เรื่องราวของคุณเริ่มต้นที่เมืองซุ้มเสือ

กฎเซิร์ฟเวอร์
ซุ้มเสือ Roleplay

เว็บไซต์กฎสำหรับเซิร์ฟเวอร์เกม RedM แนว Serious Roleplay ธีมประเทศไทยยุค พ.ศ.2450 — เมืองชายแดน รัฐ ขุนโจร อาคม และการเล่าเรื่องที่จริงจัง

รอบ Restart--:--:--05:05 / 17:05รอบถัดไป 05:05
Discord Community เปิดรับพลเมือง
Rules Version v1.0 / 2569
โลโก้ซุ้มเสือ
คำขวัญเมือง เรื่องราวไม่ได้ถูกเขียนไว้ แต่ถูกสร้างด้วยการกระทำของผู้คน
ประกาศสำคัญ

ผู้เล่นทุกคนต้องอ่านและเข้าใจกฎก่อนเข้าเมือง เวอร์ชันนี้เพิ่มหัวข้อหลักและหัวข้อย่อยที่ยังขาดจากหน้าอ้างอิง เพื่อให้ค้นหาและบังคับใช้กฎได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น

History

ประวัติศาสตร์เมืองซุ้มเสือ

พ.ศ.2450 ดินแดนชายแดนที่รัฐส่วนกลางกำลังขยายอำนาจเข้าสู่หัวเมือง ผู้คนต่างถิ่นหลั่งไหลเข้ามาหาโอกาส ขณะที่ขุนโจร ตระกูลเก่า พ่อค้า และผู้รู้วิชาอาคม ต่างช่วงชิงพื้นที่ของตนเอง

กลุ่มอำนาจในเมืองซุ้มเสือ

เมืองซุ้มเสือในปี พ.ศ.2450 คือหัวเมืองชายแดนที่กฎหมายยังตั้งหลักไม่มั่นคง ความวุ่นวายเปิดช่องให้คนบางกลุ่มกอบโกยอำนาจ ชื่อเสียง เงินทอง และผลประโยชน์ ขณะเดียวกัน บางคนก็เพียงต้องการปกป้องบ้าน คนของตนเอง หรือระเบียบเก่าที่ตนเชื่อว่าถูกต้อง

กองบัญชาการพระนคร

ตัวแทนอำนาจรัฐที่เข้ามาจัดระเบียบเมืองชายแดน ตรวจตรา จับกุม และผลักดันกฎหมายให้เกิดขึ้นจริง บางคนมาด้วยอุดมการณ์ ต้องการทำให้บ้านเมืองสงบและกฎหมายมีน้ำหนัก แต่บางคนกลับมองซุ้มเสือเป็นบันไดไต่เต้า ใช้ความวุ่นวายสร้างผลงาน เก็บส่วย เลือกข้าง และสะสมอำนาจเงียบ ๆ ใต้ตราประทับของราชการ

อาคม

เมืองซุ้มเสือมีรากความเชื่อเรื่องอาคมสืบทอดมาแต่ครั้งเก่า ทั้งคาถา เครื่องราง และพิธีกรรมที่ผู้คนใช้ยึดเหนี่ยว ปกป้องตนเอง หรือแสวงหาอำนาจ บ้างใช้วิชาเพื่อช่วยเหลือผู้คน บ้างกลับใช้ศาสตร์เร้นลับเพื่อผลประโยชน์ จนอาคมกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่า ความกลัว และอำนาจในเมืองแห่งนี้

Community Rules

กฎชุมชนและมารยาท Discord

01

เคารพผู้เล่น

ห้ามด่าทอ คุกคาม เหยียด หรือทำให้ผู้เล่นอื่นรู้สึกไม่ปลอดภัยทั้งในเกมและนอกเกม

02

แยก IC / OOC

ความขัดแย้งในบทบาทต้องไม่กลายเป็นความขัดแย้งนอกเกม และห้ามนำเรื่อง OOC ไปแก้แค้นในเกม

03

ร้องเรียนด้วยหลักฐาน

เมื่อต้องการร้องเรียน ให้เตรียมคลิป ภาพ เวลาเกิดเหตุ ชื่อตัวละคร และคำอธิบายเหตุการณ์ให้ครบถ้วน

Punishment Guide

แนวทางการตัดสินโทษ

ทีมงานพิจารณาจากเจตนา ผลกระทบ หลักฐาน ประวัติการกระทำผิด และความร่วมมือหลังเกิดเหตุ

