เรื่องราวของคุณเริ่มต้นที่เมืองซุ้มเสือ

กฎเซิร์ฟเวอร์
ซุ้มเสือ Roleplay

เว็บไซต์กฎสำหรับเซิร์ฟเวอร์เกม RedM แนว Serious Roleplay ธีมประเทศไทยยุค พ.ศ.2450 — เมืองชายแดน รัฐ ขุนโจร อาคม และการเล่าเรื่องที่จริงจัง

รอบ Restart--:--:--05:05 / 17:05รอบถัดไป 05:05
Discord Community เปิดรับพลเมือง
Rules Version v1.0 / 2569
โลโก้ซุ้มเสือ
คำขวัญเมือง เรื่องราวไม่ได้ถูกเขียนไว้ แต่ถูกสร้างด้วยการกระทำของผู้คน
ประกาศสำคัญ

ผู้เล่นทุกคนต้องอ่านและเข้าใจกฎก่อนเข้าเมือง เวอร์ชันนี้เพิ่มหัวข้อหลักและหัวข้อย่อยที่ยังขาดจากหน้าอ้างอิง เพื่อให้ค้นหาและบังคับใช้กฎได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น

History

ประวัติศาสตร์เมืองซุ้มเสือ

พ.ศ.2450 ดินแดนชายแดนที่รัฐส่วนกลางกำลังขยายอำนาจเข้าสู่หัวเมือง ผู้คนต่างถิ่นหลั่งไหลเข้ามาหาโอกาส ขณะที่ขุนโจร ตระกูลเก่า พ่อค้า และผู้รู้วิชาอาคม ต่างช่วงชิงพื้นที่ของตนเอง

กลุ่มอำนาจในเมืองซุ้มเสือ

เมืองซุ้มเสือในปี พ.ศ.2450 คือหัวเมืองชายแดนที่กฎหมายยังตั้งหลักไม่มั่นคง ความวุ่นวายเปิดช่องให้คนบางกลุ่มกอบโกยอำนาจ ชื่อเสียง เงินทอง และผลประโยชน์ ขณะเดียวกัน บางคนก็เพียงต้องการปกป้องบ้าน คนของตนเอง หรือระเบียบเก่าที่ตนเชื่อว่าถูกต้อง

กองบัญชาการพระนคร

ตัวแทนอำนาจรัฐที่เข้ามาจัดระเบียบเมืองชายแดน ตรวจตรา จับกุม และผลักดันกฎหมายให้เกิดขึ้นจริง บางคนมาด้วยอุดมการณ์ ต้องการทำให้บ้านเมืองสงบและกฎหมายมีน้ำหนัก แต่บางคนกลับมองซุ้มเสือเป็นบันไดไต่เต้า ใช้ความวุ่นวายสร้างผลงาน เก็บส่วย เลือกข้าง และสะสมอำนาจเงียบ ๆ ใต้ตราประทับของราชการ

อาคม

เมืองซุ้มเสือมีรากความเชื่อเรื่องอาคมสืบทอดมาแต่ครั้งเก่า ทั้งคาถา เครื่องราง และพิธีกรรมที่ผู้คนใช้ยึดเหนี่ยว ปกป้องตนเอง หรือแสวงหาอำนาจ บ้างใช้วิชาเพื่อช่วยเหลือผู้คน บ้างกลับใช้ศาสตร์เร้นลับเพื่อผลประโยชน์ จนอาคมกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่า ความกลัว และอำนาจในเมืองแห่งนี้

Community Rules

กฎชุมชนและมารยาท Discord

01

เคารพผู้เล่น

ห้ามด่าทอ คุกคาม เหยียด หรือทำให้ผู้เล่นอื่นรู้สึกไม่ปลอดภัยทั้งในเกมและนอกเกม

02

แยก IC / OOC

ความขัดแย้งในบทบาทต้องไม่กลายเป็นความขัดแย้งนอกเกม และห้ามนำเรื่อง OOC ไปแก้แค้นในเกม

03

ร้องเรียนด้วยหลักฐาน

เมื่อต้องการร้องเรียน ให้เตรียมคลิป ภาพ เวลาเกิดเหตุ ชื่อตัวละคร และคำอธิบายเหตุการณ์ให้ครบถ้วน

Punishment Guide

แนวทางการตัดสินโทษ

ทีมงานพิจารณาจากเจตนา ผลกระทบ หลักฐาน ประวัติการกระทำผิด และความร่วมมือหลังเกิดเหตุ

ขั้นตอนที่ 1

แนวทางการแจ้งเรื่องร้องเรียน

รวมขั้นตอนส่งหลักฐาน เปิด Ticket และการชี้แจงก่อนเข้าสู่การพิจารณาโทษ
01
แนวทางการแจ้งเรื่องร้องเรียนSUM SUEA SRP┃ซุ้มเสือ ยึดผลประโยชน์และความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงความเป็นธรรมต่อผู้เล่นส่วนรวมเป็นหลัก การตรวจสอบและการตัดสินจึงไม่ได้ดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • การแจ้งเรื่องร้องเรียนต้องมี หลักฐานที่สามารถตรวจสอบเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง โดยหลักฐานหลักต้องเป็นคลิปวิดีโอ
  • คลิปหลักฐานต้องมีทั้ง เสียงภายในเกม (Game Sound) และ เสียงไมโครโฟนของผู้บันทึก (Mic) ครบถ้วน
  • การแจ้งเรื่องต้องดำเนินการ ภายใน 24 ชั่วโมงนับจากเวลาที่เกิดเหตุ เว้นแต่เป็นกรณีร้ายแรง หรือเป็นเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบ เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์
  • ผู้ถูกแจ้งมีสิทธิ์นำหลักฐานมา ชี้แจง แก้ต่าง หรือหักล้างข้อกล่าวหา ได้ หากอ้างว่าเหตุการณ์เกิดจาก Bug, Desync, ภาพไม่ตรงกัน หรือความผิดปกติของระบบ ควรมีหลักฐานประกอบคำชี้แจง
  • เมื่อพบว่าผู้เล่นอื่นอาจกระทำผิดกฎ ผู้เล่นต้อง ดำเนิน Roleplay ต่อไปจนจบเหตุการณ์ เท่าที่สถานการณ์สามารถดำเนินต่อได้ จากนั้นจึงรวบรวมหลักฐานและแจ้งทีมงานภายหลัง
  • หากผู้เล่น ได้รับผลกระทบ พบเห็นการกระทำผิด หรือพบเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อส่วนรวมหรือเซิร์ฟเวอร์ หน้าที่ของผู้เล่นคือการแจ้งเหตุและส่งหลักฐานที่มีให้แก่ทีมงาน
  • เมื่อส่งข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนแล้ว ถือว่าหน้าที่ของผู้แจ้งในเบื้องต้นเสร็จสิ้น ผู้เล่นสามารถกลับไปดำเนิน Roleplay ได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องเฝ้ารอหรือติดตามกระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอน เว้นแต่ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
  • การตรวจสอบ สอบสวน รวบรวมข้อมูล ติดตามพฤติกรรม พิจารณาความผิด และกำหนดบทลงโทษ เป็นหน้าที่และอำนาจของทีมงาน
  • ผู้ที่ได้รับ หมายเรียกจากทีมงาน ต้องเข้ามาติดต่อหรือชี้แจงภายใน 24 ชั่วโมง
  • หากแอดมินพบเห็นการกระทำผิดด้วยตนเอง หรือทีมงานมีข้อมูลจากระบบภายในเพียงพอต่อการพิจารณา สามารถ ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้เล่นเปิด Ticket
  • ทีมงานสามารถใช้ข้อมูลจาก คลิปหลักฐาน, Log System, ข้อมูลเข้า–ออกเมือง, ข้อมูลการฆ่า–ตาย, ระบบ Anti-Cheat, ข้อมูลระบบ, คำชี้แจง และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง ประกอบการพิจารณาร่วมกัน
  • หากระหว่างการตรวจสอบพบข้อมูลหรือพฤติกรรมผิดปกติอื่น ทีมงานสามารถ ขยายขอบเขตการตรวจสอบนอกเหนือจากประเด็นที่ได้รับแจ้งเดิม ได้
  • ทีมงานสามารถ ระงับสิทธิ์ Whitelist เป็นการชั่วคราวเพื่อดำเนินการตรวจสอบ หากเห็นว่ามีความจำเป็นต่อการป้องกันความเสียหายหรือความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์
  • การกำหนดบทลงโทษจะพิจารณาจาก ข้อเท็จจริง หลักฐาน เจตนา ความร้ายแรง ผลกระทบ และประวัติการกระทำผิด
  • รูปแบบบทลงโทษสามารถมีได้ตั้งแต่ ตักเตือน / ปรับเงิน / ระงับ Whitelist ชั่วคราว / ปลด Whitelist ถาวร หรือใช้มากกว่าหนึ่งรูปแบบร่วมกันตามความเหมาะสม
  • การปรับเงินภายในเกม เริ่มต้นที่ 3,000 ต่อบุคคล และสามารถเพิ่มขึ้นตามความร้ายแรงหรือประวัติการกระทำผิด
  • การระงับสิทธิ์ Whitelist สามารถกำหนดได้ตั้งแต่ 3 วัน จนถึงถาวร ตามความร้ายแรงของการกระทำ
  • การเพิ่มระดับบทลงโทษจะพิจารณาจาก “จำนวนครั้งที่กระทำผิด ไม่ใช่จำนวนข้อหา” รวมถึงลักษณะ พฤติกรรม และประวัติการกระทำผิดโดยรวม
  • คำตัดสินของแอดมินหรือทีมงานภายหลังการตรวจสอบถือเป็นที่สิ้นสุด และมีผลบังคับใช้ภายในเซิร์ฟเวอร์
เงื่อนไข
  • หลักฐานที่นำมาใช้ต้องมีคุณภาพเพียงพอให้ทีมงานสามารถตรวจสอบ บริบทและลำดับของเหตุการณ์ ได้อย่างเหมาะสม
  • หากคลิปไม่มี เสียงภายในเกม หรือเสียงไมโครโฟนของผู้บันทึก ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาหรือปัดตกเรื่องร้องเรียน
  • หากผู้ถูกแจ้งอ้างว่าเป็น Bug, Desync หรือความผิดปกติของระบบ แต่ ไม่มีหลักฐานสนับสนุนคำชี้แจง ทีมงานสามารถพิจารณาจากหลักฐานของผู้แจ้งและข้อมูลอื่นที่สามารถตรวจสอบได้ประกอบกัน
  • กรณีความผิดร้ายแรง เช่น Cheat, Exploit, การสร้างความเสียหายต่อระบบ เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์ ทีมงานสามารถรับเรื่องและตรวจสอบย้อนหลังเกินระยะเวลา 24 ชั่วโมงได้
  • หากผู้ถูกออกหมายเรียกไม่มาติดต่อภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่มีเหตุอันสมควร สามารถถูก ระงับสิทธิ์ Whitelist เป็นเวลา 3 วัน ในข้อหาเพิกเฉยต่อหมายเรียกของทีมงาน
  • การเปิด Ticket ต้องเลือกประเภทให้ตรงกับเรื่องที่ต้องการแจ้ง พร้อมระบุข้อมูลที่จำเป็น เช่น วัน เวลา เหตุการณ์ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และหลักฐาน ให้เพียงพอต่อการตรวจสอบ
  • หากทีมงานต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้แจ้งหรือผู้ถูกแจ้ง ทีมงานจะเป็นผู้ ติดต่อกลับหรือออกหมายเรียกตามความเหมาะสม
  • การระงับ Whitelist ชั่วคราวเพื่อการตรวจสอบ ไม่ถือเป็นการตัดสินว่าผู้เล่นมีความผิดโดยอัตโนมัติ แต่เป็นมาตรการที่สามารถใช้ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ
  • กรณีที่ไม่ได้มีการระบุไว้ในกฎอย่างชัดเจน แต่มีลักษณะเป็นการ เอาเปรียบระบบ ใช้ช่องโหว่ สร้างความได้เปรียบโดยมิชอบ หรือส่งผลกระทบต่อส่วนรวม ทีมงานสามารถใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและกำหนดบทลงโทษได้
  • ความผิดเพียงครั้งเดียว หากมี เจตนาชัดเจนหรือสร้างความเสียหายร้ายแรง ทีมงานสามารถกำหนดบทลงโทษในระดับสูงได้ทันที
  • ความผิดระดับเล็กน้อย หากพบว่ามีการกระทำซ้ำหลายครั้ง สามารถถูก เพิ่มระดับบทลงโทษตามประวัติการกระทำผิด ได้
ข้อห้าม
  • ห้ามหยุด เบรก หรือยุติสตอรี่กลางเหตุการณ์ เพียงเพราะเชื่อหรือพบว่าอีกฝ่ายอาจกระทำผิดกฎ
  • ห้ามพูดคุย อ้างอิง หรือหยิบยก กฎเมือง บทลงโทษ Ticket แอดมิน หรือเรื่อง OOC ขึ้นมาใช้เพื่อโต้แย้ง กดดัน หรือหยุดเหตุการณ์ระหว่าง Roleplay
  • ห้ามผู้เล่น ทำหน้าที่เสมือนแอดมิน สืบสวน ไล่ตรวจสอบ หรือติดตามผู้เล่นอื่นเพื่อค้นหาความผิดเพิ่มเติมด้วยตนเอง เมื่อพบเหตุหรือได้รับผลกระทบให้เก็บหลักฐานและแจ้งทีมงานเป็นผู้ดำเนินการ
  • ห้ามตัดสินว่าผู้เล่นอื่นมีความผิด หรือกำหนดด้วยตนเองว่าอีกฝ่าย ต้องได้รับบทลงโทษใด
  • ห้ามติดตาม กดดัน หรือเรียกร้องให้ทีมงาน รายงานความคืบหน้า วิธีการตรวจสอบ หรือผลที่ตรวจพบในทุกขั้นตอน
  • ห้ามเรียกร้องให้ทีมงานเปิดเผย Log, หลักฐานภายใน, ระบบ Anti-Cheat, วิธีการตรวจจับ, บทสนทนา คำให้การ หรือข้อมูลที่ได้รับจากคู่กรณี เว้นแต่ทีมงานเห็นว่าจำเป็นต่อการชี้แจงหรือการพิจารณา
  • ห้ามเรียกร้องให้แอดมิน รายงานผลการดำเนินการทุกเหตุการณ์หรือทุกรายละเอียด เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและข้อมูลบางส่วนถือเป็นข้อมูลภายในของทีมงาน
  • ห้ามตัดต่อ ดัดแปลง ปกปิด หรือนำเสนอหลักฐานในลักษณะที่ทำให้ บริบทหรือข้อเท็จจริงของเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง
  • ห้ามเปิด Ticket ผิดประเภทโดยเจตนา เปิดเรื่องซ้ำ หรือใช้ Ticket เพื่อ กดดัน เร่งรัด หรือสร้างความวุ่นวายแก่ทีมงาน
  • ห้ามขัดขวาง หลีกเลี่ยง หรือเพิกเฉยต่อกระบวนการตรวจสอบหรือหมายเรียกของทีมงาน
  • ห้ามกดดัน ข่มขู่ หรือเรียกร้องให้แอดมินตัดสินตามความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • ห้ามนำข้อมูลภายในที่ได้รับจากกระบวนการตรวจสอบของทีมงานไป เผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ห้ามใช้ ช่องว่างหรือช่องโหว่ของกฎ เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดหรือสร้างความได้เปรียบ
  • ห้ามอ้างว่า “กฎไม่ได้เขียนไว้” เพื่อเป็นข้อยกเว้นสำหรับพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดว่าเป็นการเอาเปรียบผู้เล่น ระบบ หรือส่วนรวม
  • ห้ามใช้ Bug, Exploit, Macro, โปรแกรมช่วยเล่น, เครื่องมือภายนอก หรือช่องโหว่ของระบบ เพื่อสร้างความได้เปรียบโดยมิชอบ
หมายเหตุ
  • การแจ้งเรื่องมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งข้อมูลให้ทีมงานตรวจสอบ ไม่ใช่เพื่อให้ผู้แจ้งเข้ามาทำหน้าที่สอบสวนหรือตัดสินแทนทีมงาน
  • หากผู้เล่นได้รับผลกระทบ หรือพบเหตุการณ์ที่อาจสร้างผลกระทบต่อเซิร์ฟเวอร์ ให้ดำเนินการตามหลัก “เก็บหลักฐาน → แจ้งทีมงาน → ส่งข้อมูลให้ครบถ้วน” หลังจากนั้นให้ทีมงานเป็นผู้รับช่วงดำเนินการต่อ
  • การแจ้งเรื่อง ไม่ได้หมายความว่าผู้แจ้งมีสิทธิ์รับทราบข้อมูลทุกส่วนของการสอบสวน หรือมีสิทธิ์กำหนดแนวทาง วิธีการตรวจสอบ หรือบทลงโทษที่ทีมงานต้องใช้
  • ทีมงาน ไม่มีหน้าที่ต้องรายงานกระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอน ให้แก่ผู้แจ้งหรือคู่กรณี และอาจแจ้งเฉพาะผลการพิจารณาหรือข้อมูลที่ทีมงานเห็นว่าสามารถเปิดเผยได้
  • การที่ทีมงานไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการตรวจสอบหรือดำเนินการ เนื่องจากข้อมูลบางประเภท วิธีการตรวจสอบ และระบบตรวจจับจำเป็นต้องเก็บไว้เป็นข้อมูลภายในของเซิร์ฟเวอร์
  • ระบบของเซิร์ฟเวอร์ ไม่ได้มี Log สำหรับทุกระบบและทุกการกระทำ ดังนั้นการไม่มีข้อมูลใน Log ไม่สามารถใช้เป็นข้อสรุปเพียงอย่างเดียวว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น
  • ทีมงานจะพิจารณาจาก ความเชื่อมโยงและความสอดคล้องของข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคลิป คำชี้แจง Log ข้อมูลระบบ พฤติการณ์ และข้อมูลอื่นที่สามารถตรวจสอบได้
  • การที่ตัวเกมหรือระบบ “สามารถทำได้” ไม่ได้หมายความว่า “ได้รับอนุญาตให้ทำได้” หากเป็นการใช้กลไก ช่องโหว่ หรือวิธีการที่ผิดไปจากการทำงานตามปกติเพื่อสร้างความได้เปรียบ ทีมงานสามารถพิจารณาเป็นความผิดได้
  • การพิจารณาความผิดและบทลงโทษ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้แจ้งหรือผู้ถูกแจ้ง แต่ยึดตามข้อเท็จจริง หลักฐาน กฎของเซิร์ฟเวอร์ ผลกระทบ และดุลยพินิจของทีมงาน
  • ทีมงานมีการ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและระบบ Anti-Cheat รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลจากหลายส่วนประกอบกัน เพื่อรักษาความยุติธรรม ความสมดุล และความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์
  • SUM SUEA SRP┃ซุ้มเสือ ยึดผลประโยชน์และความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงความเป็นธรรมต่อผู้เล่นส่วนรวมเป็นหลัก การตรวจสอบและการตัดสินจึงไม่ได้ดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ขั้นตอนที่ 2

