

การรายงานของผู้รอดชีวิต

ในระหว่างที่สตอรี่หรือสงครามยังไม่จบ ผู้ที่ยังอยู่ในเหตุการณ์สามารถรายงานกับพวกพ้องได้ตามสิ่งที่ตนเองเห็นจริง เช่น “ข้ายิงไอ้A จากหมู่บ้านนั้นล้มไปแล้ว” เพื่อป้องกันความสับสน แต่ต้องไม่ใช้เป็นข้อมูลให้ผู้ตายกลับมาแก้แค้น

ผลลัพธ์ที่ต้องยอมรับ

เมื่อตัวละครกลับมา ผู้เล่นต้องยอมรับผลของสตอรี่ที่เกิดขึ้น เช่น หมู่บ้านแพ้สงคราม ถูกยึดของ ถูกบังคับทำสัญญา เสียอำนาจ หรืออยู่ภายใต้เงื่อนไขของฝ่ายชนะตามผลของสตอรี่

ตัวอย่างสถานการณ์

หากหมู่บ้าน A และหมู่บ้าน B มีเรื่องกันจนเกิดการปะทะ แล้วนาย 1 จากหมู่บ้าน A ถูกนาย 2 จากหมู่บ้าน B ยิงตาย นาย 1 จะไม่สามารถจำได้ว่านาย 2 เป็นคนยิง ไม่สามารถจำรายละเอียดการปะทะ และไม่สามารถกลับเข้าร่วมสงครามหรือเหตุการณ์เดิมได้ จนกว่าสตอรี่นั้นจะจบลง มีการยอมความ หรือมีข้อสรุปผลลัพธ์แล้ว

กรณีฝ่ายตนเป็นฝ่ายแพ้

หากหมู่บ้าน A เป็นฝ่ายแพ้ นาย 1 จะรับรู้ได้เพียงว่าหมู่บ้านของตนแพ้สงคราม และต้องยอมรับเงื่อนไขของฝ่ายชนะตามผลของสตอรี่ ไม่สามารถอ้างรายละเอียดที่ตนเองไม่ควรรู้จากช่วงที่ตายได้

กรณีผู้ชนะเล่าเหตุการณ์

นาย 2 หลังจากเหตุการณ์จบลงจะสามารถจดจำได้แค่ว่า ตนเองเคยยิงคนจากหมู่บ้าน A ตายในสงคราม และ นาย 2 จะไม่สามารถพูดหรืออ้างกับนาย 1 หรือผู้อื่น ได้ว่า “ข้าเคยยิงนาย 1 ตายมาแล้ว” เพราะนาย 1 ไม่ได้ถูก CK และการตายในสตอรี่นั้นถือเป็นการจบผลของเหตุการณ์ ไม่ใช่การลบตัวละครถาวร

Robbery & Kidnapping

การจี้ปล้นและการลักพาตัว

สถานการณ์จี้ปล้นและลักพาตัวต้องดำเนินผ่านบทบาทอย่างสมเหตุสมผล มีเหตุผล มีเป้าหมาย และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายโต้ตอบผ่าน RP ได้ตามสถานการณ์ ไม่ใช่เข้าหาเพื่อหวังผลแพ้ชนะอย่างเดียว

หลักการร่วม

ผู้ก่อเหตุต้องมีเหตุผลทางบทบาทรองรับ มีเป้าหมายชัดเจน และไม่ใช้การจี้ปล้นหรือลักพาตัวเพื่อกลั่นแกล้ง ทำลายประสบการณ์ หรือปิดโอกาส RP ของผู้เล่นอื่น

การจี้ปล้น

เมื่อผู้เล่นถูกอาวุธปืนจ่อในระยะประชิด จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับชีวิตตัวละคร และควรยอมจำนนต่อสถานการณ์ แม้จะเป็นเหตุการณ์แบบ 1 ต่อ 1 ก็ตาม

การขัดขืนหรือพลิกสถานการณ์

ผู้ถูกจี้ยังสามารถขัดขืนได้ หากมีจังหวะ เหตุผล หรือใช้เล่ห์เหลี่ยมในการพลิกสถานการณ์ เช่น หลอกล่อ เจรจาถ่วงเวลา หาจังหวะหลบหนี หรือใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ แต่ต้องไม่ฝืนบทบาทแบบไม่รักชีวิตหรือทำสิ่งที่เกินความสมเหตุสมผล

สถานการณ์ที่ต้องยอมจำนน

กรณีที่อีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่าฝ่ายตน 3 คนขึ้นไป เช่น 1 ต่อ 4, 2 ต่อ 5, 3 ต่อ 6 เป็นต้น ต้องยอมจำนน 100% ห้ามฝืนต่อสู้หรือพยายามสวนกลับโดยไม่มีเหตุผลรองรับ เพราะถือเป็นการไม่รักชีวิตตัวละคร