ขั้นตอนที่ 1

แนวทางการแจ้งเรื่องร้องเรียน

รวมขั้นตอนส่งหลักฐาน เปิด Ticket และการชี้แจงก่อนเข้าสู่การพิจารณาโทษ
01
แนวทางการแจ้งเรื่องร้องเรียนSUM SUEA SRP┃ซุ้มเสือ ยึดผลประโยชน์และความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงความเป็นธรรมต่อผู้เล่นส่วนรวมเป็นหลัก การตรวจสอบและการตัดสินจึงไม่ได้ดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • การแจ้งเรื่องร้องเรียนต้องมี หลักฐานที่สามารถตรวจสอบเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง โดยหลักฐานหลักต้องเป็นคลิปวิดีโอ
  • คลิปหลักฐานต้องมีทั้ง เสียงภายในเกม (Game Sound) และ เสียงไมโครโฟนของผู้บันทึก (Mic) ครบถ้วน
  • การแจ้งเรื่องต้องดำเนินการ ภายใน 24 ชั่วโมงนับจากเวลาที่เกิดเหตุ เว้นแต่เป็นกรณีร้ายแรง หรือเป็นเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบ เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์
  • ผู้ถูกแจ้งมีสิทธิ์นำหลักฐานมา ชี้แจง แก้ต่าง หรือหักล้างข้อกล่าวหา ได้ หากอ้างว่าเหตุการณ์เกิดจาก Bug, Desync, ภาพไม่ตรงกัน หรือความผิดปกติของระบบ ควรมีหลักฐานประกอบคำชี้แจง
  • เมื่อพบว่าผู้เล่นอื่นอาจกระทำผิดกฎ ผู้เล่นต้อง ดำเนิน Roleplay ต่อไปจนจบเหตุการณ์ เท่าที่สถานการณ์สามารถดำเนินต่อได้ จากนั้นจึงรวบรวมหลักฐานและแจ้งทีมงานภายหลัง
  • หากผู้เล่น ได้รับผลกระทบ พบเห็นการกระทำผิด หรือพบเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อส่วนรวมหรือเซิร์ฟเวอร์ หน้าที่ของผู้เล่นคือการแจ้งเหตุและส่งหลักฐานที่มีให้แก่ทีมงาน
  • เมื่อส่งข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนแล้ว ถือว่าหน้าที่ของผู้แจ้งในเบื้องต้นเสร็จสิ้น ผู้เล่นสามารถกลับไปดำเนิน Roleplay ได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องเฝ้ารอหรือติดตามกระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอน เว้นแต่ทีมงานจะติดต่อกลับเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
  • การตรวจสอบ สอบสวน รวบรวมข้อมูล ติดตามพฤติกรรม พิจารณาความผิด และกำหนดบทลงโทษ เป็นหน้าที่และอำนาจของทีมงาน
  • ผู้ที่ได้รับ หมายเรียกจากทีมงาน ต้องเข้ามาติดต่อหรือชี้แจงภายใน 24 ชั่วโมง
  • หากแอดมินพบเห็นการกระทำผิดด้วยตนเอง หรือทีมงานมีข้อมูลจากระบบภายในเพียงพอต่อการพิจารณา สามารถ ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้เล่นเปิด Ticket
  • ทีมงานสามารถใช้ข้อมูลจาก คลิปหลักฐาน, Log System, ข้อมูลเข้า–ออกเมือง, ข้อมูลการฆ่า–ตาย, ระบบ Anti-Cheat, ข้อมูลระบบ, คำชี้แจง และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง ประกอบการพิจารณาร่วมกัน
  • หากระหว่างการตรวจสอบพบข้อมูลหรือพฤติกรรมผิดปกติอื่น ทีมงานสามารถ ขยายขอบเขตการตรวจสอบนอกเหนือจากประเด็นที่ได้รับแจ้งเดิม ได้
  • ทีมงานสามารถ ระงับสิทธิ์ Whitelist เป็นการชั่วคราวเพื่อดำเนินการตรวจสอบ หากเห็นว่ามีความจำเป็นต่อการป้องกันความเสียหายหรือความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์
  • การกำหนดบทลงโทษจะพิจารณาจาก ข้อเท็จจริง หลักฐาน เจตนา ความร้ายแรง ผลกระทบ และประวัติการกระทำผิด
  • รูปแบบบทลงโทษสามารถมีได้ตั้งแต่ ตักเตือน / ปรับเงิน / ระงับ Whitelist ชั่วคราว / ปลด Whitelist ถาวร หรือใช้มากกว่าหนึ่งรูปแบบร่วมกันตามความเหมาะสม
  • การปรับเงินภายในเกม เริ่มต้นที่ 3,000 ต่อบุคคล และสามารถเพิ่มขึ้นตามความร้ายแรงหรือประวัติการกระทำผิด
  • การระงับสิทธิ์ Whitelist สามารถกำหนดได้ตั้งแต่ 3 วัน จนถึงถาวร ตามความร้ายแรงของการกระทำ
  • การเพิ่มระดับบทลงโทษจะพิจารณาจาก “จำนวนครั้งที่กระทำผิด ไม่ใช่จำนวนข้อหา” รวมถึงลักษณะ พฤติกรรม และประวัติการกระทำผิดโดยรวม
  • คำตัดสินของแอดมินหรือทีมงานภายหลังการตรวจสอบถือเป็นที่สิ้นสุด และมีผลบังคับใช้ภายในเซิร์ฟเวอร์
เงื่อนไข
  • หลักฐานที่นำมาใช้ต้องมีคุณภาพเพียงพอให้ทีมงานสามารถตรวจสอบ บริบทและลำดับของเหตุการณ์ ได้อย่างเหมาะสม
  • หากคลิปไม่มี เสียงภายในเกม หรือเสียงไมโครโฟนของผู้บันทึก ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ไม่รับพิจารณาหรือปัดตกเรื่องร้องเรียน
  • หากผู้ถูกแจ้งอ้างว่าเป็น Bug, Desync หรือความผิดปกติของระบบ แต่ ไม่มีหลักฐานสนับสนุนคำชี้แจง ทีมงานสามารถพิจารณาจากหลักฐานของผู้แจ้งและข้อมูลอื่นที่สามารถตรวจสอบได้ประกอบกัน
  • กรณีความผิดร้ายแรง เช่น Cheat, Exploit, การสร้างความเสียหายต่อระบบ เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์ ทีมงานสามารถรับเรื่องและตรวจสอบย้อนหลังเกินระยะเวลา 24 ชั่วโมงได้
  • หากผู้ถูกออกหมายเรียกไม่มาติดต่อภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่มีเหตุอันสมควร สามารถถูก ระงับสิทธิ์ Whitelist เป็นเวลา 3 วัน ในข้อหาเพิกเฉยต่อหมายเรียกของทีมงาน
  • การเปิด Ticket ต้องเลือกประเภทให้ตรงกับเรื่องที่ต้องการแจ้ง พร้อมระบุข้อมูลที่จำเป็น เช่น วัน เวลา เหตุการณ์ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และหลักฐาน ให้เพียงพอต่อการตรวจสอบ
  • หากทีมงานต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้แจ้งหรือผู้ถูกแจ้ง ทีมงานจะเป็นผู้ ติดต่อกลับหรือออกหมายเรียกตามความเหมาะสม
  • การระงับ Whitelist ชั่วคราวเพื่อการตรวจสอบ ไม่ถือเป็นการตัดสินว่าผู้เล่นมีความผิดโดยอัตโนมัติ แต่เป็นมาตรการที่สามารถใช้ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ
  • กรณีที่ไม่ได้มีการระบุไว้ในกฎอย่างชัดเจน แต่มีลักษณะเป็นการ เอาเปรียบระบบ ใช้ช่องโหว่ สร้างความได้เปรียบโดยมิชอบ หรือส่งผลกระทบต่อส่วนรวม ทีมงานสามารถใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาและกำหนดบทลงโทษได้
  • ความผิดเพียงครั้งเดียว หากมี เจตนาชัดเจนหรือสร้างความเสียหายร้ายแรง ทีมงานสามารถกำหนดบทลงโทษในระดับสูงได้ทันที
  • ความผิดระดับเล็กน้อย หากพบว่ามีการกระทำซ้ำหลายครั้ง สามารถถูก เพิ่มระดับบทลงโทษตามประวัติการกระทำผิด ได้
ข้อห้าม
  • ห้ามหยุด เบรก หรือยุติสตอรี่กลางเหตุการณ์ เพียงเพราะเชื่อหรือพบว่าอีกฝ่ายอาจกระทำผิดกฎ
  • ห้ามพูดคุย อ้างอิง หรือหยิบยก กฎเมือง บทลงโทษ Ticket แอดมิน หรือเรื่อง OOC ขึ้นมาใช้เพื่อโต้แย้ง กดดัน หรือหยุดเหตุการณ์ระหว่าง Roleplay
  • ห้ามผู้เล่น ทำหน้าที่เสมือนแอดมิน สืบสวน ไล่ตรวจสอบ หรือติดตามผู้เล่นอื่นเพื่อค้นหาความผิดเพิ่มเติมด้วยตนเอง เมื่อพบเหตุหรือได้รับผลกระทบให้เก็บหลักฐานและแจ้งทีมงานเป็นผู้ดำเนินการ
  • ห้ามตัดสินว่าผู้เล่นอื่นมีความผิด หรือกำหนดด้วยตนเองว่าอีกฝ่าย ต้องได้รับบทลงโทษใด
  • ห้ามติดตาม กดดัน หรือเรียกร้องให้ทีมงาน รายงานความคืบหน้า วิธีการตรวจสอบ หรือผลที่ตรวจพบในทุกขั้นตอน
  • ห้ามเรียกร้องให้ทีมงานเปิดเผย Log, หลักฐานภายใน, ระบบ Anti-Cheat, วิธีการตรวจจับ, บทสนทนา คำให้การ หรือข้อมูลที่ได้รับจากคู่กรณี เว้นแต่ทีมงานเห็นว่าจำเป็นต่อการชี้แจงหรือการพิจารณา
  • ห้ามเรียกร้องให้แอดมิน รายงานผลการดำเนินการทุกเหตุการณ์หรือทุกรายละเอียด เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและข้อมูลบางส่วนถือเป็นข้อมูลภายในของทีมงาน
  • ห้ามตัดต่อ ดัดแปลง ปกปิด หรือนำเสนอหลักฐานในลักษณะที่ทำให้ บริบทหรือข้อเท็จจริงของเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง
  • ห้ามเปิด Ticket ผิดประเภทโดยเจตนา เปิดเรื่องซ้ำ หรือใช้ Ticket เพื่อ กดดัน เร่งรัด หรือสร้างความวุ่นวายแก่ทีมงาน
  • ห้ามขัดขวาง หลีกเลี่ยง หรือเพิกเฉยต่อกระบวนการตรวจสอบหรือหมายเรียกของทีมงาน
  • ห้ามกดดัน ข่มขู่ หรือเรียกร้องให้แอดมินตัดสินตามความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • ห้ามนำข้อมูลภายในที่ได้รับจากกระบวนการตรวจสอบของทีมงานไป เผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ห้ามใช้ ช่องว่างหรือช่องโหว่ของกฎ เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดหรือสร้างความได้เปรียบ
  • ห้ามอ้างว่า “กฎไม่ได้เขียนไว้” เพื่อเป็นข้อยกเว้นสำหรับพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดว่าเป็นการเอาเปรียบผู้เล่น ระบบ หรือส่วนรวม
  • ห้ามใช้ Bug, Exploit, Macro, โปรแกรมช่วยเล่น, เครื่องมือภายนอก หรือช่องโหว่ของระบบ เพื่อสร้างความได้เปรียบโดยมิชอบ
หมายเหตุ
  • การแจ้งเรื่องมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งข้อมูลให้ทีมงานตรวจสอบ ไม่ใช่เพื่อให้ผู้แจ้งเข้ามาทำหน้าที่สอบสวนหรือตัดสินแทนทีมงาน
  • หากผู้เล่นได้รับผลกระทบ หรือพบเหตุการณ์ที่อาจสร้างผลกระทบต่อเซิร์ฟเวอร์ ให้ดำเนินการตามหลัก “เก็บหลักฐาน → แจ้งทีมงาน → ส่งข้อมูลให้ครบถ้วน” หลังจากนั้นให้ทีมงานเป็นผู้รับช่วงดำเนินการต่อ
  • การแจ้งเรื่อง ไม่ได้หมายความว่าผู้แจ้งมีสิทธิ์รับทราบข้อมูลทุกส่วนของการสอบสวน หรือมีสิทธิ์กำหนดแนวทาง วิธีการตรวจสอบ หรือบทลงโทษที่ทีมงานต้องใช้
  • ทีมงาน ไม่มีหน้าที่ต้องรายงานกระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอน ให้แก่ผู้แจ้งหรือคู่กรณี และอาจแจ้งเฉพาะผลการพิจารณาหรือข้อมูลที่ทีมงานเห็นว่าสามารถเปิดเผยได้
  • การที่ทีมงานไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการตรวจสอบหรือดำเนินการ เนื่องจากข้อมูลบางประเภท วิธีการตรวจสอบ และระบบตรวจจับจำเป็นต้องเก็บไว้เป็นข้อมูลภายในของเซิร์ฟเวอร์
  • ระบบของเซิร์ฟเวอร์ ไม่ได้มี Log สำหรับทุกระบบและทุกการกระทำ ดังนั้นการไม่มีข้อมูลใน Log ไม่สามารถใช้เป็นข้อสรุปเพียงอย่างเดียวว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น
  • ทีมงานจะพิจารณาจาก ความเชื่อมโยงและความสอดคล้องของข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคลิป คำชี้แจง Log ข้อมูลระบบ พฤติการณ์ และข้อมูลอื่นที่สามารถตรวจสอบได้
  • การที่ตัวเกมหรือระบบ “สามารถทำได้” ไม่ได้หมายความว่า “ได้รับอนุญาตให้ทำได้” หากเป็นการใช้กลไก ช่องโหว่ หรือวิธีการที่ผิดไปจากการทำงานตามปกติเพื่อสร้างความได้เปรียบ ทีมงานสามารถพิจารณาเป็นความผิดได้
  • การพิจารณาความผิดและบทลงโทษ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้แจ้งหรือผู้ถูกแจ้ง แต่ยึดตามข้อเท็จจริง หลักฐาน กฎของเซิร์ฟเวอร์ ผลกระทบ และดุลยพินิจของทีมงาน
  • ทีมงานมีการ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและระบบ Anti-Cheat รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลจากหลายส่วนประกอบกัน เพื่อรักษาความยุติธรรม ความสมดุล และความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์
  • SUM SUEA SRP┃ซุ้มเสือ ยึดผลประโยชน์และความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงความเป็นธรรมต่อผู้เล่นส่วนรวมเป็นหลัก การตรวจสอบและการตัดสินจึงไม่ได้ดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ขั้นตอนที่ 2