ตารางแนวทางการตัดสินโทษ

ใช้สำหรับประเมินระดับความผิดและบทลงโทษตามหลักฐาน เจตนา ผลกระทบ และประวัติการกระทำผิด
ระดับลักษณะเหตุที่พบแนวทางดำเนินการหมายเหตุการพิจารณา
เล็กน้อย(Minor)
  • ข้อผิดพลาดครั้งแรก
  • กระทบเล็กน้อย
  • ผู้เล่นให้ความร่วมมือและมีเจตนาแก้ไข
ตักเตือนหรือให้แก้ไข RPหรือรีเซ็ตผลลัพธ์เฉพาะจุด

ไม่บันทึกเป็นประวัติร้ายแรง หากผู้เล่นยอมรับและแก้ไขตามคำแนะนำ

ปานกลาง(Moderate)
  • PG
  • VOL
  • RDM
  • RK
  • MG
  • หรือเหตุที่กระทบผู้เล่นหลายฝ่าย
พักการเล่นหรือปรับสถานะตัวละครหรือรีเซ็ตตัวละครตามกรณี

พิจารณาจากหลักฐาน ผลกระทบ ประวัติ และความร่วมมือหลังเกิดเหตุ

ร้ายแรง(Severe)
  • ใช้บั๊ก
  • โกง
  • คุกคาม
  • ทำลายระบบหรือชุมชน
ระงับสิทธิ์หรือปลด Whitelistหรือแบนถาวร

สามารถดำเนินการทันทีเมื่อหลักฐานชัดเจน หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์

หลักการพิจารณา

บริบทของเหตุการณ์

พิจารณาสถานการณ์ประกอบโดยรวม

เจตนาในการกระทำ

พิจารณาเจตนาและพฤติกรรม

ผลกระทบที่เกิดขึ้น

ประเมินผลกระทบต่อผู้เล่นและเซิร์ฟเวอร์

หลักฐาน

ตรวจจากหลักฐานที่ส่งมา

ความร่วมมือหลังเกิดเหตุ

พิจารณาการยอมรับและการให้ความร่วมมือ

Role & Ethnicity Guide

แนวทางบทบาท & เชื้อชาติ

ทุกตัวละครที่เดินทางเข้าสู่เมืองซุ้มเสือ ล้วนมีที่มา เหตุผล และร่องรอยของอดีตติดตัวมา ไม่ว่าจะเป็นคนบ้านนอก ผู้เร่ร่อน พ่อค้า ชาวต่างถิ่น หรือผู้แสวงหาโอกาสในดินแดนชายแดนแห่งนี้ เมืองซุ้มเสือในปี พ.ศ.2450 คือพื้นที่ที่ผู้คนหลากหลายเข้ามาเขียนชะตาของตนเอง ภายใต้กฎบ้านเมือง ความเชื่อ และความวุ่นวายที่พร้อมกลืนกินทุกคน

พื้นเพตัวละคร

ตัวละครสามารถเป็นได้ทั้ง ชาวบ้านในพื้นที่เมืองซุ้มเสือ หรือ ผู้เดินทางมาจากต่างถิ่น แต่ควรมีที่มาชัดเจนว่าเกิดที่ใด เติบโตมาอย่างไร มีเหตุผลใดที่ทำให้อยู่ในเมืองแห่งนี้ อาจเป็นคนทำไร่ ทำนา พ่อค้า คนงาน พรานป่า ลูกจ้าง หรือผู้เร่ร่อนที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่

ชาวบ้านในพื้นที่

ผู้ที่เกิดและเติบโตในเมืองซุ้มเสือย่อมผูกพันกับชุมชน วัด ป่าเขา ตลาด ท่าเรือ หรือหมู่บ้านของตนเอง อาจรู้จักผู้คนในพื้นที่ มีเรื่องเล่าประจำตระกูล มีความเชื่อท้องถิ่น หรือมีบาดแผลจากเหตุการณ์ในอดีต แต่ไม่ควรอ้างตนเป็นผู้มีอำนาจใหญ่โตโดยไม่มีการยอมรับจากระบบและผู้เล่นอื่น

ผู้อพยพจากต่างถิ่น

ผู้ที่เดินทางเข้ามาในเมืองซุ้มเสืออาจมาจากพระนคร หัวเมืองอื่น ชายแดน หรือแดนไกล ด้วยเหตุผลแตกต่างกัน เช่น หางาน หนีภัย ค้าขาย ตามหาญาติ เริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือแสวงหาโอกาสในเมืองชายแดน ตัวละครควรมีเหตุผลการเดินทางที่สมเหตุสมผล และมีเป้าหมายที่สามารถต่อยอดเป็น RP ได้

เชื้อชาติและถิ่นกำเนิด

สามารถเล่นเป็นคนท้องถิ่น คนต่างถิ่น หรือชาวต่างชาติได้ แต่ควรมีพื้นหลัง ภาษา อาชีพ และพฤติกรรมที่เข้ากับยุคสมัย พ.ศ.2450 หลีกเลี่ยงการใช้เชื้อชาติหรือสำเนียงเพื่อเหยียด ล้อเลียน หรือสร้างความไม่สบายใจแบบ OOC ทุกเชื้อชาติควรถูกใช้เพื่อเพิ่มมิติของตัวละครและเรื่องราว

ภาษาและสำเนียง

ภาษา สำเนียง และคำพูดสามารถใช้เพื่อเพิ่มบรรยากาศของตัวละครได้ เช่น สำเนียงชาวบ้าน คนเมือง คนชายแดน หรือคนต่างถิ่น แต่ควรใช้พอดี ไม่มากเกินจนรบกวนการสื่อสาร ไม่ใช้เพื่อเยาะเย้ย และไม่ใช้เป็นข้ออ้างในการหลีกเลี่ยงหรือทำลายการ RP ของผู้อื่น

การยกระดับตัวละคร

การมีชื่อเสียง ตำแหน่ง อำนาจ วิชาอาคม ทรัพย์สิน หรือความน่าเกรงขาม ควรเกิดจากการกระทำในเมือง ไม่ใช่การเขียนประวัติเพื่อให้ตัวละครเหนือกว่าผู้อื่นตั้งแต่แรก ตัวละครทุกคนควรเริ่มจากจุดที่สมเหตุสมผล และค่อย ๆ สร้างเส้นทางของตนผ่านเรื่องราว ความสัมพันธ์ และผลลัพธ์จากการ RP

special-roleplay

โรลพิเศษ

แนวทางการโรลเพลย์สำหรับบทบาทพิเศษที่มีความสามารถ เงื่อนไข หรือข้อจำกัดเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากผู้เล่นทั่วไป ผู้เล่นที่ได้รับบทบาทเหล่านี้จะต้องปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด เพื่อรักษาความสมดุล ความสมจริง และคุณภาพของการโรลเพลย์ภายในเซิร์ฟเวอร์