การลักพาตัว

การลักพาตัวต้องมีเหตุผลทางบทบาทรองรับ เช่น ใช้เป็นตัวประกัน ต่อรอง เรียกค่าไถ่ สอบถามข้อมูล แก้แค้นจากเหตุการณ์ก่อนหน้า หรือเกี่ยวข้องกับสตอรี่ของกลุ่มและตัวละคร

การควบคุมตัวประกัน

ผู้ลักพาตัวต้องดำเนินบทบาทอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรจับตัวผู้เล่นไปทิ้งไว้โดยไม่มี RP หรือกักขังนานเกินความจำเป็นโดยไม่มีการโต้ตอบ ผู้ถูกลักพาตัวต้องให้ความร่วมมือตามสถานการณ์ หากถูกควบคุมตัวอย่างชัดเจน เช่น ถูกมัด ถูกคุมด้วยอาวุธ หรือถูกล้อมด้วยจำนวนคนที่เหนือกว่า

การเอาตัวรอดของผู้ถูกลักพาตัว

ผู้ถูกลักพาตัวยังสามารถพยายามเอาตัวรอดได้ หากมีช่องว่างหรือเหตุผลที่เหมาะสม เช่น ผู้คุมเผลอ มีบุคคลภายนอกเข้าช่วย หรือใช้คำพูดหลอกล่อเพื่อหาทางหนี แต่ต้องไม่ฝืนกระทำเกินจริงหรือขัดกับสถานการณ์ที่ตัวละครกำลังเผชิญอยู่

กฎที่เกี่ยวข้อง

การจี้ปล้นและการลักพาตัวทุกกรณี ต้องอยู่ภายใต้กฎ Common Sense, Fear RP, Powergaming และกฎของเซิร์ฟเวอร์

Events & Dark Works

อีเวนต์และงานดำ

รวมอีเวนต์และงานผิดกฎหมายที่ต้องมีเงื่อนไขชัดเจน เพื่อให้ฝ่ายทำงาน ฝ่ายป้องกัน และหน่วยงานรัฐมีพื้นที่ RP ครบทุกฝ่าย

Airdrop

แย่งชิงเสบียงจากฟากฟ้า ต้องเคารพเขต เวลา จำนวนคน และเงื่อนไขการปะทะตามประกาศอีเวนต์

งานปล้นสุสาน

ต้องมีสตอรี่ความเชื่อ สิ่งของเป้าหมาย และความเสี่ยง ห้ามใช้สุสานเป็นจุดฟาร์มของหรือก่อกวนซ้ำ ๆ

Property Rules

กฎอสังหาริมทรัพย์

ใช้กับบ้าน ร้านค้า ที่ดิน จุดตั้งแคมป์ และทรัพย์สินถาวรในเมือง เพื่อป้องกันการถือครองเกินจำเป็นและการใช้พื้นที่ผิดเจตนา

การซื้อ/เช่า

ต้องทำผ่านระบบหรือหน่วยงานที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด มีชื่อผู้ถือครอง เงื่อนไขการใช้ และหลักฐานการชำระเงิน

การโอนกรรมสิทธิ์

การขาย โอน หรือยกทรัพย์สินให้ผู้อื่นต้องมีเอกสารและเหตุ RP ห้ามซื้อขายด้วยเงินจริงหรือโอนเพื่อหลบคดี

การใช้บ้านเป็นฐาน

บ้านหรือร้านสามารถใช้สร้างสตอรี่ได้ แต่ห้ามใช้เป็นจุดอมตะ หลบหนีระบบ หรือสะสมของผิดกฎหมายแบบไร้ความเสี่ยง

กิจการและร้านค้า

เจ้าของกิจการควรเปิดพื้นที่ RP ให้ลูกค้า คู่ค้า และหน่วยงาน ห้ามผูกขาดหรือใช้ร้านเพื่อปั๊มผลประโยชน์โดยไม่มีการเล่นจริง

พื้นที่ผิดกฎหมาย

การใช้บ้านเป็นแหล่งซ่องสุม ผลิตของผิดกฎหมาย หรือกักตัวประกัน ต้องยอมรับความเสี่ยงจากการสืบสวน ตรวจค้น และยึดทรัพย์

การละทิ้งทรัพย์สิน

หากเจ้าของไม่เข้าเมืองหรือไม่ใช้ทรัพย์สินเป็นเวลานาน ทีมงานสามารถเรียกคืน เปิดประมูล หรือปรับสถานะตามประกาศได้

Extra / Report & Appeal

เพิ่มเติม ร้องเรียน และอุทธรณ์โทษ

กฎอาจถูกปรับตามสภาพเมืองและสคริปต์ที่ใช้งานจริง หากพบช่องว่างของกฎ ทีมงานสามารถตีความตามหลัก Serious Roleplay ความสมเหตุสมผล และผลกระทบต่อผู้เล่นส่วนรวม การร้องเรียนต้องส่งหลักฐานพร้อมเวลาเกิดเหตุ ชื่อตัวละคร คู่กรณี และคำอธิบายตามลำดับเหตุการณ์

เปิด Ticket