ตารางแนวทางการตัดสินโทษ

ใช้สำหรับประเมินระดับความผิดและบทลงโทษตามหลักฐาน เจตนา ผลกระทบ และประวัติการกระทำผิด
ระดับลักษณะเหตุที่พบแนวทางดำเนินการหมายเหตุการพิจารณา
เล็กน้อย(Minor)
  • ข้อผิดพลาดครั้งแรก
  • กระทบเล็กน้อย
  • ผู้เล่นให้ความร่วมมือและมีเจตนาแก้ไข
ตักเตือนหรือให้แก้ไข RPหรือรีเซ็ตผลลัพธ์เฉพาะจุด

ไม่บันทึกเป็นประวัติร้ายแรง หากผู้เล่นยอมรับและแก้ไขตามคำแนะนำ

ปานกลาง(Moderate)
  • PG
  • VOL
  • RDM
  • RK
  • MG
  • หรือเหตุที่กระทบผู้เล่นหลายฝ่าย
พักการเล่นหรือปรับสถานะตัวละครหรือรีเซ็ตตัวละครตามกรณี

พิจารณาจากหลักฐาน ผลกระทบ ประวัติ และความร่วมมือหลังเกิดเหตุ

ร้ายแรง(Severe)
  • ใช้บั๊ก
  • โกง
  • คุกคาม
  • ทำลายระบบหรือชุมชน
ระงับสิทธิ์หรือปลด Whitelistหรือแบนถาวร

สามารถดำเนินการทันทีเมื่อหลักฐานชัดเจน หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงของเซิร์ฟเวอร์

หลักการพิจารณา

บริบทของเหตุการณ์

พิจารณาสถานการณ์ประกอบโดยรวม

เจตนาในการกระทำ

พิจารณาเจตนาและพฤติกรรม

ผลกระทบที่เกิดขึ้น

ประเมินผลกระทบต่อผู้เล่นและเซิร์ฟเวอร์

หลักฐาน

ตรวจจากหลักฐานที่ส่งมา

ความร่วมมือหลังเกิดเหตุ

พิจารณาการยอมรับและการให้ความร่วมมือ

Role & Ethnicity Guide

กฏและแนวทางบทบาท & เชื้อชาติ

ทุกตัวละครที่เดินทางเข้าสู่เมืองซุ้มเสือ ล้วนมีที่มา เหตุผล และร่องรอยของอดีตติดตัวมา ไม่ว่าจะเป็นคนบ้านนอก ผู้เร่ร่อน พ่อค้า ชาวต่างถิ่น หรือผู้แสวงหาโอกาสในดินแดนชายแดนแห่งนี้ เมืองซุ้มเสือในปี พ.ศ.2450 คือพื้นที่ที่ผู้คนหลากหลายเข้ามาเขียนชะตาของตนเอง ภายใต้กฎบ้านเมือง ความเชื่อ และความวุ่นวายที่พร้อมกลืนกินทุกคน

special-roleplay

กฏและแนวทางโรลพิเศษ

แนวทางการโรลเพลย์สำหรับบทบาทพิเศษที่มีความสามารถ เงื่อนไข หรือข้อจำกัดเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากผู้เล่นทั่วไป ผู้เล่นที่ได้รับบทบาทเหล่านี้จะต้องปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด เพื่อรักษาความสมดุล ความสมจริง และคุณภาพของการโรลเพลย์ภายในเซิร์ฟเวอร์