01
บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของอาจารย์ผู้ที่ได้รับบทบาท “อาจารย์” ถือเป็นผู้มีความรู้ด้านวิชาอาคม พิธีกรรม และเรื่องเหนือธรรมชาติ มีหน้าที่สำคัญในการสร้างและขับเคลื่อนเนื้อเรื่องภายในเมือง โดยเน้นการสร้าง Roleplay และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นอื่นมีส่วนร่วม มากกว่าการใช้ความสามารถเพื่อสร้างความได้เปรียบให้ตนเองหรือพวกพ้อง
  • แนวทางการวางตัวและการผูกเรื่องของ “อาจารย์”
  • ผู้ที่ได้รับบทบาท อาจารย์ ถือเป็นบทบาทพิเศษที่มีหน้าที่สำคัญต่อการสร้างสตอรี่ด้านวิชาอาคม ความเชื่อ พิธีกรรม และการถ่ายทอดองค์ความรู้ภายในเมือง ผู้รับบทจึงควรให้ความสำคัญกับ การสร้างเรื่องราว การถ่ายทอดวิชา และการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นอื่นมีส่วนร่วมกับ Roleplay มากกว่าการใช้สถานะหรือความสามารถเพื่อสร้างความได้เปรียบให้ตนเองหรือพวกพ้อง
  • แนวทางการวางตัว
  • อาจารย์ควรวางตัวให้เหมาะสมกับสถานะของผู้มีวิชา มีความน่าเชื่อถือ สุขุม และมีเหตุผลในการกระทำ ไม่จำเป็นต้องแสดงอำนาจหรือความสามารถตลอดเวลา
  • การเป็นอาจารย์ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้วิชา อาคม หรือความสามารถกับผู้เล่นอื่นได้ตามต้องการ ทุกการกระทำควรมีเหตุและผลภายใน Roleplay รองรับ
  • ควรใช้ความรู้และความสามารถเพื่อ สร้างหรือต่อยอดสตอรี่ เช่น การสอนวิชา การประกอบพิธี การแก้คุณไสย การช่วยเหลือ การสืบหาสิ่งผิดปกติ หรือการสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติ
  • ไม่ควรใช้อำนาจของบทบาทเพื่อ ข่ม บังคับ ควบคุม หรือกดดันผู้เล่นอื่น ให้ต้องดำเนินสตอรี่ตามที่ตนเองต้องการเพียงฝ่ายเดียว
  • ไม่ควรแจกจ่าย ถ่ายทอด หรือใช้สิ่งของและความสามารถของอาจารย์อย่างไม่มีที่มาที่ไป โดยเฉพาะสิ่งที่มีผลต่อระบบหรือสร้างความได้เปรียบแก่ผู้เล่น
  • การรับลูกศิษย์ควรเกิดจาก การผูกเรื่องและพัฒนาความสัมพันธ์ภายใน Roleplay ไม่ใช่เพียงการรับเข้ามาเพื่อให้วิชา สกิล หรือผลประโยชน์จากระบบ
  • อาจารย์ควรวางตัวเป็น ผู้สร้างสตอรี่ให้ผู้เล่นเข้าหา มากกว่าการวิ่งหาผู้เล่นเพื่อแจกวิชา แจกของ หรือสร้างลูกศิษย์จำนวนมากโดยไม่มีเนื้อเรื่องรองรับ
  • แนวทางการผูกเรื่อง
  • การเรียนหรือถ่ายทอดวิชาควรถือเป็น ผลจากการพัฒนาสตอรี่ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นเพื่อให้ผู้เล่นได้รับความสามารถทันที
  • ตัวอย่างลำดับเหตุการณ์ที่เหมาะสม เช่น
  • พบอาจารย์ → เริ่มสร้างความสัมพันธ์ → ฝากตัวหรือขอเรียนวิชา → ผ่านการทดสอบ/พิสูจน์ตน → เรียนรู้หรือร่วมพิธีกรรม → พัฒนาสตอรี่ต่อเนื่อง → จึงนำไปสู่การถ่ายทอดวิชาตามความเหมาะสม
  • ไม่จำเป็นต้องดำเนินตามลำดับนี้ทุกครั้ง แต่อาจารย์ควรทำให้การได้รับความรู้หรือความสามารถแต่ละครั้ง มีที่มาที่ไปและมีคุณค่าต่อสตอรี่
  • ขอบเขตของบทบาทอาจารย์
  • อาจารย์สามารถสร้างและปูเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ วิชาอาคม พิธีกรรม ลูกศิษย์ สิ่งลี้ลับ หรือโรลพิเศษต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่มีสิทธิ์มอบสถานะโรลพิเศษให้แก่ผู้เล่นอื่นด้วยตนเอง
  • การเป็นลูกศิษย์ การผ่านพิธี การได้รับการถ่ายทอดวิชา การถูกสาป หรือเหตุการณ์ใด ๆ ภายใน Roleplay ไม่ถือว่าผู้เล่นได้รับสิทธิ์เป็นโรลพิเศษโดยอัตโนมัติ
  • หากสตอรี่กำลังนำไปสู่การได้รับหรือเปลี่ยนสถานะเป็น โรลพิเศษ จะต้องปรึกษาและได้รับอนุญาตจากทีมงานก่อนดำเนินการในขั้นตอนดังกล่าว
  • สิ่งที่ต้องคำนึงถึง
  • บทบาทอาจารย์มีไว้เพื่อ สร้างองค์ความรู้และต่อยอดสตอรี่ของเมือง ไม่ใช่เป็นแหล่งแจกสกิล แจกของ หรือสร้างความได้เปรียบให้กลุ่มของตนเอง
  • ผู้เล่นควรรู้สึกว่าการได้พบอาจารย์ ฝากตัวเป็นศิษย์ หรือได้รับการถ่ายทอดวิชา เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ต้องใช้เวลาและการ Roleplay ไม่ใช่เพียงช่องทางในการเข้าถึงระบบหรือความสามารถพิเศษ
  • หากทีมงานตรวจสอบพบว่ามีการใช้บทบาทอาจารย์ในลักษณะ แจกจ่ายวิชาโดยไม่มีสตอรี่ ใช้สถานะเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือพวกพ้อง ใช้ความสามารถเกินขอบเขต หรือดำเนินการเกี่ยวกับโรลพิเศษโดยไม่ได้รับอนุญาต ทีมงานสามารถพิจารณาตักเตือน จำกัดสิทธิ์การใช้ความสามารถ หรือพิจารณาความเหมาะสมในการถือครองบทบาทอาจารย์ต่อไปได้
ข้อห้าม
  • อาจารย์ห้ามเข้าไปมีส่วนร่วมกับ กิจกรรมผิดกฎหมาย และ กิจกรรมของเซิร์ฟเวอร์ เช่น กล่องเสบียง, งานขุดสุสาน, การปล้นธนาคาร
หมายเหตุ
  • กรณีที่อาจารย์ประสงค์จะ ลดบทบาทหรือยุติบทบาทการเป็นอาจารย์ ให้ดำเนินการตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 1. จะต้องดำเนินการ ถ่ายทอดหรือสืบทอดวิชาให้แก่ลูกศิษย์เท่านั้น โดยคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมและผ่านหลักสูตรตามที่กำหนด 2. จะต้องให้ ข้าหลวง ดำเนินการ ถอดวิชาทั้งหมด ออกจากตัวละคร และกลับสู่สถานะเริ่มต้น 3. กรณีที่ แพ้สตอรี่ระหว่างอาจารย์กับอาจารย์ สามารถให้ข้าหลวงถอดวิชา และกลับไปเป็น ผี ได้ ตามเงื่อนไขที่ทีมงานกำหนด
  • อาจารย์สามารถรับ ผ้ายันต์ ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยรับได้ ครั้งละ 10 ผืน
  • ทุกครั้งที่มีการแลก ผ้ายันต์ อาจารย์จะต้องมี หลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบทุกครั้ง ก่อนขอแลกทุกครั้ง
  • อาจารย์ในแต่ละสาย สามารถมีได้ไม่เกิน 3 คน ตลอดช่วงเวลาเดียวกัน เว้นแต่ทีมงานจะประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นกรณีพิเศษ
02
บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของผีปอบโรลปอบ หมายถึง การสวมบทบาทเป็น “ผีปอบ” ภายในเซิร์ฟเวอร์ โดยเน้นการสร้างเรื่องราวลึกลับ ความหวาดกลัว และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นอื่น เช่น การหลอกหลอน ติดตาม ล่อลวง หรือค่อย ๆ เปิดเผยตัวตน ผู้เล่นที่ได้รับโรลปอบต้องดำเนินเรื่องอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ไล่ทำร้ายหรือกินผู้เล่นทันที และต้องเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตอบโต้ หลบหนี หรือสานต่อสตอรี่ ทั้งนี้ ความสามารถและข้อจำกัดทั้งหมดต้องเป็นไปตามระบบและกติกาที่เซิร์ฟเวอร์รองรับ ไม่สามารถคิดหรืออ้างความสามารถขึ้นมาเองได้ครับ
  • บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของผีปอบ
  • โรลปอบ หมายถึง การสวมบทบาทเป็น “ผีปอบ” ภายในเซิร์ฟเวอร์ โดยเน้นการสร้างเรื่องราวลึกลับ ความหวาดกลัว และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นอื่น เช่น การหลอกหลอน ติดตาม ล่อลวง หรือค่อย ๆ เปิดเผยตัวตน
  • ผู้เล่นที่ได้รับโรลปอบต้องดำเนินเรื่องอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ไล่ทำร้ายหรือกินผู้เล่นทันที และต้องเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตอบโต้ หลบหนี หรือสานต่อสตอรี่ ทั้งนี้ ความสามารถและข้อจำกัดทั้งหมดต้องเป็นไปตามระบบและกติกาที่เซิร์ฟเวอร์รองรับ ไม่สามารถคิดหรืออ้างความสามารถขึ้นมาเองได้ครับ
  • แนวทางการเล่นบทบาทปอบ
  • ปอบต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไม่เปิดเผยตัวตนโดยไม่มีเหตุผล เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาท และเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้เล่นอื่นสามารถสืบสวน ค้นหาเบาะแส และเปิดเผยความจริงผ่านเนื้อเรื่องได้
  • ปอบสามารถใช้ความสามารถ “ดึงขวัญ” กับเหยื่อ โดยเหยื่อจะได้รับอาการผิดปกติแตกต่างกันตามระดับหรือจำนวนขวัญที่สูญเสียไป
  • หลังถูกดึงขวัญ เหยื่อจะเห็นสัญลักษณ์สถานะบริเวณหนังสือคาถาหรือ Hotbar เพื่อให้ทราบระดับขวัญที่เหลืออยู่
  • เมื่อเหยื่อถูกดึงขวัญครบครั้งที่ 4 ปอบจะสามารถกิน “เครื่องใน” ของเหยื่อได้ ซึ่งถือเป็นการ CK ตัวละคร
  • การนำไปสู่การ CK ต้องมีเรื่องราว เหตุผล และสตอรี่รองรับอย่างชัดเจน ห้ามจงใจใช้ระบบเพื่อบังคับลบตัวละคร หรือมุ่งเล่นงานผู้เล่นโดยไม่มีเนื้อเรื่องรองรับ
  • ปอบที่ดึงขวัญไปแล้วสามารถ “คืนขวัญ” ให้เหยื่อได้ เช่น การมอบหมายภารกิจ การแลกเปลี่ยน การต่อรอง หรือการให้เหยื่อทำบางสิ่งเพื่อแลกกับขวัญที่ถูกนำไป
  • ระบบดึงขวัญและคืนขวัญควรใช้เป็นเครื่องมือสร้างเรื่องราว ความหวาดระแวง และการต่อรองระหว่างผู้เล่น ไม่ใช่ใช้เพื่อเอาชนะหรือกลั่นแกล้งผู้เล่นฝ่ายเดียว
  • แนวทางการป้องกันปอบ
  • พระสมเด็จ - ป้องกันความสามารถของปอบได้เฉพาะบางสกิล ไม่สามารถป้องกันได้ทุกความสามารถ
  • เครื่องรางเหรียญครูเมตตา - ป้องกันความสามารถของปอบได้เฉพาะบางสกิล โดยพลังป้องกันจะลดลงทุกครั้งที่ทำงาน เมื่อพลังหมดจะต้องนำไปปลุกเสกใหม่
  • บ้านที่ประดิษฐานพระและมีเครื่องถวายครบถ้วน - สามารถสร้างเขตคุ้มครองเพื่อป้องกันปอบหรือสิ่งลี้ลับต่าง ๆ ไม่ให้เข้ามาหรือใช้ความสามารถบางประเภทภายในบริเวณบ้าน
  • ศาลหมู่บ้านที่ได้รับการบูชา - สามารถสร้างเขตคุ้มครองหมู่บ้านจากปอบและสิ่งลี้ลับได้ โดยประสิทธิภาพของการป้องกันขึ้นอยู่กับสถานะการบูชาและเครื่องถวายภายในศาล
  • แนวทางการจับและกำจัดปอบ
  • การกำจัดปอบไม่สามารถทำได้ทันที ผู้เล่นจะต้องจับร่างปอบด้วย “โซ่อาคม” และนำตัวไปยังสถานที่ประกอบพิธีสะกดวิญญาณ
  • การประกอบพิธีต้องมีผู้ร่วมพิธีและเครื่องรางดังต่อไปนี้
  • สาย “คุณไสย” ระดับอาจารย์ จำนวน 2 คน พร้อมเครื่องรางประจำสายคนละ 1 ชิ้น
  • สาย “ปัดเป่า” ระดับอาจารย์ จำนวน 2 คน พร้อมเครื่องรางประจำสายคนละ 1 ชิ้น
  • ดังนั้น พิธีสะกดวิญญาณจะต้องใช้ผู้ประกอบพิธีอย่างน้อย 4 คน และเครื่องรางประจำสายรวมอย่างน้อย 4 ชิ้น และอาจโดนก่อกวนจากปอบตัวอื่นหรือกลุ่มคน
  • การจับและกำจัดปอบต้องมีเหตุการณ์หรือเรื่องราวรองรับ ไม่ควรเกิดจากการพบเห็นเพียงครั้งเดียวโดยไม่มีหลักฐาน การสืบสวน หรือกระบวนการยืนยันตัวตนของปอบ
  • แนวทางการปลดปล่อยปอบ
  • ปอบควรสร้างกลุ่มผู้สนับสนุนหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้า เพื่อใช้ดำเนินเรื่องราวสำหรับการช่วยเหลือหรือปลดปล่อยปอบจากพิธีสะกดวิญญาณ
  • ปอบสามารถเรียกผู้เล่นผ่านรายชื่อภายในศาล เพื่อส่งสัญญาณ ขอความช่วยเหลือ หรือมอบหมายให้ดำเนินเรื่องราวสำหรับการปลดปล่อย
  • ฝ่ายที่ต้องการปลดปล่อยปอบควรมีเป้าหมาย ขั้นตอน และความเสี่ยงที่ชัดเจน เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งฝ่ายช่วยเหลือและฝ่ายควบคุมปอบสามารถโต้ตอบกันผ่านบทบาทได้
  • การปลดปล่อยไม่ควรเกิดขึ้นทันที แต่ควรเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่อง เช่น การรวบรวมวัตถุดิบ การทำลายเครื่องราง การขัดขวางพิธี หรือการช่วยปอบออกจากสถานที่คุมขัง
  • เป้าหมายของระบบ
  • ระบบปอบควรสร้างเรื่องราวระยะยาวระหว่างปอบ เหยื่อ ผู้สืบสวน ผู้ประกอบพิธี และกลุ่มผู้ช่วยเหลือ โดยทุกฝ่ายต้องมีโอกาสค้นหา ป้องกัน ต่อรอง จับกุม หรือช่วยเหลือผ่านการเล่นบทบาทอย่างสมเหตุสมผล
เงื่อนไข
  • ต้องไลฟ์สตรีมทุกครั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ในบทบาท ผีปอบ เพื่อความโปร่งใส และใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบกรณีเกิดปัญหา
  • ต้องสร้างเนื้อเรื่อง (Story) และปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นคนอื่นอย่างเหมาะสม ไม่มุ่งเน้นเพียงการทำร้ายหรือสร้างความเสียหายแก่ผู้เล่น
  • ห้ามใช้บทบาทผีปอบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตนเอง กลุ่ม หรือพรรคพวก ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
  • ต้องเคารพการตัดสินใจของทีมงาน และปฏิบัติตามคำแนะนำหรือแนวทางที่กำหนด หากได้รับการแจ้งเตือนให้แก้ไขพฤติกรรม
  • หากไม่ได้เข้าใช้งานตัวละครผีปอบติดต่อกัน 7 วัน โดยไม่มีการแจ้งเหตุผลกับทีมงาน จะถือว่าสละสิทธิ์ และทีมงานสามารถถอดบทบาทได้ทันที
03
บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของเสือสมิงผู้ที่ได้รับบทบาท “เสือสมิง” ถือเป็นบทบาทพิเศษที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหนือธรรมชาติ มีลักษณะของผู้ต้องคำสาปหรือผู้มีอาคมที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นเสือได้ ผู้เล่นต้องให้ความสำคัญกับ การสร้างเรื่องราว การซ่อนตัวตน การล่าอย่างมีเหตุผล และสร้างความหวาดกลัว มากกว่าการใช้ร่างเสือเพื่อทำร้ายผู้เล่นทั่วไป
    04
    บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของกุมารทองผู้ที่ได้รับบทบาท “กุมารทอง” ถือเป็นบทบาทพิเศษในลักษณะของวิญญาณที่มีความผูกพันกับบุคคล สถานที่ หรือสิ่งของบางอย่าง โดยมีหน้าที่สำคัญในการสร้าง เรื่องราว ความลึกลับ การหลอกหลอน และเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เพื่อให้ผู้เล่นอื่นสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับ Roleplay
      05
      บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของแวมไพรผู้ที่ได้รับบทบาท “แวมไพร์” ถือเป็นบทบาทพิเศษที่ดำรงชีวิตด้วยเลือดและมีความสามารถเหนือมนุษย์ ผู้เล่นต้องให้ความสำคัญกับ การปกปิดตัวตน การสร้างเรื่องราว ความลึกลับ และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นอื่น มากกว่าการมุ่งล่า ดูดเลือด หรือใช้ความสามารถเพื่อสร้างความได้เปรียบ
        06
        บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของผีพรายผู้ที่ได้รับบทบาท “ผีพราย” ถือเป็นบทบาทพิเศษประเภทวิญญาณที่มีความผูกพันกับสถานที่ ธรรมชาติ แหล่งน้ำ หรือเหตุการณ์ในอดีต มีหน้าที่สร้าง ความลึกลับ ความหวาดกลัว และเรื่องราวเหนือธรรมชาติ โดยเน้นการสร้าง Roleplay ร่วมกับผู้เล่น มากกว่าการมุ่งหลอกหลอนหรือทำร้ายเพียงอย่างเดียว

          Server Rules

          กฎเซิร์ฟเวอร์


          หมวดนี้เป็นกฎระบบและกติกาส่วนกลาง เช่น บัญชีผู้เล่น โปรแกรมโกง ซื้อขายเงินจริง สตรีม โรลพิเศษ หน่วยงานรัฐ และการร้องเรียน