01
บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของอาจารย์ผู้ที่ได้รับบทบาท “อาจารย์” ถือเป็นผู้มีความรู้ด้านวิชาอาคม พิธีกรรม และเรื่องเหนือธรรมชาติ มีหน้าที่สำคัญในการสร้างและขับเคลื่อนเนื้อเรื่องภายในเมือง โดยเน้นการสร้าง Roleplay และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นอื่นมีส่วนร่วม มากกว่าการใช้ความสามารถเพื่อสร้างความได้เปรียบให้ตนเองหรือพวกพ้อง
  • แนวทางการวางตัวและการผูกเรื่องของ “อาจารย์”
  • ผู้ที่ได้รับบทบาท อาจารย์ ถือเป็นบทบาทพิเศษที่มีหน้าที่สำคัญต่อการสร้างสตอรี่ด้านวิชาอาคม ความเชื่อ พิธีกรรม และการถ่ายทอดองค์ความรู้ภายในเมือง ผู้รับบทจึงควรให้ความสำคัญกับ การสร้างเรื่องราว การถ่ายทอดวิชา และการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นอื่นมีส่วนร่วมกับ Roleplay มากกว่าการใช้สถานะหรือความสามารถเพื่อสร้างความได้เปรียบให้ตนเองหรือพวกพ้อง
  • แนวทางการวางตัว
  • อาจารย์ควรวางตัวให้เหมาะสมกับสถานะของผู้มีวิชา มีความน่าเชื่อถือ สุขุม และมีเหตุผลในการกระทำ ไม่จำเป็นต้องแสดงอำนาจหรือความสามารถตลอดเวลา
  • การเป็นอาจารย์ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้วิชา อาคม หรือความสามารถกับผู้เล่นอื่นได้ตามต้องการ ทุกการกระทำควรมีเหตุและผลภายใน Roleplay รองรับ
  • ควรใช้ความรู้และความสามารถเพื่อ สร้างหรือต่อยอดสตอรี่ เช่น การสอนวิชา การประกอบพิธี การแก้คุณไสย การช่วยเหลือ การสืบหาสิ่งผิดปกติ หรือการสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติ
  • ไม่ควรใช้อำนาจของบทบาทเพื่อ ข่ม บังคับ ควบคุม หรือกดดันผู้เล่นอื่น ให้ต้องดำเนินสตอรี่ตามที่ตนเองต้องการเพียงฝ่ายเดียว
  • ไม่ควรแจกจ่าย ถ่ายทอด หรือใช้สิ่งของและความสามารถของอาจารย์อย่างไม่มีที่มาที่ไป โดยเฉพาะสิ่งที่มีผลต่อระบบหรือสร้างความได้เปรียบแก่ผู้เล่น
  • การรับลูกศิษย์ควรเกิดจาก การผูกเรื่องและพัฒนาความสัมพันธ์ภายใน Roleplay ไม่ใช่เพียงการรับเข้ามาเพื่อให้วิชา สกิล หรือผลประโยชน์จากระบบ
  • อาจารย์ควรวางตัวเป็น ผู้สร้างสตอรี่ให้ผู้เล่นเข้าหา มากกว่าการวิ่งหาผู้เล่นเพื่อแจกวิชา แจกของ หรือสร้างลูกศิษย์จำนวนมากโดยไม่มีเนื้อเรื่องรองรับ
  • แนวทางการดำเนินเรื่องและการถ่ายทอดวิชา
  • การเรียนหรือการถ่ายทอดวิชาควรเป็น ผลลัพธ์จากการพัฒนาเรื่องราว ไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เล่นได้รับวิชา สกิล หรือความสามารถทันที
  • ตัวอย่างลำดับเหตุการณ์ที่เหมาะสม: พบอาจารย์ → สร้างความสัมพันธ์ → ฝากตัวเป็นลูกศิษย์หรือขอเรียนวิชา → ผ่านการทดสอบหรือพิสูจน์ตน → เรียนรู้หรือเข้าร่วมพิธีกรรม → พัฒนาเรื่องราวอย่างต่อเนื่อง → ได้รับการถ่ายทอดวิชาตามความเหมาะสม
  • ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องดำเนินเรื่องตามลำดับดังกล่าวทุกครั้ง อาจารย์สามารถปรับเปลี่ยนขั้นตอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเนื้อเรื่องได้ แต่การได้รับความรู้ วิชา หรือความสามารถแต่ละครั้งจะต้องมีที่มาที่ไป มีเหตุผลรองรับ และสร้างคุณค่าให้แก่เรื่องราวภายใน Roleplay
  • การรับรองสถานะโรลพิเศษ
  • 1. อาจารย์สามารถสร้างและปูเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ วิชาอาคม พิธีกรรม ลูกศิษย์ สิ่งลี้ลับ หรือโรลพิเศษต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่มีสิทธิ์มอบสถานะโรลพิเศษให้แก่ผู้เล่นอื่นด้วยตนเอง
  • 2. การเป็นลูกศิษย์ การผ่านพิธีกรรม การได้รับการถ่ายทอดวิชา การถูกสาป หรือเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นภายใน Roleplay ไม่ถือว่าผู้เล่นได้รับสิทธิ์ในการเป็นโรลพิเศษโดยอัตโนมัติ ผู้เล่นจะต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติสิทธิ์จาก ข้าหลวง ก่อนทุกกรณี จึงจะสามารถสวมบทบาทหรือใช้ความสามารถของโรลพิเศษนั้นได้อย่างถูกต้อง
  • 3. หากเนื้อเรื่องกำลังนำไปสู่การได้รับสิทธิ์หรือการเปลี่ยนสถานะเป็น โรลพิเศษ ผู้เล่นจะต้องแจ้งรายละเอียด ปรึกษา และได้รับอนุญาตจากทีมงานก่อนดำเนินเนื้อเรื่องในขั้นตอนดังกล่าวทุกกรณี โดยห้ามสรุปหรือกำหนดผลของเนื้อเรื่องขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • แนวทางการดำเนินบทบาทอาจารย์
  • 1. จุดประสงค์ของบทบาทอาจารย์ บทบาทอาจารย์มีไว้เพื่อสร้างองค์ความรู้ ถ่ายทอดเรื่องราว และต่อยอดเนื้อหาภายในเมือง ไม่ใช่ช่องทางสำหรับแจกจ่ายสกิล สิ่งของ หรือสร้างความได้เปรียบให้แก่ตนเองและกลุ่มพวกพ้อง
  • 2. คุณค่าของการดำเนินเรื่องราว การพบอาจารย์ การฝากตัวเป็นลูกศิษย์ หรือการได้รับถ่ายทอดวิชา ควรเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ต้องอาศัยระยะเวลา ความเหมาะสม และการดำเนิน Roleplay อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงช่องทางในการเข้าถึงระบบ สกิล หรือความสามารถพิเศษเท่านั้น
  • การประกอบพิธีและการเรียกของไหว้ครู
  • 1. อาจารย์สามารถเรียกของไหว้ครูในรูปแบบ พานไหว้ครูได้ไม่เกิน 1 พานต่อผู้เข้าร่วม 1 คน ต่อการประกอบพิธี 1 ครั้ง
  • 2. อาจารย์สามารถเรียก ค่าครูได้ไม่เกิน 1,000 บาท (เงินภายในเกม) ต่อผู้เข้าร่วม 1 คน ต่อการประกอบพิธี 1 ครั้ง
  • 3. กรณีอาจารย์จัดกิจกรรมและกำหนดให้ลูกศิษย์จัดหาสิ่งของมาเข้าร่วมพิธี สิ่งของดังกล่าวจะต้อง เกี่ยวข้องกับสายวิชาของอาจารย์โดยตรง หรือเป็นสิ่งของที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น ของสำหรับไหว้ศาลประจำหมู่บ้าน ทั้งนี้ ต้องพิจารณาตามกำลังและความสามารถของลูกศิษย์แต่ละคน โดยห้ามบังคับ กดดัน หรือกำหนดสิ่งของที่มีมูลค่าสูงเกินสมควร
ข้อห้าม
  • อาจารย์ห้ามเข้าไปมีส่วนร่วมกับ กิจกรรมผิดกฎหมาย และ กิจกรรมของเซิร์ฟเวอร์ เช่น กล่องเสบียง, งานขุดสุสาน, การปล้นธนาคาร
หมายเหตุ
  • กรณีที่อาจารย์ประสงค์จะ ลดบทบาทหรือยุติบทบาทการเป็นอาจารย์ ให้ดำเนินการตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 1. จะต้องดำเนินการ ถ่ายทอดหรือสืบทอดวิชาให้แก่ลูกศิษย์เท่านั้น โดยคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมและผ่านหลักสูตรตามที่กำหนด 2. จะต้องให้ ข้าหลวง ดำเนินการ ถอดวิชาทั้งหมด ออกจากตัวละคร และกลับสู่สถานะเริ่มต้น 3. กรณีที่ แพ้สตอรี่ระหว่างอาจารย์กับอาจารย์ สามารถให้ข้าหลวงถอดวิชา และกลับไปเป็น ผี ได้ ตามเงื่อนไขที่ทีมงานกำหนด
  • อาจารย์สามารถรับ ผ้ายันต์ ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยรับได้ ครั้งละ 10 ผืน
  • ทุกครั้งที่มีการแลก ผ้ายันต์ อาจารย์จะต้องมี หลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบทุกครั้ง ก่อนขอแลกทุกครั้ง
  • อาจารย์ในแต่ละสาย สามารถมีได้ไม่เกิน 3 คน ตลอดช่วงเวลาเดียวกัน เว้นแต่ทีมงานจะประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นกรณีพิเศษ
02
บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของผีปอบโรลปอบ หมายถึง การสวมบทบาทเป็น “ผีปอบ” ภายในเซิร์ฟเวอร์ โดยเน้นการสร้างเรื่องราวลึกลับ ความหวาดกลัว และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นอื่น เช่น การหลอกหลอน ติดตาม ล่อลวง หรือค่อย ๆ เปิดเผยตัวตน ผู้เล่นที่ได้รับโรลปอบต้องดำเนินเรื่องอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ไล่ทำร้ายหรือกินผู้เล่นทันที และต้องเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตอบโต้ หลบหนี หรือสานต่อสตอรี่ ทั้งนี้ ความสามารถและข้อจำกัดทั้งหมดต้องเป็นไปตามระบบและกติกาที่เซิร์ฟเวอร์รองรับ ไม่สามารถคิดหรืออ้างความสามารถขึ้นมาเองได้ครับ
  • บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของผีปอบ
  • โรลปอบ หมายถึง การสวมบทบาทเป็น “ผีปอบ” ภายในเซิร์ฟเวอร์ โดยเน้นการสร้างเรื่องราวลึกลับ ความหวาดกลัว และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นอื่น เช่น การหลอกหลอน ติดตาม ล่อลวง หรือค่อย ๆ เปิดเผยตัวตน
  • ผู้เล่นที่ได้รับโรลปอบต้องดำเนินเรื่องอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ไล่ทำร้ายหรือกินผู้เล่นทันที และต้องเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตอบโต้ หลบหนี หรือสานต่อสตอรี่ ทั้งนี้ ความสามารถและข้อจำกัดทั้งหมดต้องเป็นไปตามระบบและกติกาที่เซิร์ฟเวอร์รองรับ ไม่สามารถคิดหรืออ้างความสามารถขึ้นมาเองได้ครับ
  • แนวทางการเล่นบทบาทปอบ
  • ปอบต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไม่เปิดเผยตัวตนโดยไม่มีเหตุผล เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาท และเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้เล่นอื่นสามารถสืบสวน ค้นหาเบาะแส และเปิดเผยความจริงผ่านเนื้อเรื่องได้
  • ปอบสามารถใช้ความสามารถ “ดึงขวัญ” กับเหยื่อ โดยเหยื่อจะได้รับอาการผิดปกติแตกต่างกันตามระดับหรือจำนวนขวัญที่สูญเสียไป
  • หลังถูกดึงขวัญ เหยื่อจะเห็นสัญลักษณ์สถานะบริเวณหนังสือคาถาหรือ Hotbar เพื่อให้ทราบระดับขวัญที่เหลืออยู่
  • เมื่อเหยื่อถูกดึงขวัญครบครั้งที่ 4 ปอบจะสามารถกิน “เครื่องใน” ของเหยื่อได้ ซึ่งถือเป็นการ CK ตัวละคร
  • การนำไปสู่การ CK ต้องมีเรื่องราว เหตุผล และสตอรี่รองรับอย่างชัดเจน ห้ามจงใจใช้ระบบเพื่อบังคับลบตัวละคร หรือมุ่งเล่นงานผู้เล่นโดยไม่มีเนื้อเรื่องรองรับ
  • ปอบที่ดึงขวัญไปแล้วสามารถ “คืนขวัญ” ให้เหยื่อได้ เช่น การมอบหมายภารกิจ การแลกเปลี่ยน การต่อรอง หรือการให้เหยื่อทำบางสิ่งเพื่อแลกกับขวัญที่ถูกนำไป
  • ระบบดึงขวัญและคืนขวัญควรใช้เป็นเครื่องมือสร้างเรื่องราว ความหวาดระแวง และการต่อรองระหว่างผู้เล่น ไม่ใช่ใช้เพื่อเอาชนะหรือกลั่นแกล้งผู้เล่นฝ่ายเดียว
  • แนวทางการป้องกันปอบ
  • พระสมเด็จ - ป้องกันความสามารถของปอบได้เฉพาะบางสกิล ไม่สามารถป้องกันได้ทุกความสามารถ
  • เครื่องรางเหรียญครูเมตตา - ป้องกันความสามารถของปอบได้เฉพาะบางสกิล โดยพลังป้องกันจะลดลงทุกครั้งที่ทำงาน เมื่อพลังหมดจะต้องนำไปปลุกเสกใหม่
  • บ้านที่ประดิษฐานพระและมีเครื่องถวายครบถ้วน - สามารถสร้างเขตคุ้มครองเพื่อป้องกันปอบหรือสิ่งลี้ลับต่าง ๆ ไม่ให้เข้ามาหรือใช้ความสามารถบางประเภทภายในบริเวณบ้าน
  • ศาลหมู่บ้านที่ได้รับการบูชา - สามารถสร้างเขตคุ้มครองหมู่บ้านจากปอบและสิ่งลี้ลับได้ โดยประสิทธิภาพของการป้องกันขึ้นอยู่กับสถานะการบูชาและเครื่องถวายภายในศาล
  • แนวทางการจับและกำจัดปอบ
  • การกำจัดปอบไม่สามารถทำได้ทันที ผู้เล่นจะต้องจับร่างปอบด้วย “โซ่อาคม” และนำตัวไปยังสถานที่ประกอบพิธีสะกดวิญญาณ
  • การประกอบพิธีต้องมีผู้ร่วมพิธีและเครื่องรางดังต่อไปนี้
  • สาย “คุณไสย” ระดับอาจารย์ จำนวน 2 คน พร้อมเครื่องรางประจำสายคนละ 1 ชิ้น
  • สาย “ปัดเป่า” ระดับอาจารย์ จำนวน 2 คน พร้อมเครื่องรางประจำสายคนละ 1 ชิ้น
  • ดังนั้น พิธีสะกดวิญญาณจะต้องใช้ผู้ประกอบพิธีอย่างน้อย 4 คน และเครื่องรางประจำสายรวมอย่างน้อย 4 ชิ้น และอาจโดนก่อกวนจากปอบตัวอื่นหรือกลุ่มคน
  • การจับและกำจัดปอบต้องมีเหตุการณ์หรือเรื่องราวรองรับ ไม่ควรเกิดจากการพบเห็นเพียงครั้งเดียวโดยไม่มีหลักฐาน การสืบสวน หรือกระบวนการยืนยันตัวตนของปอบ
  • แนวทางการปลดปล่อยปอบ
  • ปอบควรสร้างกลุ่มผู้สนับสนุนหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้า เพื่อใช้ดำเนินเรื่องราวสำหรับการช่วยเหลือหรือปลดปล่อยปอบจากพิธีสะกดวิญญาณ
  • ปอบสามารถเรียกผู้เล่นผ่านรายชื่อภายในศาล เพื่อส่งสัญญาณ ขอความช่วยเหลือ หรือมอบหมายให้ดำเนินเรื่องราวสำหรับการปลดปล่อย
  • ฝ่ายที่ต้องการปลดปล่อยปอบควรมีเป้าหมาย ขั้นตอน และความเสี่ยงที่ชัดเจน เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งฝ่ายช่วยเหลือและฝ่ายควบคุมปอบสามารถโต้ตอบกันผ่านบทบาทได้
  • การปลดปล่อยไม่ควรเกิดขึ้นทันที แต่ควรเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่อง เช่น การรวบรวมวัตถุดิบ การทำลายเครื่องราง การขัดขวางพิธี หรือการช่วยปอบออกจากสถานที่คุมขัง
  • เป้าหมายของระบบ
  • ระบบปอบควรสร้างเรื่องราวระยะยาวระหว่างปอบ เหยื่อ ผู้สืบสวน ผู้ประกอบพิธี และกลุ่มผู้ช่วยเหลือ โดยทุกฝ่ายต้องมีโอกาสค้นหา ป้องกัน ต่อรอง จับกุม หรือช่วยเหลือผ่านการเล่นบทบาทอย่างสมเหตุสมผล
เงื่อนไข
  • ต้องไลฟ์สตรีมทุกครั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ในบทบาท ผีปอบ เพื่อความโปร่งใส และใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบกรณีเกิดปัญหา
  • ต้องสร้างเนื้อเรื่อง (Story) และปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นคนอื่นอย่างเหมาะสม ไม่มุ่งเน้นเพียงการทำร้ายหรือสร้างความเสียหายแก่ผู้เล่น
  • ห้ามใช้บทบาทผีปอบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตนเอง กลุ่ม หรือพรรคพวก ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
  • ต้องเคารพการตัดสินใจของทีมงาน และปฏิบัติตามคำแนะนำหรือแนวทางที่กำหนด หากได้รับการแจ้งเตือนให้แก้ไขพฤติกรรม
  • หากไม่ได้เข้าใช้งานตัวละครผีปอบติดต่อกัน 7 วัน โดยไม่มีการแจ้งเหตุผลกับทีมงาน จะถือว่าสละสิทธิ์ และทีมงานสามารถถอดบทบาทได้ทันที
03
บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของเสือสมิงผู้ที่ได้รับบทบาท “เสือสมิง” ถือเป็นบทบาทพิเศษที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหนือธรรมชาติ มีลักษณะของผู้ต้องคำสาปหรือผู้มีอาคมที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นเสือได้ ผู้เล่นต้องให้ความสำคัญกับ การสร้างเรื่องราว การซ่อนตัวตน การล่าอย่างมีเหตุผล และสร้างความหวาดกลัว มากกว่าการใช้ร่างเสือเพื่อทำร้ายผู้เล่นทั่วไป
  • เสือสมิงเป็นบทบาทพิเศษที่มีหน้าที่สร้างเรื่องราว ความลึกลับ และปฏิสัมพันธ์ให้แก่ผู้เล่นในเมือง ผู้รับบทต้องสามารถดำเนินเนื้อเรื่องด้วยตนเอง เล่นร่วมกับผู้อื่นอย่างเป็นธรรม และยอมรับผลที่เกิดขึ้นจากการสวมบทบาท บทบาทนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อไล่ฆ่าผู้เล่นหรือเอาชนะทุกสถานการณ์
  • คุณสมบัติของผู้สมัคร
  • 1. มีทักษะการสวมบทบาท สามารถถ่ายทอดบุคลิก อารมณ์ และสัญชาตญาณของเสือสมิงได้อย่างสมจริ
  • 2. มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถเริ่มและพัฒนาเนื้อเรื่องร่วมกับผู้เล่นอื่นได้ โดยไม่ต้องรอทีมงานกำหนดสถานการณ์ทุกครั้ง
  • 3. มีวุฒิภาวะ ควบคุมอารมณ์ได้ และแยกเรื่องภายในเกม (IC) ออกจากเรื่องภายนอกเกม (OOC) อย่างชัดเจน
  • 4. เข้าใจกฎของเซิร์ฟเวอร์และยอมรับขอบเขตของบทบาท ไม่ใช้ความสามารถพิเศษเพื่อบังคับผลลัพธ์หรือเอาเปรียบผู้เล่นอื่น
  • 5. มีเวลาเข้าเมืองอย่างสม่ำเสมอ สามารถดำเนินเรื่องราวที่เริ่มไว้ให้ต่อเนื่อง และเข้าร่วมการนัดหมายที่ตกลงกับทีมงานได้
  • 6. สามารถไลฟ์สตรีมขณะเข้าเล่นบทบาทเสือสมิง ตามแนวทางที่ทีมงานกำหนด เพื่อให้ตรวจสอบเหตุการณ์ย้อนหลังได้
  • แนวทางการสร้างตัวละคร
  • ผู้สมัครต้องเสนอประวัติตัวละครให้ทีมงานพิจารณาก่อนรับบท โดยอย่างน้อยต้องมีข้อมูลต่อไปนี้
  • ที่มาและเหตุผลของการเป็นเสือสมิง
  • บุคลิกเมื่ออยู่ในร่างมนุษย์และเมื่อแสดงสัญชาตญาณนักล่า
  • แรงจูงใจ เป้าหมาย และเหตุผลที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเมือง
  • รูปแบบการล่าหรือการหลอกล่อที่เป็นเอกลักษณ์
  • ความสัมพันธ์หรือความขัดแย้งที่ต้องการสร้างผ่านการสวมบทบาท
  • ข้อจำกัดและจุดอ่อนของตัวละครตามที่ทีมงานกำหนด
  • เสือสมิงแต่ละตนควรมีบุคลิกต่างกัน บางตนอาจดุร้าย บางตนอาจเจ้าเล่ห์ หรือบางตอาจยังหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่ ผู้สมัครสามารถออกแบบรายละเอียดเหล่านี้ได้ แต่ประวัติและความสามารถทั้งหมดต้องได้รับความเห็นชอบจากทีมงานก่อนนำไปใช้
  • บุคลิกและการดำเนินบทบาท
  • สัญชาตญาณนักล่า: เสือสมิงต้องรู้จักสังเกต ติดตาม และเลือกจังหวะในการเข้าหาเหยื่อ การพบผู้เล่นคนอื่นไม่ได้เป็นเหตุให้เข้าจู่โจมทันที
  • ความเจ้าเล่ห์: สามารถหลอกล่อ แฝงตัว หรือสร้างเหตุการณ์ชวนสงสัยได้ โดยต้องให้ผู้เล่นอื่นมีโอกาสสังเกตและตอบสนอง
  • ความลึกลับ: ไม่เปิดเผยตัวตนหรือความสามารถทั้งหมดโดยไม่มีเหตุผล แต่ต้องยอมรับเมื่อการกระทำของตนทิ้งร่องรอยหรือหลักฐานให้ผู้อื่นสืบพบ
  • ความไม่สมบูรณ์แบบ: เสือสมิงพลาดพลั้ง บาดเจ็บ ถูกติดตาม ถูกจับ หรือพ่ายแพ้ได้ ผู้รับบทต้องเล่นตามจุดอ่อนและยอมรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
  • ขอบเขตการใช้ความสามารถ
  • 1. ใช้ได้เฉพาะความสามารถ รูปแบบการแปลงร่าง และเงื่อนไขที่ทีมงานอนุมัติไว้เท่านั้น ห้ามเพิ่มพลังหรือเปลี่ยนข้อจำกัดของตัวละครเองระหว่างเล่น
  • 2. การอ้างว่าได้กลิ่น ได้ยิน หรือสัมผัสถึงใคร ต้องอาศัยข้อมูลที่ตัวละครรับรู้ได้จริงในสถานการณ์ ห้ามใช้เป็นเหตุผลในการรู้ตำแหน่ง ตัวตน หรือข้อมูลลับของผู้เล่นโดยไม่มีที่มา
  • 3. ต้องปฏิบัติตามข้อจำกัด ระยะเวลา และจุดอ่อนที่กำหนด แม้จะทำให้ตัวละครเสียเปรียบ
  • 4. การบาดเจ็บ การเสียชีวิต และผลของการต่อสู้ ให้ยึดระบบและกฎของเซิร์ฟเวอร์ ผู้รับบทไม่มีสิทธิกำหนดผลเหล่านี้ให้ผู้เล่นอื่นฝ่ายเดียว
  • 5. หากเกิดข้อสงสัยว่าความสามารถหนึ่งใช้ได้หรือไม่ ให้หยุดใช้ความสามารถนั้นและสอบถามทีมงานก่อน
  • กติกาการล่าและการปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่น
  • 1. การล่าต้องมีเหตุผลตามบุคลิกและสถานการณ์ในเกม และควรนำไปสู่เรื่องราวที่ผู้เล่นอื่นมีส่วนร่วมได้
  • 2. ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เล่นอื่นเลือกตอบสนองตามสถานการณ์ เช่น สงสัย สืบหา หลบหนี ต่อสู้ หรือขอความช่วยเหลือ
  • 3. ห้ามใช้ข้อความสวมบทบาทหรือความสามารถพิเศษเพื่อบังคับให้ผู้อื่นบาดเจ็บ หมดสติ เสียชีวิต หวาดกลัวจนขยับไม่ได้ หรือแพ้ทันทีโดยไม่มีโอกาสโต้ตอบ
  • 4. ห้ามสุ่มไล่โจมตีผู้เล่นเพียงเพื่อให้เกิดการต่อสู้ และห้ามตามล่าผู้เล่นคนเดิมซ้ำ ๆ โดยไม่มีพัฒนาการของเนื้อเรื่องรองรับ
  • 5. ต้องยอมรับหลักฐานและผลจากการกระทำของตน หากชาวบ้านหรือผู้เกี่ยวข้องสืบพบร่องรอยที่สมเหตุสมผล ผู้รับบทต้องเปิดทางให้เรื่องราวดำเนินต่อ
  • 6. การปะทะ การไล่ล่า และการกระทำในพื้นที่ต่าง ๆ ยังคงต้องอยู่ภายใต้กฎทั่วไปของเซิร์ฟเวอร์
04
บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของกุมารทองผู้ที่ได้รับบทบาท “กุมารทอง” ถือเป็นบทบาทพิเศษในลักษณะของวิญญาณที่มีความผูกพันกับบุคคล สถานที่ หรือสิ่งของบางอย่าง โดยมีหน้าที่สำคัญในการสร้าง เรื่องราว ความลึกลับ การหลอกหลอน และเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เพื่อให้ผู้เล่นอื่นสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับ Roleplay
    05
    บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของแวมไพรผู้ที่ได้รับบทบาท “แวมไพร์” ถือเป็นบทบาทพิเศษที่ดำรงชีวิตด้วยเลือดและมีความสามารถเหนือมนุษย์ ผู้เล่นต้องให้ความสำคัญกับ การปกปิดตัวตน การสร้างเรื่องราว ความลึกลับ และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นอื่น มากกว่าการมุ่งล่า ดูดเลือด หรือใช้ความสามารถเพื่อสร้างความได้เปรียบ
      06
      บทบาทและแนวทางการปฏิบัติของผีพรายผู้ที่ได้รับบทบาท “ผีพราย” ถือเป็นบทบาทพิเศษประเภทวิญญาณที่มีความผูกพันกับสถานที่ ธรรมชาติ แหล่งน้ำ หรือเหตุการณ์ในอดีต มีหน้าที่สร้าง ความลึกลับ ความหวาดกลัว และเรื่องราวเหนือธรรมชาติ โดยเน้นการสร้าง Roleplay ร่วมกับผู้เล่น มากกว่าการมุ่งหลอกหลอนหรือทำร้ายเพียงอย่างเดียว