          01 Cheating & Exploitsห้ามใช้โปรแกรมโกง มาโคร บั๊ก หรือช่องโหว่ของระบบ
          • ห้ามใช้โปรแกรมภายนอก เครื่องมือโกง มาโคร หรือวิธีใด ๆ ที่ทำให้ได้เปรียบผู้เล่นอื่น
          • ห้ามใช้บั๊กของเกมหรือสคริปต์เพื่อฟาร์มเงิน หนีการจับกุม ทะลุสิ่งกีดขวาง หรือหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ RP
          • เมื่อพบบั๊กต้องแจ้งทีมงาน ห้ามทดลองซ้ำ เผยแพร่ หรือชักชวนผู้อื่นให้ใช้ช่องโหว่
          02 Account Policyผู้เล่นต้องรับผิดชอบต่อบัญชีและตัวละครของตนเอง
          • เจ้าของบัญชีต้องรับผิดชอบต่อทุกการกระทำที่เกิดขึ้นจากบัญชีของตนเอง
          • ห้ามให้ผู้อื่นใช้บัญชีเพื่อเข้าเมือง เล่นแทน รับโทษแทน หรือหลีกเลี่ยงบทลงโทษ
          • ห้ามสร้างบัญชีใหม่เพื่อหนีคดี หนีโทษ แอบกลับเข้าเมือง หรือทำให้ทีมงานตรวจสอบยากขึ้น
          03 Buying / Selling OCห้ามซื้อขายเงิน ไอเทม ตัวละคร หรือสิทธิ์ใด ๆ ด้วยเงินจริง
          • ห้ามซื้อขายเงินในเกม ไอเทม ทรัพย์สิน ตัวละคร บ้าน ม้า อาวุธ หรือสิทธิ์ต่าง ๆ ด้วยเงินจริงระหว่างผู้เล่น
          • ห้ามใช้ช่องทางนอกเกมเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในเกม เช่น โอนเงิน แลกของ หรือจ้างให้ทำภารกิจแทน
          • หากพบการซื้อขายเงินจริง ทีมงานสามารถริบทรัพย์สิน ยึดผลประโยชน์ และพิจารณาแบนตามความร้ายแรง
          04 Character Nameชื่อตัวละครต้องเหมาะกับยุค พ.ศ.2450 และไม่สร้างความได้เปรียบตั้งแต่ต้น
          • ตัวละครต้องมีชื่อและนามสกุลที่เหมาะสมกับบรรยากาศเมืองซุ้มเสือ ยุค พ.ศ.2450 และไม่เป็นชื่อเล่นตลก คำหยาบ มีม หรือชื่อที่ทำลายบรรยากาศ Roleplay
          • ห้ามใช้ชื่อบุคคลจริง คนดัง ตัวละครจากสื่ออื่น ชื่อการเมือง ชื่อเชิงล้อเลียน หรือชื่อที่อาจก่อให้เกิดปัญหา OOC
          • ห้ามตั้งชื่อที่สื่อว่ามียศ ตำแหน่ง อำนาจ บรรดาศักดิ์ ตระกูลใหญ่ หรือความสำคัญเหนือผู้เล่นอื่นตั้งแต่ต้น เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากทีมงานหรือเป็นบทบาทที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด
          • ทีมงานมีสิทธิ์ให้แก้ไขชื่อ นามสกุล หรือประวัติตัวละคร หากพบว่าไม่เหมาะสมกับธีมเมืองหรือทำให้เกิดความสับสนต่อระบบ RP
          05 Special Rolesโรลพิเศษต้องผ่านการอนุมัติและเล่นตามขอบเขตที่กำหนด
          • โรลพิเศษ เช่น ครูอาคม ผี/อมนุษย์ ผู้นำกลุ่ม หรือบทบาทที่มีอิทธิพลสูง ต้องผ่านการอนุมัติจากทีมงาน
          • ห้ามใช้โรลพิเศษเพื่อยกระดับตนเองให้เหนือผู้เล่นอื่นโดยไม่มีช่องให้โต้ตอบ
          • ทุกความสามารถ อำนาจ หรือสถานะพิเศษ ต้องมีข้อจำกัด ผลกระทบ และเหตุผลรองรับในเนื้อเรื่อง
          06 Police & Governmentหน่วยงานรัฐต้องใช้อำนาจผ่านกระบวนการ RP ที่ตรวจสอบได้
          • ตำรวจและข้าราชการต้องมีเหตุอันควรในการเรียกตรวจ ค้นตัว จับกุม คุมขัง หรือออกคำสั่ง
          • ห้ามใช้อำนาจตำแหน่งเพื่อกลั่นแกล้ง ยึดของโดยไร้เหตุ หรือเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง
          • คดี การไต่สวน การลงโทษ และประกาศสำคัญ ควรมีหลักฐานหรือบันทึกที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
          07 Robbery & Kidnappingการปล้นและลักพาตัวต้องมีเป้าหมาย RP ชัดเจน
          • การปล้นต้องมีบทสนทนา เหตุผล และเปิดโอกาสให้เหยื่อโต้ตอบตามสถานการณ์
          • การลักพาตัวต้องดูแลตัวประกัน ไม่ทิ้งให้รอนานเกินสมควร และต้องมีจุดประสงค์ของสตอรี่
          • ห้ามปล้นซ้ำ กลั่นแกล้ง หรือใช้การปล้นเป็นข้ออ้างเพื่อทำลายประสบการณ์ของผู้เล่นอื่น
          08 กฏและแนวทางการใช้เชือกการใช้เชือก หมายถึง การใช้เชือกเพื่อมัด ควบคุมตัว หรือเคลื่อนย้ายผู้เล่นอื่น โดยต้องมีเหตุผลและบริบทภายในเนื้อเรื่องที่ชัดเจน เช่น การจับกุม ลักพาตัว ควบคุมผู้ต้องหา หรือช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ทั้งนี้ต้องไม่ใช้เพื่อกลั่นแกล้ง เอาเปรียบ หรือปิดโอกาสการเล่น Roleplay ของอีกฝ่ายอย่างไม่สมเหตุสมผลครับ
          • 1. การใช้เชือกต้องมีเหตุผลทาง Roleplay ที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล เช่น การจับกุม ควบคุมตัว ลักพาตัวตามเนื้อเรื่อง ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ หรือเคลื่อนย้ายผู้หมดสติ ห้ามใช้เชือกโดยไม่มีเหตุผล หรือใช้เพื่อกลั่นแกล้งและขัดขวางการเล่นของผู้อื่น
          • 2. กรณีใช้เชือกระหว่างสถานการณ์ปะทะ ฝ่ายที่ต้องการใช้เชือกจะต้องมีผู้เล่นที่ยังสามารถต่อสู้ได้มากกว่าฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อย 3 คน ตัวอย่างเช่น หากฝ่ายตรงข้ามเหลือผู้เล่นที่สามารถต่อสู้ได้ 2 คน ฝ่ายที่ใช้เชือกจะต้องเหลืออย่างน้อย 5 คน
          • 3. อนุญาตให้ใช้เชือกในสถานการณ์แบบ 1 ต่อ 1 ได้ หากเป็นเหตุการณ์ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ระหว่างการปะทะ และมีจุดประสงค์เพื่อดำเนินหรือต่อยอดเนื้อเรื่อง Roleplay เช่น การจับกุม ลักพาตัว หรือควบคุมตัว โดยต้องกระทำในพื้นที่ลับตาคนหรือมีผู้คนอยู่ไม่มาก ห้ามใช้ในพื้นที่สาธารณะ ชุมชน หรือบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่านโดยไม่มีเหตุผลทาง Roleplay ที่เหมาะสม
          • 4. การนับจำนวนผู้เล่น ให้นับเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในพื้นที่เหตุการณ์ มีส่วนร่วมกับสถานการณ์โดยตรง และยังสามารถต่อสู้ได้เท่านั้น ผู้ที่หมดสติ เสียชีวิต หลุดออกจากเกม หรือออกจากพื้นที่เหตุการณ์ไปแล้ว จะไม่นับรวมในจำนวนผู้เล่น
          09 การใช้ถุงคลุมหัวใช้ได้เพื่อสตอรี่การควบคุมตัว ไม่ใช่เพื่อปิดโอกาส RP ของอีกฝ่าย
          • การใช้ถุงคลุมหัวต้องมีเหตุผลใน RP เช่น ลักพาตัว เคลื่อนย้ายตัวประกัน สอบสวน ป้องกันการจดจำเส้นทาง หรือเหตุการณ์เฉพาะที่มีน้ำหนักพอ
          • ผู้ถูกคลุมหัวต้องยังมีโอกาส RP ผ่านเสียง คำพูด ความรู้สึก การตอบสนอง หรือ /me /do ไม่ควรถูกปล่อยให้รอนานโดยไม่มีการเล่นต่อ
          • ห้ามใช้ถุงคลุมหัวเพื่อก่อกวน ปิดจอเล่น ๆ ลากผู้เล่นวนไปมา หรือทำให้ผู้เล่นเสียประสบการณ์โดยไม่มีเป้าหมายของสตอรี่
          • เมื่อถูกคลุมหัว ตัวละครไม่ควรจดจำเส้นทาง จุดหมาย หรือรายละเอียดภาพที่ตนมองไม่เห็น เว้นแต่มีข้อมูล IC อื่นรองรับ เช่น เสียง สภาพพื้น กลิ่น หรือคำพูดของผู้กระทำ
          10 Streamer Policyการสตรีมต้องไม่ทำลายบรรยากาศและความเป็นส่วนตัวของผู้เล่นอื่น
          • ผู้สตรีมต้องเคารพผู้เล่นอื่น ไม่ชี้นำให้ผู้ชมไปคุกคาม ก่อกวน หรือโจมตีคู่กรณี
          • ห้ามใช้ข้อมูลจากสตรีมของผู้อื่นเพื่อเข้าไปแทรกแซงเหตุการณ์หรือสร้างความได้เปรียบในเกม
          • หากมีเหตุร้องเรียนจากสตรีม ทีมงานจะพิจารณาจากหลักฐาน บริบท และผลกระทบต่อชุมชน
          11 Incitementห้ามยุยง ปลุกปั่น หรือชี้นำให้เกิดการคุกคามและละเมิดกฎ
          • ห้ามชักชวน ยุยง หรือปลุกปั่นให้ผู้เล่นอื่นไปรุมด่า คุกคาม ก่อกวน ล่าแม่มด หรือกดดันผู้เล่น/ทีมงานทั้งในเกมและนอกเกม
          • ห้ามเผยแพร่ข้อกล่าวหา ข่าวลือ ข้อมูลส่วนตัว หรือคลิปบางช่วงบางตอนเพื่อสร้างกระแสโจมตีโดยไม่ผ่านกระบวนการร้องเรียนที่ถูกต้อง
          • ความขัดแย้งใน IC สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ต้องไม่ลากไปเป็นการโจมตีตัวผู้เล่นจริงหรือสร้างแรงกดดัน OOC
          • หากการกระทำใดทำให้ชุมชนเสียหาย ทีมงานสามารถสั่งหยุดเหตุการณ์ ลบผล RP หรือพิจารณาโทษตามความร้ายแรง
          12 Report & Appealการร้องเรียนและอุทธรณ์ต้องใช้หลักฐาน ไม่ใช้อารมณ์ตัดสิน
          • การร้องเรียนต้องมีหลักฐาน เช่น คลิป ภาพ เวลาเกิดเหตุ ชื่อตัวละคร และคำอธิบายเหตุการณ์ตามลำดับ
          • ห้ามปลุกปั่น ด่าทอ หรือกดดันทีมงาน/คู่กรณีระหว่างรอการตรวจสอบ
          • การอุทธรณ์ต้องชี้แจงเหตุผลอย่างสุภาพ และยอมรับผลการพิจารณาตามหลักฐานที่มี
          13
          Bug / Exploit (การใช้บัคหรือช่องโหว่ของระบบ)หมายถึง การใช้บัค ช่องโหว่ เทคนิค หรือลำดับการควบคุมใด ๆ ที่ทำให้ระบบหรืออาวุธทำงานผิดไปจากกลไกปกติ เพื่อข้าม ลด ตัด หรือหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของระบบ และทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับความได้เปรียบโดยมิชอบ แม้ว่าวิธีดังกล่าวจะสามารถทำได้จากตัวเกมโดยไม่ใช้โปรแกรมภายนอก หากเป็นการอาศัยความผิดปกติหรือช่องโหว่ของระบบเพื่อสร้างความได้เปรียบ ยังถือเป็น Bug / Exploit
            ข้อห้าม
            • ห้าม Animation Cancel หรือการกระทำในลักษณะเดียวกัน เพื่อยกเลิกหรือลดขั้นตอนของระบบ เช่น การตัด Reload หรือ Animation เพื่อให้สามารถยิง ใช้อาวุธ หรือดำเนินการได้เร็วกว่าปกติ
            • ห้ามใช้ทริค เทคนิค หรือลำดับการกดปุ่ม ที่ส่งผลให้อาวุธ ตัวละคร หรือระบบทำงานผิดไปจากกลไกที่กำหนด หรือทำให้ได้รับความได้เปรียบที่ไม่ควรเกิดขึ้นตามปกติ
            • ห้ามใช้ประโยชน์จากความผิดปกติของตัวละครหรือระบบ เช่น ตัวละครล่องหน (Invisible) โมเดลหรืออวัยวะแสดงผลผิดปกติ หรือความผิดพลาดอื่นใด เพื่อนำมาใช้สร้างความได้เปรียบหรือส่งผลต่อ Roleplay ของผู้เล่นอื่น
            • ห้ามใช้บัคหรือช่องโหว่เพื่อปั๊ม ทำซ้ำ (Duplicate) หรือ Spam เงิน ไอเทม อาวุธ ทรัพยากร รางวัล หรือทรัพย์สินใดๆ ภายในเกม
            • ห้ามใช้บัคหรือช่องโหว่เพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ของ Roleplay เช่น การหลบเลี่ยงผลจากการต่อสู้ การจับกุม การปล้น การเสียชีวิต การสูญเสียทรัพย์สิน หรือเหตุการณ์อื่นที่ตัวละครควรได้รับตามสถานการณ์
            • ห้ามใช้ทริค เทคนิค หรือวิธีการใดๆ เพื่อสับหรือสลับอาวุธทุกชนิด ในลักษณะที่ผิดไปจากกลไกการใช้งานตามปกติของตัวเกม หรือเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลและไม่สามารถกระทำได้ตามหลักความเป็นจริง
            หมายเหตุ
            • การที่ระบบหรือตัวเกม สามารถกระทำได้ ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นได้รับอนุญาต หากเป็นการใช้วิธีการที่ข้าม ลด ตัด หรือหลีกเลี่ยงกลไกและข้อจำกัดตามปกติของระบบ หรือก่อให้เกิดความได้เปรียบที่ไม่ควรเกิดขึ้น อาจถูกพิจารณาเป็น Bug / Exploit หรือ Power Gaming (PG) โดยพิจารณาจากลักษณะของเหตุการณ์ ผลกระทบ และเจตนาของผู้เล่นเป็นสำคัญ
            • กฎไม่สามารถระบุบัค ช่องโหว่ หรือวิธีการที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งหมด ดังนั้น แม้การกระทำใด ไม่ได้ถูกระบุไว้โดยตรงในกฎหรือตัวอย่าง หากมีลักษณะเป็นการใช้ความผิดปกติหรือช่องโหว่ของระบบเพื่อสร้างความได้เปรียบ หลีกเลี่ยงข้อจำกัด หรือส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมและคุณภาพของ Roleplay ให้ถือว่าอยู่ภายใต้กฎ Bug / Exploit เช่นเดียวกัน
            บทลงโทษ
            • ผู้กระทำผิดอาจได้รับโทษตั้งแต่ ตักเตือน, ปรับเงิน, ปลดไวท์ลิสชั่วคราว ไปจนถึงปลดไวท์ลิสถาวร โดยระดับบทลงโทษจะขึ้นอยู่กับ ลักษณะของการกระทำ ความร้ายแรง เจตนา และพฤติการณ์ของเหตุการณ์ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของทีมงานในการพิจารณาบทลงโทษตามความเหมาะสม

            Roleplay Rules

            กฎโรลเพลย์พื้นฐาน

            กฎแกนกลางสำหรับการเล่น Serious Roleplay ใช้เป็นฐานในการตีความเหตุการณ์ทุกแบบ ก่อนเข้าสู่กฎต่อสู้ อาชญากรรม หรือสตอรี่เฉพาะทาง