        เจ้าหน้าที่ตำรวจ

        กฏและแนวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

        เจ้าหน้าที่ตำรวจ หมายถึง ตัวละครที่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและบังคับใช้กฎหมายภายในเมือง/พื้นที่ของเซิร์ฟเวอร์ โดยผู้เล่นจะสวมบทบาทเป็นตำรวจตามหน้าที่ที่กำหนดไว้

        01
        กฎระเบียบของเจ้าหน้าที่กฎระเบียบของเจ้าหน้าที่ หมายถึง ข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติที่กำหนดขึ้นสำหรับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างเหมาะสม มีมาตรฐาน และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
        • 1. เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ เป็นกลาง และให้เกียรติประชาชน แม้บุคคลดังกล่าวจะเป็นผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหา
        • 2. ห้ามเปิดเผยข้อมูลคดี รายชื่อผู้ร้อง พยาน แผนปฏิบัติการ หรือข้อมูลภายในแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
        • 3. ห้ามนำอาวุธ ยานพาหนะ ของกลาง เงินหลวง หรืออุปกรณ์ประจำตำแหน่งไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
        • 4. เจ้าหน้าที่ต้องแต่งเครื่องแบบและใช้อุปกรณ์ให้ถูกต้องตามตำแหน่ง หน้าที่ และสถานการณ์ เว้นแต่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่นอกเครื่องแบบอย่างชัดเจน โดยระหว่างปฏิบัติหน้าที่ต้องมีหัวหน้าร่วมปฏิบัติการและกำกับดูแลอยู่ด้วยทุกครั้ง
        • 5. การพกหรือใช้อาวุธพิเศษต้องเป็นไปตามระดับยศและคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ห้ามนำไปใช้ในสตอรี่ส่วนตัวขณะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่
        • 6. เจ้าหน้าที่ต้องประเมินสถานการณ์และให้ความสำคัญกับชีวิตของประชาชน ตัวประกัน ผู้ต้องหา และเจ้าหน้าที่ร่วมงานเป็นอันดับแรก
        • 7. ต้องพยายามเจรจาหรือควบคุมสถานการณ์ก่อนใช้กำลัง หากยังไม่มีภัยคุกคามที่ชัดเจน
        • 8. ห้ามยิงบุคคลที่ยอมจำนน หมดสติ ถูกควบคุมตัว หรือไม่มีความสามารถตอบโต้ เว้นแต่บุคคลนั้นยังสร้างภัยคุกคามโดยตรง
        • 9. ห้ามเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนร่วมในงานผิดกฎหมาย สนับสนุนผู้กระทำผิด หรือใช้อาชีพเจ้าหน้าที่เพื่อปกปิดการกระทำของตนเองและพวกพ้อง
        • 10. เมื่ออยู่นอกเวลาปฏิบัติหน้าที่ ห้ามใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่จับกุม ตรวจค้น หรือดำเนินคดี เว้นแต่พบเหตุร้ายแรงซึ่งหน้าและจำเป็นต้องเข้าระงับเหตุ
        • 11. เจ้าหน้าที่ต้องใช้จดหมายและช่องทางราชการเฉพาะเรื่องงาน ห้ามนำข้อมูลจากการสื่อสารนอกบทบาทมาใช้ภายในเมือง
        • 12. ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยกฎ หากเห็นว่าคำสั่งไม่ถูกต้อง ให้รายงานตามลำดับชั้น ห้ามฝ่าฝืนหรือโต้เถียงจนกระทบต่อเหตุการณ์
        • 13. กรณีเจ้าหน้าที่กระทำผิด เจ้าหน้าที่ด้วยกันมีหน้าที่รายงานตามข้อเท็จจริง ห้ามช่วยกันปกปิด ทำลายหลักฐาน หรือบิดเบือนรายงาน
        • 14. ความผิดของเจ้าหน้าที่อาจได้รับโทษตั้งแต่ตักเตือน พักงาน ลดตำแหน่ง ปลดออกจากหน้าที่ หรือส่งให้ทีมงานพิจารณาเพิ่มเติมตามความร้ายแรง
        02
        การประกันตัวและการยึดอาวุธการประกันตัวและการยึดอาวุธ หมายถึง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขอปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมชั่วคราว รวมถึงเงื่อนไขในการตรวจยึด เก็บรักษา และคืนอาวุธที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามกฎหมายภายในเมือง
        • 1. ใบประกันตัวมีผลครอบคลุมทั้ง การประกันตัวบุคคลและอาวุธ โดยสามารถใช้ใบประกันตัวได้เฉพาะในระหว่างกระบวนการดำเนินคดีเท่านั้น เมื่อคดีสิ้นสุดลงแล้ว จะไม่สามารถนำใบประกันตัวมาใช้ย้อนหลังได้
        • 2. เจ้าหน้าที่สามารถยึดอาวุธของผู้กระทำความผิดได้เฉพาะ คดีปล้นธนาคาร และคดีปล้นประชาชน เท่านั้น โดยผู้กระทำความผิดจะต้องก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวเป็น ครั้งที่ 2 ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง OOC จึงจะเข้าเงื่อนไขการยึดอาวุธ
        • 3. เจ้าของอาวุธสามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับคืนได้ เมื่อครบกำหนด 24 ชั่วโมง หรือ 1 วัน OOC นับจากเวลาที่ยึด โดยต้องดำเนินการผ่านกระบวนการ Roleplay และ ไม่จำเป็นต้องใช้บัตรประกันตัว
        03
        หลักฐานสำหรับการดำเนินเนื้อเรื่องต่อหลักฐานสำหรับการดำเนินเนื้อเรื่องต่อ หมายถึง ข้อมูล วัตถุ หรือคำให้การที่ตัวละครได้รับผ่านเหตุการณ์ภายในโรลเพลย์อย่างถูกต้อง และสามารถนำไปใช้สืบสวน ตัดสินใจ หรือดำเนินเนื้อเรื่องในขั้นต่อไปได้
        • การออกหมายเรียกหรือหมายจับเพื่อดำเนินเนื้อเรื่องในขั้นตอนถัดไป ต้องมีหลักฐานอย่างน้อยหนึ่งกรณี ดังต่อไปนี้
        • 1. มีเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และสามารถหลบหนีออกมาได้ เพื่อกลับไปแจ้งเหตุและให้ข้อมูลสำหรับดำเนินการออกหมายเรียกหรือหมายจับตามขั้นตอน
        • 2. มีภาพถ่ายของผู้กระทำความผิดในระหว่างเกิดเหตุ โดยต้องใช้อุปกรณ์กล้องถ่ายภาพภายในเกมเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ถ่ายภาพอาจเป็นบุคคลที่ได้รับการว่าจ้าง หรือประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
        • 3. เจ้าหน้าที่สามารถเก็บรวบรวมหลักฐานที่พบในสถานที่เกิดเหตุ เช่น คราบเลือด ลายนิ้วมือ เส้นผม และปลอกกระสุน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์และใช้ประกอบการสืบสวนสอบสวนได้ ทั้งนี้ ระบบจะสุ่มกำหนด ระยะเวลาที่สามารถเก็บรวบรวมหลักฐาน และ ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจพิสูจน์หลักฐาน โดยเจ้าหน้าที่ต้องเก็บรวบรวมหลักฐานก่อนหมดเวลาที่กำหนด และรอให้การตรวจพิสูจน์เสร็จสิ้นจึงจะได้รับผล
        • หมายเหตุ หากผู้กระทำความผิดพบตัวผู้ถ่ายภาพ สามารถดำเนิน Roleplay ผ่านคำสั่ง /me และ /do เพื่อทำลายภาพถ่ายดังกล่าวได้ โดยผู้ที่เลือกถ่ายภาพเหตุการณ์ต้องยอมรับความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นภายใน Roleplay
        04
        การดำเนินคดีและการปรับเงินการดำเนินคดีและการปรับเงิน หมายถึง หลักเกณฑ์ในการพิจารณาความผิด แจ้งข้อกล่าวหา และกำหนดโทษปรับตามบัญชีอัตราค่าปรับของเมือง โดยเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนและให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง
        • 1. เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งข้อกล่าวหา สิทธิในการชี้แจง และหลักฐานสำคัญที่ใช้ดำเนินคดีให้ผู้ต้องหาทราบ
        • 2. ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาให้การ ยอมรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา รวมถึงนำเสนอพยานหรือหลักฐานของตนเอง
        • 3. การตัดสินคดีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยาน และหลักฐานภายใน Roleplay ห้ามตัดสินจากความรู้สึกส่วนตัว ชื่อเสียงเดิม หรือข้อมูลนอกเมือง
        • 4. ค่าปรับและระยะเวลาจำคุกต้องเป็นไปตามบัญชีข้อหา และการลดหย่อนโทษสามารถพิจารณาได้จากการให้ความร่วมมือ การยอมรับผิด หรือเหตุบรรเทาอื่น โดยต้องอยู่ภายในขอบเขตที่เมืองกำหนดและบันทึกเหตุผลไว้
        • 5. หากเหตุการณ์หนึ่งเข้าข่ายหลายข้อหา เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบว่าข้อหาไม่ซ้ำซ้อน และให้ยึดข้อหาหลักที่ตรงกับพฤติการณ์ของคดี ห้ามเบิ้ลคดี ยัดข้อหาเพิ่ม หรือบังคับโทษซ้ำจากการกระทำเดียวกัน
        • 6. ห้ามยึดเงิน อาวุธ หรือสิ่งของที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี ของกลางทุกชิ้นต้องมีที่มาและบันทึกรายการอย่างชัดเจน
        • 7. การตรวจค้นบุคคล บ้าน ม้า หรือเกวียน ต้องมีเหตุอันควร มีหมายค้น หรือเป็นส่วนหนึ่งของการจับกุมในความผิดซึ่งหน้า
        • 8. หากผู้ต้องหาหมดสติหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ต้องให้แพทย์ดำเนินการก่อน และรอให้บุคคลนั้นอยู่ในสภาพที่สามารถเล่นบทต่อได้ ห้ามสอบสวน บังคับรับสารภาพ หรือดำเนินคดีกับศพ
        • 9. หากหลักฐานไม่เพียงพอ ต้องปล่อยตัวหรือพักคดีไว้เพื่อสืบสวนเพิ่มเติม ห้ามบังคับให้ผู้ต้องหายอมรับผิดเพื่อปิดคดี
        • 10. เจ้าหน้าที่ต้องบันทึกชื่อผู้ต้องหา ข้อหา ค่าปรับ ของกลาง และผลการดำเนินคดีทุกครั้ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
        • 11. ผู้ต้องหามีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์หรือร้องเรียนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางที่เมืองกำหนด
        • 12. การดำเนินคดีและปรับเงินให้ใช้เฉพาะคดีปล้นสุสานและปล้นธนาคารเท่านั้น ส่วนคดีสตอรี่ทั่วไป หากผู้กระทำผิดเสียชีวิต ให้ถือว่าคดีและสตอรี่ของบุคคลนั้นสิ้นสุดลง โดยจะดำเนินคดีและปรับเงินได้เฉพาะผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับเป็นเท่านั้น
        05
        การออกหมายเรียกและหมายจับการออกหมายเรียกและหมายจับ หมายถึง หลักเกณฑ์และขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่ใช้ในการออกหมายเรียกเพื่อให้บุคคลมาพบหรือให้ปากคำ และออกหมายจับเมื่อมีเหตุและหลักฐานเพียงพอตามกฎหมายของเมือง
        • หมายเรียก
        • 1. หมายเรียกใช้สำหรับเรียกบุคคลมาให้ข้อมูล ชี้แจงข้อกล่าวหา เป็นพยาน หรือเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินกระบวนการทางคดี
        • 2. หมายเรียกต้องระบุข้อมูลให้ชัดเจน ได้แก่ ชื่อบุคคล เหตุผลหรือคดีที่เกี่ยวข้อง สถานที่เข้าพบ วันและเวลา รวมถึงชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกหมาย
        • 3. เจ้าหน้าที่ต้องกำหนดวันเข้าพบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง และผู้ถูกหมายเรียกต้องเข้าพบภายใน 24 ชั่วโมง นับจากเวลาที่ได้รับหรือรับทราบหมาย
        • 4. ผู้ถูกหมายเรียกสามารถแจ้งเหตุจำเป็นและขอเลื่อนนัดได้ไม่เกิน 1 ครั้ง โดยต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนถึงเวลานัด และกำหนดวันเข้าพบใหม่ภายใน 24 ชั่วโมง
        • 5. ผู้ถูกหมายเรียกยังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำผิด จนกว่าจะผ่านการสอบสวนและมีหลักฐานเพียงพอ
        • 6. หากไม่เข้าพบตามเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าหน้าที่สามารถออกหมายเรียกครั้งที่สองได้ โดยกำหนดให้เข้าพบภายใน 24 ชั่วโมง
        • 7. หากเพิกเฉยต่อหมายเรียกครบ 2 ครั้ง หลีกเลี่ยงการเข้าพบ หรือมีพฤติการณ์หลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาออกหมายจับได้
        • หมายจับและเงินรางวัลนำจับ
        • 1. หมายจับสามารถออกได้เมื่อมีหลักฐานหรือเหตุอันควรเชื่อว่าบุคคลนั้นกระทำความผิด รวมถึงกรณีหลบหนี ขัดขวางการสอบสวน หรือเพิกเฉยต่อหมายเรียกภายในระยะเวลาที่กำหนด
        • 2. การออกหมายจับต้องได้รับการตรวจสอบและอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เว้นแต่เป็นการกระทำความผิดซึ่งหน้า
        • 3. หมายจับต้องระบุรายละเอียดให้ชัดเจน ได้แก่ ชื่อผู้ต้องหา ข้อกล่าวหา หลักฐานโดยสังเขป วันที่และเวลาออกหมาย ระยะเวลาของหมาย เงินรางวัลนำจับ รวมถึงชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกและผู้อนุมัติ
        • 4. หมายจับมีอายุ 3 วันตามเวลาจริง OOC นับจากเวลาที่ออกหมาย หากครบกำหนดแล้วยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องดำเนินการปิดคดี โดยหมายจับจะสิ้นสุดลงทันที และไม่สามารถนำกลับมาใช้จับกุมหรือดำเนินคดีย้อนหลังได้
        • 5. ระหว่างที่หมายจับยังมีผล ประชาชนสามารถติดตามและแย่งชิงตัวผู้ต้องหาเพื่อนำมาส่งแก่เจ้าหน้าที่ได้ โดยสามารถส่งมอบได้ทั้งในลักษณะ จับเป็นหรือจับตาย ทั้งนี้ต้องมี Roleplay และเหตุผลรองรับ ห้ามดักทำร้ายหรือสังหารทันทีโดยไม่มีการดำเนินเรื่อง
        • 6. การดำเนินการภายหลังส่งมอบผู้ต้องหา แบ่งออกเป็นดังนี้
        • จับเป็น: เจ้าหน้าที่สามารถสอบสวน ดำเนินคดี ปรับเงิน และส่งเข้าเรือนจำได้ตามข้อกล่าวหา โดยสามารถดำเนินสตอรี่ต่อได้ตามปกติ
        • จับตาย: ต้องรอให้แพทย์รักษาหรือปลุกผู้ต้องหาขึ้นมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงจะดำเนินการหักเงินตามหมายได้ แต่ห้ามลงโทษจำคุก และให้ถือว่าสตอรี่การติดตามจับกุมสิ้นสุดลงหลังชำระเงิน
        • 7. ผู้ต้องหาตามหมายต้องชำระเงินจำนวน 1,500 บาท โดยแบ่งเป็น
        • 1,000 บาท มอบให้ผู้ที่จับและนำตัวผู้ต้องหามาส่ง
        • 500 บาท เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบคดี
        • ผู้ต้องหาถูกหักเงินรวมทั้งสิ้น 1,500 บาท
        • 8. การจ่ายเงินรางวัลต้องมีหลักฐานการติดตามและจับกุมที่ตรวจสอบได้ พร้อมบันทึกชื่อผู้จับ ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ผู้รับมอบ วันเวลา และจำนวนเงินทุกครั้ง
        • 9. เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ทันทีโดยไม่ต้องมีหมายจับในกรณีดังต่อไปนี้
        • พบการกระทำความผิดซึ่งหน้า
        • บุคคลนั้นกำลังหลบหนีจากสถานที่เกิดเหตุ
        • มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะทำอันตรายต่อผู้อื่น
        • มีพฤติการณ์ทำลาย ซ่อน หรือเคลื่อนย้ายหลักฐาน
        • 10. ก่อนจับกุม เจ้าหน้าที่ต้องแสดงตน พร้อมแจ้งเหตุผลและข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ เว้นแต่สถานการณ์ไม่ปลอดภัยหรือจำเป็นต้องควบคุมตัวก่อน
        • 11. การใช้กำลังต้องเหมาะสมกับระดับการต่อต้าน ห้ามใช้อาวุธร้ายแรงกับผู้ที่ไม่มีอาวุธ ยอมจำนน หรืออยู่ภายใต้การควบคุมแล้วโดยไม่มีเหตุจำเป็น
        • 12. หมายจับและการติดตามผู้ต้องหาต้องอ้างอิงจากข้อมูลภายใน Roleplay เท่านั้น ห้ามใช้ข้อมูลนอกบทบาท ออกหมายเพื่อกลั่นแกล้ง แก้แค้น เอื้อประโยชน์ หรือร่วมกันสร้างสถานการณ์เพื่อรับเงินรางวัลโดยเด็ดขาด
        06
        การร้องเรียนและการรับเรื่องหมายถึง หลักเกณฑ์และขั้นตอนในการแจ้งเรื่องร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ การรับข้อมูลและหลักฐาน การบันทึกเรื่อง และการส่งต่อให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบหรือดำเนินการตามลำดับ
        • 1. เจ้าหน้าที่ต้องรับฟังเรื่องร้องเรียนของประชาชนอย่างสุภาพและเป็นกลาง โดยไม่ด่วนสรุปว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำผิด
        • 2. ผู้ร้องเรียนต้องให้ข้อมูลที่จำเป็น เช่น
        • ชื่อผู้ร้องและชื่อผู้ถูกร้อง
        • วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ
        • ลำดับเหตุการณ์โดยสังเขป
        • พยาน วัตถุพยาน ภาพถ่าย หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง
        • 3. เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานก่อนรับเป็นคดี หากข้อมูลไม่เพียงพอ สามารถลงบันทึกรับเรื่องไว้เพื่อรอการสืบสวนเพิ่มเติมได้
        • 4. คำกล่าวอ้างของบุคคลเพียงฝ่ายเดียวไม่ถือเป็นข้อยุติ เจ้าหน้าที่ควรเรียกสอบถามคู่กรณีและพยานทุกฝ่ายเท่าที่สามารถดำเนินการได้
        • 5. ห้ามนำข้อมูลจากนอกบทบาท หรือข้อมูลที่ตัวละครไม่เคยรับรู้ มาใช้ประกอบการสืบสวนหรือดำเนินคดี
        • 6. เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ มีความสัมพันธ์กับคู่กรณี หรือมีผลประโยชน์ร่วมในคดี ต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาและถอนตัวจากการเป็นผู้พิจารณาคดีหลัก
        • 7. ข้อมูลของผู้ร้อง พยาน และรายละเอียดการสืบสวนต้องถูกเก็บเป็นความลับ ห้ามนำไปเปิดเผยโดยไม่มีเหตุอันสมควร
        • 8. การแจ้งความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อเท็จจริง หรือสร้างหลักฐานเท็จ อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของเมือง
        09
        บัญชีอัตราค่าปรับบัญชีอัตราค่าปรับ หมายถึง รายการที่กำหนดว่าความผิดแต่ละประเภทมีค่าปรับเท่าใด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการเรียกเก็บค่าปรับตามข้อหาที่กระทำผิด
        รายการความผิด ค่าปรับ และเวลาจำคุก
        ลำดับความผิดค่าปรับจำคุก
        01ไม่พกบัตรประชาชน500 ฿0 นาที
        02สวมหน้ากากในเขตเมือง300 ฿0 นาที
        03ฝ่าฝืนข้อกำหนดการใช้เกวียนหรือม้า100 ฿0 นาที
        04ข่มขู่ผู้อื่นด้วยวาจา150 ฿0 นาที
        05ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายในที่สาธารณะ200 ฿0 นาที
        06ดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่300 ฿0 นาที
        07กระทำอนาจารในที่สาธารณะ150 ฿5 นาที
        08ทำร้ายสัตว์เลี้ยงหรือพาหนะของผู้อื่น200 ฿5 นาที
        09ทะเลาะวิวาทหรือชกต่อยในที่สาธารณะ150 ฿5 นาที
        10พยายามทำร้ายร่างกายผู้อื่น250 ฿5 นาที
        11พกพาอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต100 ฿5 นาที
        12ใช้อาวุธข่มขู่ผู้อื่น200 ฿10 นาที
        13ยิงปืนหรือใช้อาวุธในเขตเมืองและชุมชน250 ฿15 นาที
        14ทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย200 ฿10 นาที
        15บุกรุกเคหสถานหรือเขตหวงห้าม200 ฿15 นาที
        16ให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่250 ฿10 นาที
        17ขัดขวางเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่350 ฿15 นาที
        18หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่250 ฿15 นาที
        19ขุดหลุมศพโดยไม่ได้รับอนุญาต350 ฿15 นาที
        20ลักทรัพย์ของผู้อื่น500 ฿30 นาที
        21ชิงทรัพย์จากผู้อื่นโดยใช้กำลังหรือข่มขู่600 ฿30 นาที
        22ข่มขู่เรียกเอาทรัพย์สินจากผู้อื่น700 ฿30 นาที
        23รับซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด300 ฿20 นาที
        24ครอบครองสิ่งของต้องห้าม300 ฿20 นาที
        25จำหน่ายกัญชา300 ฿20 นาที
        26ผลิตหรือจำหน่ายสุราเถื่อน400 ฿20 นาที
        27จำหน่ายสิ่งของผิดกฎหมายประเภทอื่น400 ฿20 นาที
        28ปลอมแปลงเอกสาร400 ฿20 นาที
        29ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ภายในร้านค้า500 ฿30 นาที
        30ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ภายในบ้านเรือนหรือจากขบวนเกวียน600 ฿30 นาที
        31ลักพาตัวผู้อื่น1,200 ฿45 นาที
        32ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่1,000 ฿30 นาที
        33แอบอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่500 ฿30 นาที
        34ให้สินบนเจ้าหน้าที่500 ฿30 นาที
        35วางเพลิงเผาทรัพย์สิน800 ฿45 นาที
        36พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา1,000 ฿45 นาที
        37หลบหนีออกจากเรือนจำ2,500 ฿60 นาที
        38ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ภายในธนาคาร1,500 ฿60 นาที
        39ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา1,500 ฿60 นาที
        40ดำเนินการตามหมายจับประเภทจับเป็น500 ฿60 นาที
        41ดำเนินการตามหมายจับประเภทจับตาย1,500 ฿120 นาที
        42ค่ารักษาพยาบาลโดยตำรวจแพทย์50 ฿0 นาที
        10
        ประมวลกฎหมายอาญาประมวลกฎหมายอาญา หมายถึง กฎหมายที่รวบรวมว่า การกระทำใดเป็นความผิดทางอาญา และมีโทษอย่างไร เช่น ความผิดฐานลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย หรือฆ่าผู้อื่นครับ
        001ไม่พกบัตรประชาชนค่าปรับ 500 ฿จำคุก ไม่มีโทษจำคุกรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 001