            01 In Character (IC)การแสดงบทบาทสมมติของตัวละครภายในเซิร์ฟเวอร์
            • In Character (IC) หมายถึง การแสดงบทบาทสมมติของตัวละครที่ผู้เล่นสวมบทบาทอยู่ภายในเซิร์ฟเวอร์ โดยการกระทำ คำพูด ท่าที การตัดสินใจ และพฤติกรรมทุกประการ ต้องยึดโยงและสอดคล้องกับตัวตนของตัวละคร เนื้อเรื่อง สภาพแวดล้อม และบริบทของโลกภายในเกมอย่างเคร่งครัด
            • ผู้เล่นต้องสื่อสารและแสดงออกผ่านมุมมองของตัวละคร IC เท่านั้น และต้องแยกแยะระหว่าง IC กับ OOC อย่างชัดเจน
            • ห้ามนำข้อมูล ความรู้ ความรู้สึก เหตุผล หรือประสบการณ์จากชีวิตจริงหรือ OOC มาใช้ภายในเกม
            • ห้ามตัดสินใจหรือแสดงพฤติกรรมโดยอ้างจากเหตุผลนอกเกม ไม่ว่ากรณีใด ๆ
            02 Out of Character (OOC)การสื่อสารหรือการกระทำที่อยู่นอกบทบาทของตัวละคร
            • Out of Character (OOC) หมายถึง การสื่อสาร การกระทำ หรือการแสดงออกใด ๆ ที่อยู่นอกบทบาทของตัวละครภายในเซิร์ฟเวอร์ เป็นการพูดคุยหรือกระทำในฐานะผู้เล่นจริง เช่น เรื่องส่วนตัว ปัญหาทางเทคนิค มินิเกม ข้อมูลจากภายนอกเกม หรือประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ หรือมุมมองของตัวละครภายในโลก Roleplay
            • การใช้งาน OOC ต้องกระทำเฉพาะในช่องทาง พื้นที่ หรือรูปแบบที่เซิร์ฟเวอร์กำหนดไว้เท่านั้น และต้องไม่ก่อให้เกิดการรบกวน บิดเบือน แทรกแซง หรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ หรือบรรยากาศ Roleplay ภายในเกมโดยเด็ดขาด
            • ห้ามพูดหรือสื่อสารในลักษณะ OOC ที่รบกวนบรรยากาศ Roleplay
            • ห้ามนำข้อมูล ความรู้ หรือการสื่อสารแบบ OOC ไปใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบหรือเสียเปรียบ
            • ห้ามนำข้อมูล OOC ไปใช้ในการตัดสินใจหรือกระทำการใด ๆ ในลักษณะ IC ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
            03 Meta Gaming (MG)การนำข้อมูลนอกบทบาทมาใช้ภายในเกม
            • Meta Gaming (MG) หมายถึง การนำข้อมูล ความรู้ หรือการสื่อสารใด ๆ ที่เกิดขึ้นนอกบริบทของบทบาทสมมติ เช่น การพูดคุยผ่าน Discord การรับชมสตรีม การแชตภายนอกเกม หรือช่องทางสื่อสารอื่นใด มาใช้ภายในโลกของเกม เพื่อให้ตัวละครของตนเองหรือผู้อื่นได้เปรียบ ทั้งที่ตามเนื้อเรื่องและบทบาทของตัวละครแล้ว ไม่ควรมีทางรับรู้ข้อมูลดังกล่าว
            • Meta Gaming ถือเป็นการทำลายความสมจริง ความยุติธรรม และโครงสร้างของการ Roleplay ภายในเซิร์ฟเวอร์
            • ห้ามวางแผน ประสานงาน หรือหารือเหตุการณ์ภายในเกมผ่านช่องทาง OOC โดยไม่มีการ Roleplay ภายในเกม
            • ห้ามรับรู้ตำแหน่ง แผนการ เส้นทาง หรือการเคลื่อนไหวของผู้อื่นจาก Discord หรือการรับชมสตรีม แล้วนำมาใช้ภายในเกม
            • ห้ามดูสตรีมของผู้เล่นอื่นแล้วติดตาม หา หรือเข้าแทรกแซงเหตุการณ์ในเกม (Stream Snipe)
            • ห้ามนัดแนะหรือเข้าร่วมปฏิบัติการร่วมกัน โดยไม่มีการสื่อสารหรือเหตุผลในเชิงบทบาทสมมติรองรับ
            • ห้ามนำข้อมูลจากช่องทาง OOC ไปบอกต่อ ชี้นำ หรือสั่งการตัวละครภายในเกม โดยไม่มีที่มาทาง Roleplay
            • ห้ามเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการตัดสินใจของตัวละครทันทีจากข้อมูลภายนอกเกม โดยไม่ผ่านกระบวนการ Roleplay
            04 Power Gaming (PG)การกระทำที่ฝืนหลักความสมเหตุสมผลของโลก Roleplay
            • Power Gaming (PG) หมายถึง การกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนหลักความสมเหตุสมผลของโลก Roleplay โดยเป็นการบังคับสถานการณ์ ใช้พลัง ความสามารถ ทักษะ หรือศักยภาพของตัวละครเกินขอบเขตความเป็นจริง รวมถึงการกระทำใด ๆ ที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถทำได้ ภายใต้บริบท สภาพแวดล้อม และเงื่อนไขของเกม รวมถึงการบังคับให้คนอื่นต้องแพ้ ต้องตาย หรือต้องยอมรับผล โดยไม่มีโอกาสโต้ตอบ
            • Power Gaming ถือเป็นการทำลายความสมจริง ความยุติธรรม และประสบการณ์ Roleplay ของผู้เล่นอื่น
            • ห้ามใช้พลัง ความสามารถ หรือทักษะเกินจริง โดยไม่สอดคล้องกับสภาพร่างกาย อุปกรณ์ หรือสถานการณ์
            • ห้ามส่งมอบ รับ หรือโต้ตอบกับไอเทมหผ่านกำแพง สิ่งกีดขวาง หรือวัตถุที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ตามหลัก Roleplay
            • ห้ามประสบอุบัติเหตุรุนแรง โดนชนหนัก หรือตกจากที่สูง โดยไม่แสดงอาการบาดเจ็บหรือผลกระทบใด ๆ
            • ห้ามใช้ /me เพื่อบังคับผล เช่น /me ล็อกอีกฝ่ายจนหนีไม่ได้ โดยอีกฝ่ายไม่มีโอกาสตอบ
            • ห้ามอ้างวิชาอาคม ของขลัง หรือพลังครูเพื่อบังคับว่าผู้อื่นไม่สามารถทำอะไรได้
            05 Breaking Roleplayพฤติกรรมที่ชัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกับบทบาท
            • Breaking Roleplay หมายถึง การพูด การกระทำ หรือการแสดงออกใด ๆ ที่ขัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกับบทบาทของตัวละคร เนื้อเรื่อง ยุคสมัย หรือบริบทของโลกสมมติภายในเซิร์ฟเวอร์ เป็นพฤติกรรมลักษณะ Out of Character (OOC) ในขณะที่ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องดำรงบทบาท In Character (IC) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรยากาศ ความสมจริง และการดำเนินเรื่องของ Roleplay ถูกทำลาย
            • Breaking Roleplay ถือเป็นการละเมิดหลักพื้นฐานของการ Roleplay และส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้เล่นอื่นภายในเซิร์ฟเวอร์
            • ห้ามกล่าวถึงเรื่องนอกเกมระหว่างสถานการณ์ Roleplay เช่น Discord การตั้งค่าเกม ปัญหาทางเทคนิค กฎของเซิร์ฟเวอร์ หรือเรื่องส่วนตัว ขณะที่ตัวละครยังอยู่ในบริบทของ RP
            • ห้ามแสดงพฤติกรรม ความรู้ หรือการรับรู้ที่ไม่สอดคล้องกับบทบาทและยุคสมัยของโลก Roleplay เช่น ตัวละครอยู่ในยุคปี พ.ศ.2450 แต่ใช้ภาษาหรือความรู้ยุคปัจจุบัน
            • ห้ามนำข้อมูลลักษณะ OOC มาใช้ภายในบทบาท ซึ่งเข้าข่ายหรือเชื่อมโยงกับ Meta Gaming
            • ห้ามปฏิเสธ หลีกเลี่ยง หรือบันทอนผลกระทบของเหตุการณ์ Roleplay โดยไม่ยอมรับผลลัพธ์ตามความสมเหตุสมผลของสถานการณ์
            06 Common Senseการกระทำที่สมเหตุสมผลตามสถานการณ์ บริบทของตัวละคร
            • Common Sense หมายถึง การใช้ วิจารณญาณ ความมีเหตุผล และความสมเหตุสมผลของมนุษย์ทั่วไป ในการเล่นเกมและสวมบทบาท เพื่อรักษาความสมจริงของโลก Roleplay บรรยากาศการเล่นที่ดี และการอยู่ร่วมกันอย่างเหมาะสมภายในเซิร์ฟเวอร์ ผู้เล่นควรพิจารณาการกระทำของตนเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ บริบท และกฎของเซิร์ฟเวอร์ แม้ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในกฎโดยตรง
            • ผู้เล่นต้องเคารพบริบทของยุคสมัย พ.ศ.2450 ภาษา อาชีพ อำนาจรัฐ ความเชื่อ สังคม และข้อจำกัดของเมือง ไม่ควรนำพฤติกรรมหรือแนวคิดสมัยใหม่มาใช้จนทำให้เสียบรรยากาศของเซิร์ฟเวอร์
            • หากเกิดสถานการณ์ที่ไม่มีระบุไว้ในกฎชัดเจน ให้ผู้เล่นใช้เหตุผล ความสมจริง และความเหมาะสมเป็นหลัก หากมีข้อโต้แย้ง ทีมงานจะพิจารณาจากบริบท เจตนา และผลกระทบต่อ RP โดยรวม
            07 Fair Playการเล่นอย่างยุติธรรม
            • Fair Play หมายถึง การเล่นเกมอย่าง ยุติธรรม โปร่งใส และให้เกียรติผู้เล่นคนอื่น โดยยึดถือกฎของเซิร์ฟเวอร์และหลักการ Roleplay เป็นสำคัญ ผู้เล่นต้องไม่ใช้วิธีการใดๆ ที่ไม่เป็นธรรม หรือกระทำการที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบแก่ตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ทั้งในเชิงระบบเกมและการดำเนินบทบาทสมมติ
            • ปฏิบัติตามกฎของเซิร์ฟเวอร์ และดำเนินบทบาทสมมติ Roleplay อย่างเคร่งครัด
            • ตัวอย่าง เช่น หมู่บ้านหนึ่งมีคนอยู่20คน ผู้ใหญ่บ้านจับโจรมาได้1คน ต้องการส่งตัวไปที่นครบาล ต้องจัดคนคุ้มกันขบวนไป8คน ไม่สามารถพากันไปทั้งหมู่บ้านเพื่อคุ้มกันการส่งตัวได้
            08 Story Insertionการแทรกตัวเองเข้าไปในเหตุการณ์ เนื้อเรื่อง ที่ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
            • Story Insertion หมายถึง การที่ผู้เล่นพยายามแทรกตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์หรือเนื้อเรื่องของผู้อื่น โดยไม่ได้รับคำเชิญ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องเดิม หรือไม่มีเหตุผลที่สมเหตุสมผลทาง RP
            • ห้ามเข้าไปยุ่งกับเหตุการณ์ของกลุ่มอื่นเพียงเพราะเห็นว่ามีเรื่องน่าสนใจ เช่น เห็นคนกำลังเจรจา เห็นการปะทะ เห็นการลักพาตัว หรือได้ยินเรื่องจาก OOC แล้วพยายามพาตัวละครเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่มีที่มา
            • หากต้องการเข้าร่วมเนื้อเรื่องของผู้อื่น ควรมีเหตุผลรองรับชัดเจน เช่น มีความสัมพันธ์กับตัวละครที่เกี่ยวข้อง ได้รับคำเชิญ ถูกว่าจ้าง มีหลักฐานใน RP หรือมีเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เชื่อมโยงตัวละครของตนกับเรื่องนั้น
            • การพบเห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ผู้เล่นต้องประเมินตาม Common Sense ว่าตัวละครของตนควรเข้าไปยุ่งหรือไม่ ไม่ใช่ทุกเหตุการณ์ที่เห็นแล้วจะมีสิทธิ์เข้าไปแทรกแซงทันที
            • การว่าจ้างต้องเกิดก่อนหรือหลังเจรจาเท่านั้น ไม่สามารถเรียกคนที่อยู่ใกล้ๆมาแล้วว่าจ้างได้ เช่น นายAมีปากเสียงกับนายB ระว่างนั้นนายCเดินผ่านมานายAตะโกนบอกนายC “หนุ่มข้าจ้างเอ็งกระทืบไอ้Bที ข้าจ้าง100บาท”
            09 Value of Life (VOL)Value of Life (VOL) หมายถึง หลักการที่ตัวละครต้องแสดงออกถึงการเห็นคุณค่าและหวงแหนชีวิตของตนเองและผู้อื่น โดยการตัดสินใจและการกระทำต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ ความเสี่ยง และบริบทของการโรลเพลย์ภายในเซิร์ฟเวอร์
              เงื่อนไข
              • การพิจารณาว่าผู้เล่นกระทำผิด VOL จะอ้างอิงจาก ภาพรวมของเหตุการณ์ ความสมเหตุสมผลของการโรลเพลย์ สิ่งที่ตัวละครรับรู้ และการตัดสินใจของตัวละครในขณะนั้น ไม่ใช่พิจารณาจากชนิดของอาวุธ จำนวนผู้เข้าร่วม วิชาอาคม เครื่องราง ความสามารถพิเศษ หรือผลของระบบเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การใช้อาวุธระยะประชิดเข้าต่อสู้กับอาวุธระยะไกล การใช้วิชาอาคม การมีจำนวนคนมากกว่าหรือน้อยกว่า หรือการอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ จะไม่ถือว่าเป็นการผิดกฎ VOL โดยอัตโนมัติ หากการกระทำนั้นยังมีเหตุผลรองรับและสอดคล้องกับบริบทของการโรลเพลย์
              หมายเหตุ
              • ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการใช้ดุลยพินิจพิจารณาแต่ละกรณีเป็นรายเหตุการณ์ โดยยึดหลัก ความสมเหตุสมผลของการโรลเพลย์ (Roleplay First) และบริบทของเหตุการณ์เป็นสำคัญ เพื่อให้การตัดสินมีความเป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกฝ่าย.
              10 Random Death Match (RDM)การใช้ความรุนแรงโดยไม่มีเหตุผลหรือบริบท Roleplay
              • Random Death Match (RDM) หมายถึง การใช้ความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย หรือการสังหารตัวละครอื่น โดยปราศจากเหตุผลที่ชัดเจน สมเหตุสมผล และไม่สอดคล้องกับบริบทของบทบาทสมมติ รวมถึงการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการสร้างสถานการณ์ บทสนทนา หรือปฏิสัมพันธ์ทาง Roleplay ที่เหมาะสมก่อนเกิดเหตุการณ์ ไม่ว่าจะกระทำต่อผู้เล่นหรือ NPC ก็ตาม
              • RDM ถือเป็นการทำลายบรรยากาศ ความยุติธรรม และโครงสร้างของการ Roleplay ภายในเซิร์ฟเวอร์
              • ห้ามยิง ทำร้าย หรือโจมตีผู้เล่นคนอื่นทันที โดยไม่มีการพูดคุย บทนำ หรือบริบททาง Roleplay
              • ห้ามสังหารหรือทำร้ายผู้เล่นจากความขัดแย้งส่วนตัวนอกบทบาท หรือปัญหาส่วนตัวของผู้เล่นจริง
              • ห้ามใช้เหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผลหรือไม่มีมูลเหตุรองรับในเชิงบทบาทของตัวละคร เพื่อก่อเหตุความรุนแรง
              • ห้ามยิงพลเรือน NPC หรือก่อเหตุรุนแรงในเมืองและพื้นที่สาธารณะเพียงเพื่อความบันเทิงส่วนตัว หรือสร้างความวุ่นวายโดยไม่มีเนื้อเรื่องรองรับ
              11 Spawn Kill (SK)การทำร้ายผู้เล่นทันทีหลังเกิดใหม่หรือเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์
              • Spawn Kill (SK) หมายถึง การทำร้ายหรือสังหารผู้เล่นในช่วงเวลาทันทีหลังจากที่ตัวละครเกิดใหม่ Respawn หรือเพิ่งเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ โดยที่ผู้เล่นยังไม่มีโอกาสเริ่มต้นบทบาทสมมติ ป้องกันตัว ตอบโต้ หรือมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ ตามบริบทของ Roleplay
              • Spawn Kill ถือเป็นการเอาเปรียบผู้เล่นอื่น และเป็นการทำลายความยุติธรรมและบรรยากาศของการ Roleplay ภายในเซิร์ฟเวอร์
              • ห้ามดักรอ ซุ่มโจมตี หรือเฝ้าพื้นที่จุดเกิด Spawn Point เพื่อทำร้ายหรือสังหารผู้เล่น
              • ห้ามก่อเหตุความรุนแรงซ้ำ ๆ ต่อผู้เล่นรายเดิมทุกครั้งที่เกิดใหม่ โดยผู้เล่นยังไม่สามารถเริ่มต้นการ Roleplay ได้ตามปกติ
              • ห้ามใช้ประโยชน์จากตำแหน่ง จุดทางเข้า หรือจุดที่แยกมิติ เพื่อดักยิง ดักซุ่ม หรือควบคุมพื้นที่ โดยไม่เปิดโอกาสให้เกิดการโต้ตอบหรือปฏิสัมพันธ์เชิงบทบาทสมมติ
              12 Character Kill (CK)Character Kill (CK) หมายถึง การจบบทบาทและยุติเรื่องราวของตัวละครภายในโลก Roleplay อย่างถาวร เมื่อตัวละครถูก CK แล้ว ผู้เล่นจะไม่สามารถนำตัวละครดังกล่าวกลับมาใช้งานได้อีก รวมถึงตัวละครใหม่จะต้องไม่จดจำเรื่องราว ข้อมูล หรือความสัมพันธ์ใดๆ ของตัวละครเดิม
              • Character Kill (CK) หมายถึง การจบบทบาทและยุติเรื่องราวของตัวละครภายในโลก Roleplay อย่างถาวร เมื่อตัวละครถูก CK แล้ว ผู้เล่นจะไม่สามารถนำตัวละครดังกล่าวกลับมาใช้งานได้อีก รวมถึงตัวละครใหม่จะต้องไม่จดจำเรื่องราว ข้อมูล หรือความสัมพันธ์ใดๆ ของตัวละครเดิม
              • การ CK แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
              • 1. CK เพื่อจบบทบาทหรือยุติบทบาท
              • เป็นการ CK ตามความประสงค์ของเจ้าของตัวละคร เพื่อจบเรื่องราวเดิมหรือเริ่มต้นบทบาทใหม่ โดยต้องดำเนินการตามขั้นตอนและได้รับการยืนยันจากทีมงานก่อนทุกครั้ง
              • ก่อนดำเนินการ CK ผู้เล่นสามารถฝากหรือส่งต่อเงิน ทรัพย์สิน และสิ่งของของตัวละครได้ ยกเว้นสิ่งของบางประเภทที่เซิร์ฟเวอร์กำหนดว่า ห้ามฝาก ห้ามโอน หรือห้ามส่งต่อในกรณี CK
              • การฝากหรือส่งต่อทรัพย์สินจะต้องดำเนินการอย่างสมเหตุสมผลภายใน Roleplay และห้ามใช้การ CK เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของระบบหรือแสวงหาผลประโยชน์
              • 2. CK จากสตอรี่โรลพิเศษ
              • เป็นการ CK ที่เกิดจากสตอรี่ซึ่งเกี่ยวข้องกับ โรลพิเศษโดยตรง ไม่รวมถึงสตอรี่ทั่วไป การปะทะ เหตุปล้น หรือเหตุการณ์ประจำวันภายในเมือง
              • เมื่อผู้เล่นเสียชีวิตจากโรลพิเศษครบตามจำนวนที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด ตัวละครดังกล่าวจะถือว่าถูก CK โดยสมบูรณ์ และจะไม่สามารถดำเนินการใดๆ ภายในเมืองได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการฝาก โอน ส่งต่อ หรือจัดการเงิน ทรัพย์สิน และสิ่งของทุกประเภท
              • ผู้เล่นจะไม่สามารถเรียกร้อง ขอคืน ขอชดเชย หรือขอให้ทีมงานดำเนินการเกี่ยวกับเงิน ทรัพย์สิน สิ่งของ หรือข้อมูลใดๆ ของตัวละครที่ถูก CK ได้ทุกกรณี จึงควรยอมรับและพิจารณาความเสี่ยงของสตอรี่โรลพิเศษก่อนเข้าร่วม
              • การรีโรลภายหลังการ CK
              • การ CK ทั้ง 2 ประเภท ไม่ได้รับสิทธิ์รีโรลตัวละครโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากผู้เล่นประสงค์จะสร้างตัวละครใหม่ จะต้องซื้อ บัตรรีโรลตามขั้นตอนและเงื่อนไขปกติของเซิร์ฟเวอร์ เช่นเดียวกับผู้เล่นทั่วไป
              • ข้อกำหนดภายหลังการ CK เมื่อตัวละครถูก CK แล้ว ห้ามดำเนินการดังต่อไปนี้
              • นำตัวละครที่ถูก CK กลับมาใช้งานอีก ไม่ว่าด้วยวิธีใด
              • ใช้ชื่อเดิม หน้าตาเดิม ประวัติเดิม หรือสร้างตัวละครใหม่ให้เป็นบุคคลเดิม
              • จดจำหรือนำข้อมูล เรื่องราว ความสัมพันธ์ ความแค้น และเหตุการณ์ของตัวละครเดิมมาใช้
              • อ้างสิทธิ์หรือเรียกร้องเงิน ทรัพย์สิน และสิ่งของที่เคยเป็นของตัวละครเดิม
              • ย้อนกลับ เปลี่ยนแปลง หรือบิดเบือนเหตุการณ์ CK เพื่อให้เกิดผลดีต่อตัวละครของตนเอง
              • การดำเนินการ CK ทุกประเภทจะต้องเป็นไปตามขั้นตอน เงื่อนไข และหลักเกณฑ์ที่เซิร์ฟเวอร์กำหนดเท่านั้น
              13 Revenge Kill (RK)Revenge Kill (RK) หมายถึง การที่ตัวละครกลับมาแก้แค้น ทำร้าย หรือสังหารผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของตน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยอาศัยความทรงจำหรือข้อมูลจากเหตุการณ์ก่อนเสียชีวิต และไม่ได้ดำเนินเรื่องตามกระบวนการ Roleplay ที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด
              • Revenge Kill (RK) หมายถึง การที่ตัวละครกลับมาแก้แค้น ทำร้าย หรือสังหารผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของตน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยอาศัยความทรงจำหรือข้อมูลจากเหตุการณ์ก่อนเสียชีวิต และไม่ได้ดำเนินเรื่องตามกระบวนการ Roleplay ที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด
              • การเสียชีวิตและการหมดสติ
              • การเสียชีวิตจากสตอรี่
              • หากตัวละครได้รับบาดเจ็บจนเสียชีวิตระหว่างการดำเนินสตอรี่ ไม่ว่าจะเกิดจากการถูกยิง ถูกแทง แรงระเบิด ไฟไหม้หรือไฟคลอก การจมน้ำ การถูกสัตว์ดุร้ายทำร้าย ปอบดึงขวัญ ระดับ 4 ขึ้น หรือการพลัดตกจากที่สูง ให้ถือว่าเป็น การเสียชีวิตโดยสมบูรณ์ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการสูญเสียความทรงจำและการสิ้นสุดบทบาทในเหตุการณ์นั้น
              • เมื่อตัวละครเสียชีวิต จะต้องสูญเสียความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเสียชีวิต และถือว่าบทบาทของตัวละครในเหตุการณ์นั้นสิ้นสุดลงทันที โดยห้ามกลับไปยังพื้นที่เดิมเพื่อเข้าร่วม แทรกแซง ติดตาม หรือแก้แค้นคู่กรณี รวมถึงห้ามนำข้อมูลที่ได้รับจากการรับชมสตรีม คลิป หรือช่องทาง OOC มาใช้ดำเนินเรื่องต่อ ทั้งนี้ ผู้ที่เสียชีวิตไม่มีสิทธิ์กลับมาแก้แค้นหรือเข้าร่วมเหตุการณ์เดิมด้วยตนเองไม่ว่ากรณีใดก็ตาม
              • การหมดสติชั่วคราวจากสตอรี่
              • กรณีตัวละครไม่ได้เสียชีวิต แต่หมดสติจากเหตุการณ์ เช่น ถูกบีบคอ ถูกม้าถีบ ถูกเกวียนชน ถูกด้ามปืนกระแทก ถูกปอบดึงขวัญระดับ 1–3 ภาวะหิวหรือกระหาย หรือหมดสติจากสภาพร่างกาย ให้ถือว่าเป็น การหมดสติชั่วคราว ไม่ใช่การเสียชีวิตโดยสมบูรณ์ โดยตัวละครยังสามารถจดจำเหตุการณ์ก่อนหมดสติได้ แต่ไม่สามารถรับรู้หรือจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างหมดสติได้
              • ตัวละครยังสามารถจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหมดสติได้ แต่ไม่สามารถรับรู้หรือจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างที่หมดสติ และเมื่อฟื้นแล้วสามารถกลับไปดำเนินเรื่องต่อได้ตามความสมเหตุสมผลของ Roleplay โดยต้องคำนึงถึงอาการบาดเจ็บและสภาพร่างกายของตัวละครด้วย
              14 Combat Loggingการออจจากเกมเพื่อเลี่ยงผลลัพท์ RP
              • Combat Logging หมายถึง การที่ผู้เล่นออกจากเกม (Log Out) หลุดออกจากเซิร์ฟเวอร์ หรือปิดเกมโดยเจตนา ในขณะที่ตัวละครยังอยู่ในสถานการณ์สำคัญหรือสถานการณ์อันตราย ที่กำลังดำเนิน Roleplay อยู่ เช่น การต่อสู้ การถูกจับกุม การไล่ล่า หรือเหตุการณ์อื่นใดที่ยังไม่สิ้นสุด
              • ออกจากเกมทันทีในระหว่างการยิงปะทะ การต่อสู้ หรือการไล่ล่า
              • ออกหรือหลุดจากเซิร์ฟเวอร์ขณะถูกควบคุมตัว หรือใกล้ถูกจับกุม แล้วไม่กลับมาเล่นต่อ
              • ปิดเกม รีสตาร์ทเกม หรือหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อ เพื่อหนีผลลัพธ์ของสถานการณ์ RP
              15 Away From Keyboard (AFK)AFK (ไม่อยู่หน้าจอ)
              • Away From Keyboard (AFK) หมายถึง การที่ผู้เล่นไม่อยู่หน้าจอ หรือไม่มีการควบคุมตัวละครเป็นระยะเวลาหนึ่ง ในขณะที่ยังคงเชื่อมต่ออยู่กับเซิร์ฟเวอร์ การ AFK อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนิน Roleplay โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่มีผู้เล่นอื่นเกี่ยวข้อง หรืออยู่ในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่กิจกรรมที่มีการโต้ตอบระหว่างผู้เล่น
              • หากผู้เล่นจำเป็นต้อง AFK ควรนำตัวละครไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว พื้นที่ปลอดภัย หรือพื้นที่ลับตาผู้คน เช่น บ้านพัก ห้องส่วนตัว มุมอับสายตา หรือสถานที่ที่ไม่รบกวนการ RP ของผู้อื่น
              • การ AFK ไม่ถือเป็นเกราะป้องกันตัวละคร หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้เล่น AFK เช่น ถูกลักพาตัว ถูกจับกุม ถูกค้นตัว ถูกควบคุมตัว หรือถูกพาออกจากพื้นที่ ผู้เล่นต้องยอมรับผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์ เมื่อกลับมาจาก AFK แล้ว ห้ามอ้างว่า “เมื่อกี้ข้าเหม่ออยู่” เพื่อปฏิเสธ ลบล้าง หรือย้อนผลของ RP ที่เกิดขึ้นไปแล้ว หากเหตุการณ์นั้นดำเนินไปอย่างสมเหตุสมผลตามบริบทของเกม อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เข้าข่าย Offensive Roleplay ยังคงต้องเป็นไปตามกฎและเงื่อนไขของ Offensive Roleplay แม้ตัวละครของผู้เล่นจะอยู่ในสถานะ AFK ก็ตาม
              16 Offensive Roleplayห้ามบังคับผู้เล่นเข้าสู่สถานการณ์ RP ที่รุนแรง ล่อแหลม หรือสร้างความอึดอัด โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เล่นที่เกี่ยวข้องก่อน
              • Offensive Roleplay หมายถึง บทบาทที่มีเนื้อหารุนแรง ล่อแหลม กระทบจิตใจ หรือส่งผลร้ายแรงต่อตัวละคร เช่น การทรมาน การข่มขู่รุนแรง การทำร้ายจนพิการ การตัดอวัยวะ การประจาน การล่วงละเมิด หรือเหตุการณ์ที่มีผลกระทบหนักต่อตัวละคร
              • การกระทำที่มีผลถาวรต่อร่างกายหรือชีวิตตัวละคร เช่น การตัดอวัยวะ ทำให้พิการ ทำให้เสียโฉม หรือบังคับให้ตัวละครเปลี่ยนทิศทางชีวิต ต้องได้รับความยินยอมจากผู้เล่นเจ้าของตัวละครก่อนเสมอ
              • บทบาทที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศ การข่มขืน หรือเนื้อหาทางเพศที่รุนแรง ต้องได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนจากผู้เล่นที่เกี่ยวข้องก่อนเท่านั้น และสามารถปฏิเสธหรือหยุด RP ได้ทุกเมื่อโดยไม่ถือว่าผิดกฎ
              • ห้ามบังคับ กดดัน ขู่ หรือใช้สถานการณ์ในเกมเพื่อให้ผู้เล่นจำยอมเข้าร่วม Offensive Roleplay หากอีกฝ่ายไม่ยินยอม ต้องเปลี่ยนแนวทาง RP ทันที
              • หากมีการยินยอมให้เล่น Offensive Roleplay ควรเล่นเท่าที่จำเป็นต่อเนื้อเรื่อง หลีกเลี่ยงการบรรยายรายละเอียดที่รุนแรงเกินไป น่ารังเกียจเกินจำเป็น หรือสร้างความไม่สบายใจแก่ผู้เล่นรอบข้าง
              • ผู้เล่นสามารถขอใช้วิธี ตัดฉาก / Fade to Black ได้ หากเนื้อหานั้นจำเป็นต่อเรื่องราวแต่ไม่ต้องการเล่นรายละเอียดทั้งหมด โดยให้ถือว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตามที่ตกลงกันไว้
              17 Sexual Harassmentการล่วงละเมิดทางเพศ
              • Sexual Harassment หมายถึง การกระทำ การแสดงออก หรือการสื่อสารใดๆ ที่มีลักษณะ ล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ท่าทาง การกระทำ หรือข้อความที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ ความอับอาย หรือผลกระทบทางจิตใจต่อผู้เล่นอื่น
              18 Toxic Behaviorการกระทำ Toxic ต่างๆ
              • Toxic Behavior หมายถึง การสื่อสาร หรือการแสดงออกของผู้เล่นที่ ส่งผลเสียต่อบรรยากาศของการสวมบทบาท (Roleplay) และสังคมภายในเซิร์ฟเวอร์ เช่น การพูดจาล่วงละเมิด การกลั่นแกล้ง การดูถูก เหยียดหยาม หรือการแสดงอารมณ์ในทางลบที่เกินขอบเขตความเหมาะสม
              • ใช้คำด่าทอหยาบคายรุนแรง โดยพาดพิงถึงบุพการี อวัยวะเพศ หรือการล่วงละเมิดในลักษณะที่ไม่เหมาะสม
              • ใช้เสียงไมโครโฟนรบกวน เช่น พูดเสียงดังเกินควร บูสไมค์ หรือส่งเสียงรบกวน ระหว่างการสนทนา การดำเนินสตอรี่ หรือการปะทะยิงกัน
              19 Body Buffอนุญาตให้ยิงซ้ำใส่ร่างได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น เพื่อยืนยันว่าตัวละครอีกฝ่ายเสียชีวิตหรือหมดสภาพจริง ไม่ใช่เพื่อระบายอารมณ์ เยาะเย้ย หรือทำลายบรรยากาศ RP
              • Body Buff หมายถึง การยิงซ้ำใส่ร่างของตัวละครที่ล้มลง หมดสภาพ หรืออยู่ในสถานะที่ไม่สามารถตอบโต้ได้ เพื่อยืนยันผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
              • ห้ามยิงซ้ำหลายครั้ง ห้ามรัวกระสุนใส่ร่าง ห้ามแทงซ้ำ เตะซ้ำ หรือกระทำซ้ำกับร่างที่หมดสภาพ เพราะจะถือว่าเป็นการกระทำเกินจำเป็นและทำลายบรรยากาศ Roleplay
              20 Injury Cooldownผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ RP ควรมีการพักฟื้นตามสมควร ไม่ควรกลับไปเดินทาง ต่อสู้ หรือเข้าพื้นที่เสี่ยงทันทีหลังจบเหตุการณ์
              • Injury Cooldown หมายถึง ระยะเวลาพักฟื้นของตัวละครหลังได้รับบาดเจ็บ สลบ ถูกยิง ถูกแทง ถูกทำร้าย หรือผ่านเหตุการณ์รุนแรงที่ส่งผลต่อร่างกาย
              • หลังได้รับบาดเจ็บ ผู้เล่นควรพาตัวละครไปพักฟื้นในพื้นที่เหมาะสม เช่น โรงพยาบาล บ้านพัก ห้องพัก หรือสถานที่ปลอดภัย เป็นระยะเวลาตามสมควรกับอาการและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
              • หากผู้เล่นฝ่าฝืนและนำตัวละครที่บาดเจ็บไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจนเกิดเหตุ ต้องยอมรับผลของ RP ที่ตามมา ไม่สามารถอ้างว่าเพิ่งบาดเจ็บหรือยังไม่พร้อมเพื่อปฏิเสธสถานการณ์ได้
              • ระยะเวลาพักฟื้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและดุลยพินิจของสถานการณ์ ผู้เล่นควรใช้ Common Sense เป็นหลัก และให้ความสำคัญกับความสมจริงของบทบาท
              • ทีมแพทย์หรือผู้เกี่ยวข้องสามารถกำหนดแนวทางการพักฟื้นเพิ่มเติมตามอาการของตัวละครได้ เช่น ให้พักในโรงพยาบาล ห้ามออกแรงหนัก ห้ามเดินทางไกล หรือให้กลับมารับการตรวจซ้ำตามความเหมาะสม

              Administrative Zones

              เขตการปกครองและเงื่อนไข

              กำหนดขอบเขตอำนาจและเงื่อนไขการรวมกลุ่มของฝ่ายปกครอง ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงเขตพระนคร เพื่อให้การแต่งตั้ง การตั้งผู้ช่วย และการดูแลพื้นที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน

              1. ผู้ใหญ่บ้าน

              เขต: เฉพาะบริเวณหมู่บ้าน
              เงื่อนไข: รวบรวมกลุ่มคนอย่างน้อย 15 คน ไม่รวมผู้ใหญ่บ้าน เพื่อจัดตั้งหมู่บ้าน หรือรวบรวมเสียงของชาวบ้านในหมู่บ้านที่มีอยู่แล้วก็ได้ สามารถตั้งกลุ่มผู้ช่วยโดยรวมคนในหมู่บ้าน

              2. กำนัน

              เขต: พื้นที่บริเวณรอบกลุ่มหมู่บ้าน
              เงื่อนไข: รวบรวมหมู่บ้านที่อยู่ในเขตติดต่อพื้นที่เดียวกันอย่างน้อย 3 หมู่บ้าน สามารถตั้งกลุ่มผู้ช่วยโดยรวมคนจากหมู่บ้านในเขตปกครอง

              3. นายอำเภอ

              เขต: ตามเส้นแบ่งบนแผนที่ของตำบล
              เงื่อนไข: รวบรวมตำบลต่าง ๆ ในเขตพื้นที่อย่างน้อย 2 ตำบล สามารถตั้งกลุ่มผู้ช่วยโดยรวมคนจากตำบลในเขตปกครอง

              4. ปลัดหัวเมือง

              เขต: ตามเส้นแบ่งบนแผนที่ของอำเภอ
              เงื่อนไข: รวบรวมเขตนายอำเภออย่างน้อย 2 เขตขึ้นไป และได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพระยา สามารถตั้ง สภ.ตำรวจภูธร เพื่อช่วยดูแลภาพรวมของหลายอำเภอ

              5. เขตพระนคร

              เขต: พระนครบูรพาและบริเวณรอบ
              เงื่อนไข: เป็นเขตกลางของเมือง ดูแลโดยตำรวจนครบาล และใช้เป็นพื้นที่หลักของหน่วยงานส่วนกลาง

              Story Guidelines

              แนวทางสตอรี่

              หัวข้อนี้รวมสตอรี่ที่มักเกิดผลกระทบต่อผู้เล่นหลายฝ่าย ต้องมีเหตุผล จุดเริ่มต้น เงื่อนไข และผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้

              01
              กฏและแนวทางหมู่บ้านหมู่บ้าน หมายถึง ชุมชนที่ผู้คนรวมตัวกันตั้งถิ่นฐาน มีวิถีชีวิต กฎระเบียบ ผู้นำ และเรื่องราวร่วมกัน สมาชิกทุกคนมีหน้าที่ดูแลความสงบ ปกป้องผู้คน ตลอดจนรักษาเกียรติและความปลอดภัยของชุมชนผ่านการดำเนินบทบาทอย่างเหมาะสม
              • เหตุการณ์ภายในเขตหมู่บ้าน
              • 1. กรณีผู้มาเยือนมีจำนวนไม่เกิน 8 คน
              • หากขณะเกิดเหตุมีสมาชิกอยู่ภายในหมู่บ้านมากกว่า 8 คน และผู้มาเยือนมีจำนวนไม่เกิน 8 คน สมาชิกในหมู่บ้านจะไม่สามารถใช้อาวุธปืนเพื่อสังหารผู้มาเยือนได้ เว้นแต่ผู้มาเยือนจะเป็นฝ่ายเปิดการโจมตีก่อนอย่างชัดเจน
              • 2. กรณีมีการยั่วยุ
              • หากผู้มาเยือนใช้คำพูดหรือการกระทำยั่วยุจนเกิดความขัดแย้ง สมาชิกในหมู่บ้านยังไม่สามารถสังหารอีกฝ่ายได้ทันที
              • สมาชิกสามารถทำให้อีกฝ่ายสลบ จับตัว ควบคุมตัว สอบสวน หรือตอบโต้ด้วยบทบาทอื่นตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นและเปิดโอกาสให้สตอรี่ดำเนินต่อไป
              • 3. กรณีผู้มาเยือนเปิดการโจมตีก่อน
              • หากผู้มาเยือนเป็นฝ่ายเปิดการโจมตีก่อนอย่างชัดเจน ให้ถือว่าผู้มาเยือนได้เลือกเข้าสู่การต่อสู้แล้ว สมาชิกทุกคนที่อยู่ภายในหมู่บ้านสามารถเข้าร่วมป้องกันพื้นที่และตอบโต้ตามสถานการณ์ได้
              • หมายเหตุเกี่ยวกับการเปิดการโจมตี การกระทำโดยไม่ตั้งใจจะไม่ถือเป็นการเปิดการโจมตี เช่น
              • เผลอชกผู้อื่นระหว่างทิ้งจานอาหาร
              • อาวุธลั่นหรือเกิดการโจมตีโดยไม่มีเจตนา
              • ความผิดพลาดจากระบบหรือการกดปุ่มผิดโดยไม่ตั้งใจ
              • การพิจารณาว่าเป็นการเปิดการโจมตีหรือไม่ จะต้องพิจารณาจากเจตนาและเหตุการณ์ต่อเนื่องโดยรวม ไม่ควรตัดสินจากการกระทำเพียงครั้งเดียว หากเห็นได้ชัดว่าเป็นอุบัติเหตุ
              • เหตุการณ์ภายนอกเขตหมู่บ้าน
              • 1. จำนวนผู้เข้าร่วมเริ่มต้น
              • หากเกิดการปะทะภายนอกเขตหมู่บ้าน สมาชิกจากหมู่บ้านสามารถเข้าร่วมในช่วงเริ่มต้นได้ไม่เกิน 8 คน ตามกฎการปะทะทั่วไป
              • 2. การขอกำลังเสริมจากหมู่บ้าน
              • หากมีผู้ส่งข่าวหรือส่งข้อความกลับมายังหมู่บ้าน เพื่อขอให้สมาชิกเดินทางมาร่วมดำเนินสตอรี่ สามารถเรียกกำลังเสริมจากหมู่บ้านได้อีกไม่เกิน 8 คน
              • การขอกำลังเสริมต้องดำเนินผ่านบทบาทภายในเกมอย่างชัดเจน เช่น การส่งจดหมายหรือฝากบุคคลกลับมาแจ้งข่าว และต้องสามารถตรวจสอบที่มาของการรับข่าวได้
              • ห้ามนำข้อมูลจากช่องทางภายนอกเกมมาใช้เรียกกำลังเสริมโดยเด็ดขาด
              • 3. การเข้าร่วมของกำลังเสริม
              • สมาชิกที่เดินทางมาสมทบจะต้องแสดงตัวอย่างชัดเจนว่าเป็นคนจากหมู่บ้านเดียวกัน เพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้และมีโอกาสตอบสนองตามบทบาท
              • ห้ามกำลังเสริมเดินทางเข้าพื้นที่แล้วเปิดการโจมตีทันที โดยไม่มีการแสดงตัวหรือดำเนินบทบาทก่อน เมื่อแสดงตัวอย่างชัดเจนแล้ว จึงสามารถเจรจา ดำเนินสตอรี่ หรือเข้าร่วมการปะทะตามสถานการณ์ได้
              • การออกจากสตอรี่หลังเสียชีวิต
              • หากตัวละครเสียชีวิตและเข้าสู่กระบวนการเกิดใหม่ จะต้องออกจากสตอรี่นั้นทันที และห้ามกลับเข้ามามีส่วนร่วม ให้ข้อมูล หรือช่วยเหลือฝ่ายของตนอีก
              • กรณีตัวละครเพียงสลบและได้รับการช่วยเหลือให้ฟื้นขึ้นมา สามารถดำเนินสตอรี่ต่อได้ตามกฎการปะทะของเซิร์ฟเวอร์ ทั้งนี้ต้องยึดถือผลของอาการบาดเจ็บและดำเนินบทบาทให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ด้วย
              02
              กฏและแนวทางปล้นธนาคารปล้นธนาคาร หมายถึง เหตุการณ์ Roleplay ที่กลุ่มโจรบุกเข้ายึดธนาคาร ควบคุมตัวประกัน และเรียกร้องเงื่อนไขต่อเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับความปลอดภัยของตัวประกัน ก่อนขึ้นเงินและหลบหนีออกจากพื้นที่ โดยทุกฝ่ายต้องดำเนินเหตุการณ์ผ่านการเจรจา การตัดสินใจ และผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผลตามบทบาทของตัวละคร ไม่ใช่เหตุการณ์ที่มุ่งเน้นการยิงปะทะหรือเอาชนะเพียงอย่างเดียว
              • ปล้นธนาคาร
              • ปล้นธนาคาร หมายถึง เหตุการณ์ Roleplay ที่กลุ่มโจรบุกเข้ายึดธนาคาร ควบคุมตัวประกัน และเรียกร้องเงื่อนไขต่อเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับความปลอดภัยของตัวประกัน ก่อนขึ้นเงินและหลบหนีออกจากพื้นที่ โดยทุกฝ่ายต้องดำเนินเหตุการณ์ผ่านการเจรจา การตัดสินใจ และผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผลตามบทบาทของตัวละคร ไม่ใช่เหตุการณ์ที่มุ่งเน้นการยิงปะทะหรือเอาชนะเพียงอย่างเดียว
              • ฝ่ายเจ้าหน้าที่
              • 1. เจ้าหน้าที่สามารถเข้าระงับเหตุได้ไม่เกิน 8 คน และสามารถใช้อาวุธร้ายแรงประเภท คาร์คาโน่ได้ไม่เกิน 1 กระบอก
              • 2. เจ้าหน้าที่ต้องเริ่มต้นจากการเจรจาและให้ความสำคัญกับชีวิตของตัวประกันเป็นอันดับแรก โดยผลลัพธ์จะมีผลต่อการดำเนินคดี ดังนี้
              • หากเจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายชนะและตัวประกันไม่เสียชีวิตภายหลังการเจรจา ให้ดำเนินคดีและคิดค่าปรับฝ่ายโจรตามปกติ
              • หากเจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายชนะ แต่ตัวประกันเสียชีวิตภายหลังการเจรจา ให้ดำเนินคดีตามปกติ แต่ไม่คิดค่าปรับฝ่ายโจร
              • 3. หากฝ่ายโจรขอนำตัวประกันออกจากเมือง เจ้าหน้าที่สามารถอนุญาตให้เคลื่อนย้ายได้ไกลที่สุดเพียง บริเวณป้ายเขตเมือง เจ้าหน้าที่ต้องรักษาระยะห่างโดยประมาณจากจุดที่ยืนเจรจาครั้งแรก และต้องไม่ติดตามประชิดหรือกดดันฝ่ายโจรจนทำให้การเจรจาเสียสมดุล
              • 4. หากเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุไม่ทัน หรือมีกำลังไม่เพียงพอ สามารถรวบรวมหลักฐาน สอบปากคำพยาน หรือรับเบาะแสจากประชาชนภายในเมืองที่เกิดเหตุ เพื่อนำไปประกอบการสืบสวนและออกหมายจับภายหลังได้
              • 5. หมายจับจากเหตุปล้นธนาคารมีอายุ 3 วัน OOC โดยนับวันที่ออกหมายจับเป็นวันแรก
              • 6. หากฝ่ายโจรเผลอเดินเข้าไปภายในธนาคารโดยไม่ได้ใช้อาวุธเล็งหรือควบคุมตัวประกัน และเจ้าหน้าที่ประเมินว่าการเข้าปฏิบัติการมีโอกาสช่วยตัวประกันให้รอดชีวิตได้สูง เจ้าหน้าที่สามารถเปิดฉากยิงได้
              • 7. ไม่ว่าตัวประกันจะหลบหนีออกมาได้ด้วยตนเองหรือได้รับการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ยังคงสามารถออกหมายจับฝ่ายโจรได้ทันที และฝ่ายโจรยังต้องรับค่าปรับตามปกติ
              • ฝ่ายโจร
              • 1. ฝ่ายโจรสามารถเข้าร่วมเหตุการณ์ปล้นธนาคารได้ไม่เกิน 8 คนต่อหนึ่งเหตุการณ์ โดยนับรวมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการปล้น การสนับสนุน การเฝ้าระวัง และการช่วยเหลือหลบหนีทั้งหมดแล้ว
              • 1. การปล้นธนาคารต้องมีตัวประกันอย่างน้อย 1 คน เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการเปิดการเจรจากับเจ้าหน้าที่
              • 2. ห้ามนำบุคคลจากหมู่บ้าน กลุ่ม หรือฝ่ายเดียวกันมาใช้เป็นตัวประกัน ไม่ว่าจะเป็นการตกลงกันล่วงหน้าหรือจัดฉากขึ้นเพื่อสร้างความได้เปรียบ
              • 3. ฝ่ายโจรต้องดูแลชีวิตของตัวประกันและเปิดพื้นที่ให้เกิดการเจรจา ห้ามทำร้ายหรือสังหารตัวประกันโดยไม่มีเหตุผลรองรับภายใน Roleplay
              • 4. ข้อเรียกร้องต้องสมเหตุสมผล สามารถปฏิบัติได้จริง และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย เช่น
              • ขอให้เจ้าหน้าที่ถอยออกจากพื้นที่
              • ขอให้เจ้าหน้าที่ลดอาวุธ
              • ขอให้เจ้าหน้าที่ออกไปรอนอกเขตเมือง
              • 5. การมีตัวประกันไม่ได้หมายความว่าฝ่ายโจรจะสามารถเรียกร้องทุกอย่างได้ เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือต่อรองข้อเรียกร้องที่เกินสมควรหรือไม่สามารถปฏิบัติได้จริง
              • 6. หลังจากขึ้นเงินสำเร็จ ฝ่ายโจรต้องยอมรับความเสี่ยงที่อาจถูกติดตามหรือถูกชิงถุงเงินระหว่างการเดินทาง และต้องดำเนินเรื่องราวต่อโดยไม่หลีกเลี่ยงเหตุการณ์อย่างไม่สมเหตุสมผล
              • ฝ่ายประชาชนและผู้ไม่เกี่ยวข้อง
              • 1. ประชาชนหรือผู้ที่ไม่ได้เป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ ห้ามเข้าแทรกแซงหรือเข้าช่วยเหลือเหตุปล้นธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธต่อสู้กับโจร เข้าช่วยตัวประกัน ปิดกั้นเส้นทาง ไล่ติดตาม หรือกระทำการใดที่มีผลต่อเหตุการณ์
              • 2. ประชาชนสามารถทำได้เพียงหลบออกจากพื้นที่เพื่อรักษาชีวิตของตนเอง สังเกตเหตุการณ์ จดจำรูปพรรณ ยานพาหนะ เส้นทางหลบหนี หรือรวบรวมหลักฐานเท่าที่ตัวละครสามารถรับรู้ได้ภายใน Roleplay
              • 3. หลักฐานหรือข้อมูลที่ได้รับสามารถนำไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้ประกอบการสอบสวนและพิจารณาออกหมายจับภายหลังได้
              • 4. ห้ามประชาชนตั้งใจเข้าใกล้พื้นที่อันตรายเพื่อหาเหตุผลในการเข้าร่วมเหตุการณ์ หรือยั่วยุให้ฝ่ายโจรทำร้ายตนเอง ทุกคนต้องแสดงความเกรงกลัวต่อชีวิตและปฏิบัติตามหลัก Value of Life
              • 5. หากประชาชนเป็นสมาชิกหมู่บ้านหรือกลุ่มเดียวกับฝ่ายโจร แต่ไม่ได้เข้าร่วมเหตุปล้นตั้งแต่ต้น ห้ามเข้ามาสมทบ ช่วยหลบหนี ส่งอาวุธ ปิดบังหลักฐาน หรือแจ้งตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ระหว่างที่เหตุการณ์ยังดำเนินอยู่
              • กติกาการชิงถุงเงิน
              • 1. แต่ละหมู่บ้านสามารถส่งผู้เล่นเข้าร่วมชิงถุงเงินได้ไม่เกิน 8 คน
              • 2. หากหมู่บ้านเดียวกันส่งผู้เล่นออกมาหลายทีม เมื่อทีมหนึ่งเข้าร่วมเหตุชิงแล้ว ทีมอื่นจากหมู่บ้านเดียวกันต้องถอนตัวออกจากพื้นที่ทันที ห้ามผลัดเปลี่ยนกำลัง ส่งคนเข้าสมทบ หรือกลับเข้าร่วมเหตุซ้ำ
              • 3. เพื่อป้องกันประชาชนและผู้ไม่เกี่ยวข้องได้รับอันตรายจากลูกหลง การชิงถุงเงินให้เริ่มดำเนินการเมื่อฝ่ายโจรเข้าสู่ เขตนิวออสติน แล้ว
              • 4. ผู้ที่ต้องการเข้าชิงถุงเงินต้องแสดงตัวหรือแสดงเจตนาให้อีกฝ่ายรับรู้ก่อนอย่างชัดเจน เช่น การตะโกนสั่งให้หยุด การขวางเส้นทาง หรือการแสดงอาวุธเพื่อเปิดเหตุ
              • ห้ามเปิดฉากยิงทันทีโดยไม่มีการแสดงตัวหรือคำเตือน
              • 5. หากผู้ถือถุงเงินไม่ยอมหยุดหลังจากได้รับการแสดงตัวหรือคำเตือนอย่างชัดเจนแล้ว ฝ่ายที่เข้าชิงสามารถยิงม้าเพื่อบังคับให้หยุดได้
              • 6. การเข้าชิงต้องมีเป้าหมายเพื่อแย่งชิงถุงเงินและสร้างเรื่องราวภายใน Roleplay ไม่ใช่การมุ่งไล่สังหารฝ่ายตรงข้ามเพียงอย่างเดียว
              • 7. เมื่อฝ่ายหนึ่งพ่ายแพ้ ถอนตัว หรือไม่สามารถต่อสู้ได้แล้ว ห้ามกลับมาสมทบเหตุการณ์เดิม ห้าม Revenge Kill และห้ามนำข้อมูลหลังการเสียชีวิตไปใช้ติดตามถุงเงิน
              • หมายเหตุ: ทุกฝ่ายต้องยึดหลัก Roleplay, Fair Play และ Value of Life เป็นสำคัญ การกระทำที่มุ่งเอาชนะเพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงบทบาท ความสมเหตุสมผล หรือความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้อง อาจถูกพิจารณาเป็นการกระทำผิดเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของทีมงาน
              03
              กฏและแนวทางการปล้นการปล้น หมายถึง การที่ผู้เล่นใช้อาวุธหรือการข่มขู่ บังคับให้ผู้เล่นอีกฝ่ายยอมจำนน ยกมือ หรือถูกมัด เพื่อดำเนินการค้นตัวและนำทรัพย์สินไปภายใต้ขอบเขตที่กฎเซิร์ฟเวอร์กำหนด โดยต้องมีบทสนทนาและการดำเนินเรื่องในรูปแบบ Roleplay อย่างสมเหตุสมผลก่อนทุกครั้ง
              • การปล้นประชาชนต้องมีการดำเนินเรื่องที่สมเหตุสมผล มีบทสนทนา การข่มขู่ และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบสนอง ห้ามมุ่งเน้นเพียงการค้นตัวหรือชิงทรัพย์โดยไม่สร้าง Roleplay
              • เงื่อนไขการปล้น
              • สามารถก่อเหตุปล้นได้เฉพาะช่วงเวลาที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในเมืองเท่านั้น
              • หากไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเวร ระบบจะไม่อนุญาตให้ดำเนินการปล้นประชาชนทุกกรณี
              • ผู้ปล้นต้องมีอาวุธหรือสิ่งที่สามารถใช้ข่มขู่ผู้ถูกปล้นได้อย่างสมเหตุสมผล
              • ต้องเริ่มต้นด้วยบทสนทนาและคำสั่งที่ชัดเจน เช่น สั่งให้หยุด ยกมือ หรือวางอาวุธ ก่อนดำเนินการค้นตัว
              • ห้ามเปิดฉากยิง ทำร้าย มัด หรือค้นตัวอีกฝ่ายทันทีโดยไม่มีการเริ่มต้น Roleplay
              • วิธีดำเนินการปล้น
              • ผู้ปล้นสามารถค้นตัวผู้ถูกปล้นได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
              • ใช้อาวุธจ่อข่มขู่และสั่งให้ผู้ถูกปล้นยกมือขึ้น เพื่อให้ระบบเปิดสิทธิ์ในการกดค้นตัว
              • ใช้เชือกมัดผู้ถูกปล้น ก่อนดำเนินการค้นตัวตามระบบ
              • การยกมือหรือถูกมัดเป็นเพียงเงื่อนไขของระบบสำหรับการค้นตัว ผู้ปล้นยังคงต้องมีบทสนทนาและดำเนินเหตุการณ์ในรูปแบบ Roleplay อย่างต่อเนื่อง
              • ทรัพย์สินที่สามารถปล้นได้
              • ผู้ปล้นสามารถนำทรัพย์สินจากผู้ถูกปล้นได้ไม่เกินขอบเขตดังต่อไปนี้
              • เงินสดไม่เกิน 10% ของจำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้ถูกปล้นมีอยู่ในกระเป๋าขณะเกิดเหตุ
              • อาหารและเครื่องดื่มรวมกันไม่เกิน 10 ชิ้น
              • ห้ามนำทรัพย์สินประเภทอื่นนอกเหนือจากที่กฎกำหนด เช่น อาวุธ กระสุน วัตถุดิบ ยา ไอเทมอาชีพ ไอเทมภารกิจ หรือสิ่งของสำคัญประจำตัว
              • ห้ามบังคับให้ผู้ถูกปล้นไปถอนเงินจากธนาคาร นำทรัพย์สินจากคลัง เกวียน บ้าน หรือสถานที่เก็บของอื่นมาให้
              • ห้ามแบ่งกันค้นตัวหลายคนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด โดยทรัพย์สินที่นำไปได้ให้นับรวมเป็นหนึ่งเหตุการณ์
              • ข้อปฏิบัติของผู้ปล้น
              • ต้องระบุความต้องการและคำสั่งให้อีกฝ่ายเข้าใจอย่างชัดเจน
              • ต้องให้เวลาผู้ถูกปล้นตอบสนองอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงอาการหน่วง เสียงไม่ได้ยิน หรือการกดแอนิเมชัน
              • เมื่อได้ทรัพย์สินครบตามขอบเขตแล้ว ต้องยุติการค้นตัวและดำเนินเรื่องต่ออย่างสมเหตุสมผล
              • ห้ามฆ่าผู้ถูกปล้นเพียงเพื่อตัดพยานหรือปิดจบเหตุการณ์ หากผู้ถูกปล้นให้ความร่วมมือและไม่ได้สร้างภัยคุกคาม
              • สามารถใช้ความรุนแรงได้เมื่ออีกฝ่ายต่อสู้ ขัดขืน ชักอาวุธ หลบหนี หรือกระทำการที่เป็นภัยอย่างชัดเจน แต่ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับสถานการณ์
              • ห้ามปล้นบุคคลเดิมซ้ำต่อเนื่อง หรือวนกลับมาปล้นเพื่อสะสมทรัพย์สินเพิ่มเติมจากเหตุการณ์เดิม
              • ห้ามใช้ข้อมูลนอกบทบาทหรือเลือกเป้าหมายเพราะทราบว่าอีกฝ่ายมีเงินหรือสิ่งของจำนวนมาก
              • ข้อปฏิบัติของผู้ถูกปล้น
              • ผู้ถูกปล้นต้องประเมินสถานการณ์และให้ความสำคัญกับชีวิตของตัวละคร หากตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบอย่างชัดเจน ควรแสดงความหวาดกลัวและตอบสนองอย่างเหมาะสม
              • หากถูกจ่ออาวุธในระยะที่ไม่สามารถต่อสู้หรือหลบหนีได้อย่างสมเหตุสมผล ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง เช่น ยกมือ วางอาวุธ หรือหยุดเคลื่อนไหว
              • ห้ามชักอาวุธ วิ่งหนี ใช้วิทยุ ส่งจดหมาย หรือเรียกความช่วยเหลือในขณะที่ถูกควบคุมตัวและอยู่ภายใต้การจ่ออาวุธอย่างใกล้ชิด
              • สามารถขัดขืน ต่อสู้ หรือหลบหนีได้ หากมีจังหวะและเหตุผลรองรับอย่างสมจริง เช่น ผู้ปล้นเผลอ ลดอาวุธ หรือไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
              • ห้ามนำปัญหาของระบบมาใช้เป็นข้อได้เปรียบ เช่น ไม่ยกมือเพื่อป้องกันการค้นตัว กดแอนิเมชันยกเลิก หรือเคลื่อนที่ผิดปกติเพื่อหลุดจากการควบคุม
              • หลังจบเหตุการณ์ สามารถจดจำรายละเอียด รวบรวมหลักฐาน และแจ้งเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางภายใน Roleplay ได้
              • หมายเหตุ: การมีระบบค้นตัวไม่ได้หมายความว่าสามารถค้นตัวได้ทันที ทุกเหตุการณ์ต้องมีการปูเรื่อง การข่มขู่ การตอบสนอง และการให้โอกาสทั้งสองฝ่ายสร้าง Roleplay ร่วมกัน ผู้ที่ใช้ระบบโดยมุ่งเอาทรัพย์สินเป็นหลัก หรือเจตนาหลีกเลี่ยงข้อจำกัด จะถูกพิจารณาลงโทษตามความเหมาะสมของกรณี
              04
              กฏและแนวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจ หมายถึง ตัวละครที่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและบังคับใช้กฎหมายภายในเมือง/พื้นที่ของเซิร์ฟเวอร์ โดยผู้เล่นจะสวมบทบาทเป็นตำรวจตามหน้าที่ที่กำหนดไว้
              • การร้องเรียนและการรับเรื่อง
              • 1. เจ้าหน้าที่ต้องรับฟังเรื่องร้องเรียนของประชาชนอย่างสุภาพและเป็นกลาง โดยไม่ด่วนสรุปว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำผิด
              • 2. ผู้ร้องเรียนต้องให้ข้อมูลที่จำเป็น เช่น
              • ชื่อผู้ร้องและชื่อผู้ถูกร้อง
              • วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ
              • ลำดับเหตุการณ์โดยสังเขป
              • พยาน วัตถุพยาน ภาพถ่าย หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง
              • 3. เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานก่อนรับเป็นคดี หากข้อมูลไม่เพียงพอ สามารถลงบันทึกรับเรื่องไว้เพื่อรอการสืบสวนเพิ่มเติมได้
              • 4. คำกล่าวอ้างของบุคคลเพียงฝ่ายเดียวไม่ถือเป็นข้อยุติ เจ้าหน้าที่ควรเรียกสอบถามคู่กรณีและพยานทุกฝ่ายเท่าที่สามารถดำเนินการได้
              • 5. ห้ามนำข้อมูลจากนอกบทบาท หรือข้อมูลที่ตัวละครไม่เคยรับรู้ มาใช้ประกอบการสืบสวนหรือดำเนินคดี
              • 6. เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ มีความสัมพันธ์กับคู่กรณี หรือมีผลประโยชน์ร่วมในคดี ต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาและถอนตัวจากการเป็นผู้พิจารณาคดีหลัก
              • 7. ข้อมูลของผู้ร้อง พยาน และรายละเอียดการสืบสวนต้องถูกเก็บเป็นความลับ ห้ามนำไปเปิดเผยโดยไม่มีเหตุอันสมควร
              • 8. การแจ้งความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อเท็จจริง หรือสร้างหลักฐานเท็จ อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของเมือง
              • การออกหมายเรียกและหมายจับ
              • หมายเรียก
              • 1. หมายเรียกใช้สำหรับเรียกบุคคลมาให้ข้อมูล ชี้แจงข้อกล่าวหา เป็นพยาน หรือเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินกระบวนการทางคดี
              • 2. หมายเรียกต้องระบุข้อมูลให้ชัดเจน ได้แก่ ชื่อบุคคล เหตุผลหรือคดีที่เกี่ยวข้อง สถานที่เข้าพบ วันและเวลา รวมถึงชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกหมาย
              • 3. เจ้าหน้าที่ต้องกำหนดวันเข้าพบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง และผู้ถูกหมายเรียกต้องเข้าพบภายใน 24 ชั่วโมง นับจากเวลาที่ได้รับหรือรับทราบหมาย
              • 4. ผู้ถูกหมายเรียกสามารถแจ้งเหตุจำเป็นและขอเลื่อนนัดได้ไม่เกิน 1 ครั้ง โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนถึงเวลานัด และกำหนดวันเข้าพบใหม่ภายใน 24 ชั่วโมง
              • 5. ผู้ถูกหมายเรียกยังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำผิด จนกว่าจะผ่านการสอบสวนและมีหลักฐานเพียงพอ
              • 6. หากไม่เข้าพบตามเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าหน้าที่สามารถออกหมายเรียกครั้งที่สองได้ โดยกำหนดให้เข้าพบภายใน 24 ชั่วโมง
              • 7. หากเพิกเฉยต่อหมายเรียกครบ 2 ครั้ง หลีกเลี่ยงการเข้าพบ หรือมีพฤติการณ์หลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาออกหมายจับได้
              • หมายจับและเงินรางวัลนำจับ
              • 1. หมายจับสามารถออกได้เมื่อมีหลักฐานหรือเหตุอันควรเชื่อว่าบุคคลนั้นกระทำความผิด รวมถึงกรณีหลบหนี ขัดขวางการสอบสวน หรือเพิกเฉยต่อหมายเรียกภายในระยะเวลาที่กำหนด
              • 2. การออกหมายจับต้องได้รับการตรวจสอบและอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เว้นแต่เป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้า
              • 3. หมายจับต้องระบุรายละเอียดให้ชัดเจน ได้แก่ ชื่อผู้ต้องหา ข้อกล่าวหา หลักฐานโดยสังเขป วันที่และเวลาออกหมาย ระยะเวลาของหมาย เงินรางวัลนำจับ รวมถึงชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกและผู้อนุมัติ
              • 4. หมายจับมีอายุ 3 วันตามเวลาจริง OOC นับจากเวลาที่ออกหมาย หากครบกำหนดแล้วยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องดำเนินการปิดคดี โดยหมายจับจะสิ้นสุดลงทันที และไม่สามารถนำกลับมาใช้จับกุมหรือดำเนินคดีย้อนหลังได้
              • 5. ระหว่างที่หมายจับยังมีผล ประชาชนสามารถติดตามและแย่งชิงตัวผู้ต้องหาเพื่อนำมาส่งแก่เจ้าหน้าที่ได้ โดยสามารถส่งมอบได้ทั้งในลักษณะ จับเป็นหรือจับตาย ทั้งนี้ต้องมี Roleplay และเหตุผลรองรับ ห้ามดักทำร้ายหรือสังหารทันทีโดยไม่มีการดำเนินเรื่อง
              • 6. การดำเนินการภายหลังส่งมอบผู้ต้องหา แบ่งออกเป็นดังนี้
              • จับเป็น: เจ้าหน้าที่สามารถสอบสวน ดำเนินคดี ปรับเงิน และส่งเข้าเรือนจำได้ตามข้อกล่าวหา โดยสามารถดำเนินสตอรี่ต่อได้ตามปกติ
              • จับตาย: ต้องรอให้แพทย์รักษาหรือปลุกผู้ต้องหาขึ้นมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงจะดำเนินการหักเงินตามหมายได้ แต่ห้ามลงโทษจำคุก และให้ถือว่าสตอรี่การติดตามจับกุมสิ้นสุดลงหลังชำระเงิน
              • 7. ผู้ต้องหาตามหมายต้องชำระเงินจำนวน 1,500 บาท โดยแบ่งเป็น
              • 1,000 บาท มอบให้ผู้ที่จับและนำตัวผู้ต้องหามาส่ง
              • 500 บาท เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบคดี
              • ผู้ต้องหาถูกหักเงินรวมทั้งสิ้น 1,500 บาท
              • 8. การจ่ายเงินรางวัลต้องมีหลักฐานการติดตามและจับกุมที่ตรวจสอบได้ พร้อมบันทึกชื่อผู้จับ ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ผู้รับมอบ วันเวลา และจำนวนเงินทุกครั้ง
              • 9. เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ทันทีโดยไม่ต้องมีหมายจับในกรณีดังต่อไปนี้
              • พบการกระทำความผิดซึ่งหน้า
              • บุคคลนั้นกำลังหลบหนีจากสถานที่เกิดเหตุ
              • มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะทำอันตรายต่อผู้อื่น
              • มีพฤติการณ์ทำลาย ซ่อน หรือเคลื่อนย้ายหลักฐาน
              • 10. ก่อนจับกุม เจ้าหน้าที่ต้องแสดงตน พร้อมแจ้งเหตุผลและข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ เว้นแต่สถานการณ์ไม่ปลอดภัยหรือจำเป็นต้องควบคุมตัวก่อน
              • 11. การใช้กำลังต้องเหมาะสมกับระดับการต่อต้าน ห้ามใช้อาวุธร้ายแรงกับผู้ที่ไม่มีอาวุธ ยอมจำนน หรืออยู่ภายใต้การควบคุมแล้วโดยไม่มีเหตุจำเป็น
              • 12. หมายจับและการติดตามผู้ต้องหาต้องอ้างอิงจากข้อมูลภายใน Roleplay เท่านั้น ห้ามใช้ข้อมูลนอกบทบาท ออกหมายเพื่อกลั่นแกล้ง แก้แค้น เอื้อประโยชน์ หรือร่วมกันสร้างสถานการณ์เพื่อรับเงินรางวัลโดยเด็ดขาด
              • การดำเนินคดีและการปรับเงิน
              • 1. เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งข้อกล่าวหา สิทธิในการชี้แจง และหลักฐานสำคัญที่ใช้ดำเนินคดีให้ผู้ต้องหาทราบ
              • 2. ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาให้การ ยอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา รวมถึงนำเสนอพยานหรือหลักฐานของตนเอง
              • 3. การตัดสินคดีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยาน และหลักฐานภายใน Roleplay ห้ามตัดสินจากความรู้สึกส่วนตัว ชื่อเสียงเดิม หรือข้อมูลนอกเมือง
              • 4. ค่าปรับและระยะเวลาจำคุกต้องเป็นไปตามบัญชีข้อหา และการลดหย่อนโทษสามารถพิจารณาได้จากการให้ความร่วมมือ การยอมรับผิด หรือเหตุบรรเทาอื่น โดยต้องอยู่ภายในขอบเขตที่เมืองกำหนดและบันทึกเหตุผลไว้
              • 5. หากมีหลายข้อหาจากเหตุการณ์เดียวกัน เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบว่าข้อหาไม่ซ้ำซ้อน และต้องไม่ลงโทษบุคคลซ้ำในคดีเดียวกัน
              • 6. ห้ามยึดเงิน อาวุธ หรือสิ่งของที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี ของกลางทุกชิ้นต้องมีที่มาและบันทึกรายการอย่างชัดเจน
              • 7. การตรวจค้นบุคคล บ้าน ม้า หรือเกวียน ต้องมีเหตุอันควร มีหมายค้น หรือเป็นส่วนหนึ่งของการจับกุมในความผิดซึ่งหน้า
              • 8. หากผู้ต้องหาหมดสติหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ต้องให้แพทย์ดำเนินการก่อน และรอให้บุคคลนั้นอยู่ในสภาพที่สามารถเล่นบทต่อได้ ห้ามสอบสวน บังคับรับสารภาพ หรือดำเนินคดีกับศพ
              • 9. หากหลักฐานไม่เพียงพอ ต้องปล่อยตัวหรือพักคดีไว้เพื่อสืบสวนเพิ่มเติม ห้ามบังคับให้ผู้ต้องหายอมรับผิดเพื่อปิดคดี
              • 10. เจ้าหน้าที่ต้องบันทึกชื่อผู้ต้องหา ข้อหา ค่าปรับ ของกลาง และผลการดำเนินคดีทุกครั้ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
              • 11. ผู้ต้องหามีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์หรือร้องเรียนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางที่เมืองกำหนด
              • 12. การดำเนินคดีและปรับเงินให้ใช้เฉพาะคดีปล้นสุสานและปล้นธนาคารเท่านั้น ส่วนคดีสตอรี่ทั่วไป หากผู้กระทำผิดเสียชีวิต ให้ถือว่าคดีและสตอรี่ของบุคคลนั้นสิ้นสุดลง โดยจะดำเนินคดีและปรับเงินได้เฉพาะผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับเป็นเท่านั้น
              • กฎระเบียบของเจ้าหน้าที่
              • 1. เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ เป็นกลาง และให้เกียรติประชาชน แม้บุคคลดังกล่าวจะเป็นผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหา
              • 2. ห้ามใช้อำนาจหน้าที่ข่มขู่ กลั่นแกล้ง แก้แค้น เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง หรือสร้างความได้เปรียบให้สตอรี่ส่วนตัว
              • 3. ห้ามเปิดเผยข้อมูลคดี รายชื่อผู้ร้อง พยาน แผนปฏิบัติการ หรือข้อมูลภายในแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
              • 4. ห้ามนำอาวุธ ยานพาหนะ ของกลาง เงินหลวง หรืออุปกรณ์ประจำตำแหน่งไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
              • 5. เจ้าหน้าที่ต้องแต่งเครื่องแบบและใช้อุปกรณ์ให้ถูกต้องตามตำแหน่ง หน้าที่ และสถานการณ์ เว้นแต่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่นอกเครื่องแบบอย่างชัดเจน โดยระหว่างปฏิบัติหน้าที่ต้องมีหัวหน้าร่วมปฏิบัติการและกำกับดูแลอยู่ด้วยทุกครั้ง
              • 6. การพกหรือใช้อาวุธพิเศษต้องเป็นไปตามระดับยศและคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ห้ามนำไปใช้ในสตอรี่ส่วนตัวขณะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่
              • 7. เจ้าหน้าที่ต้องประเมินสถานการณ์และให้ความสำคัญกับชีวิตของประชาชน ตัวประกัน ผู้ต้องหา และเจ้าหน้าที่ร่วมงานเป็นอันดับแรก
              • 8. ต้องพยายามเจรจาหรือควบคุมสถานการณ์ก่อนใช้กำลัง หากยังไม่มีภัยคุกคามที่ชัดเจน
              • 9. ห้ามยิงบุคคลที่ยอมจำนน หมดสติ ถูกควบคุมตัว หรือไม่มีความสามารถตอบโต้ เว้นแต่บุคคลนั้นยังสร้างภัยคุกคามโดยตรง
              • 10. ห้ามเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนร่วมในงานผิดกฎหมาย สนับสนุนผู้กระทำผิด หรือใช้อาชีพเจ้าหน้าที่เพื่อปกปิดการกระทำของตนเองและพวกพ้อง
              • 11. เมื่ออยู่นอกเวลาปฏิบัติหน้าที่ ห้ามใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่จับกุม ตรวจค้น หรือดำเนินคดี เว้นแต่พบเหตุร้ายแรงซึ่งหน้าและจำเป็นต้องเข้าระงับเหตุ
              • 12. เจ้าหน้าที่ต้องใช้จดหมายและช่องทางราชการเฉพาะเรื่องงาน ห้ามนำข้อมูลจากการสื่อสารนอกบทบาทมาใช้ภายในเมือง
              • 13. ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยกฎ หากเห็นว่าคำสั่งไม่ถูกต้อง ให้รายงานตามลำดับชั้น ห้ามฝ่าฝืนหรือโต้เถียงจนกระทบต่อเหตุการณ์
              • 14. กรณีเจ้าหน้าที่กระทำผิด เจ้าหน้าที่ด้วยกันมีหน้าที่รายงานตามข้อเท็จจริง ห้ามช่วยกันปกปิด ทำลายหลักฐาน หรือบิดเบือนรายงาน
              • 15. ความผิดของเจ้าหน้าที่อาจได้รับโทษตั้งแต่ตักเตือน พักงาน ลดตำแหน่ง ปลดออกจากหน้าที่ หรือส่งให้ทีมงานพิจารณาเพิ่มเติมตามความร้ายแรง
              • หมายเหตุ: การปฏิบัติหน้าที่ทุกขั้นตอนต้องมีเหตุผลรองรับ เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เล่นบท และยึดหลัก Fair Play เจ้าหน้าที่มีหน้าที่รักษาความสงบและสร้าง Roleplay ที่ยุติธรรม มิใช่ใช้อำนาจเพื่อมุ่งเอาชนะประชาชนหรือคู่กรณีเพียงฝ่ายเดียว