        ไม่พกบัตรประชาชน

        ผู้ใดไม่พกบัตรประชาชนไว้กับตัว และไม่สามารถแสดงบัตรต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมีการตรวจสอบตามหน้าที่ ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานไม่พกบัตรประชาชน

        โทษจำคุก
        ไม่มีโทษจำคุก
        ค่าปรับ
        500 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วว่าบุคคลนั้นไม่พกบัตรประชาชน

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. หากบุคคลนั้นมีบัตรแต่ปฏิเสธที่จะแสดง ให้พิจารณาพฤติการณ์แยกจากความผิดฐานไม่พกบัตร
        002สวมหน้ากากในเขตเมืองค่าปรับ 300 ฿จำคุก ไม่มีโทษจำคุกรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 002

        สวมหน้ากากในเขตเมือง

        ผู้ใดสวมหน้ากากปกปิดใบหน้าขณะอยู่ในเขตเมืองที่มีข้อกำหนดห้ามปกปิดใบหน้า ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานสวมหน้ากากในเขตเมือง

        โทษจำคุก
        ไม่มีโทษจำคุก
        ค่าปรับ
        300 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการสวมหน้ากากในเขตเมืองที่มีข้อห้ามดังกล่าว

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ตรวจสอบขอบเขตเมืองและข้อยกเว้นที่ประกาศใช้ก่อนลงข้อหา
        003ฝ่าฝืนข้อกำหนดการใช้เกวียนหรือม้าค่าปรับ 100 ฿จำคุก ไม่มีโทษจำคุกรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 003

        ฝ่าฝืนข้อกำหนดการใช้เกวียนหรือม้า

        ผู้ใดใช้ จอด หรือควบคุมเกวียนหรือม้าโดยฝ่าฝืนข้อกำหนดที่เมืองประกาศใช้ ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดการใช้เกวียนหรือม้า

        โทษจำคุก
        ไม่มีโทษจำคุก
        ค่าปรับ
        100 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บเมื่อพบการใช้เกวียนหรือม้าขัดต่อข้อกำหนดที่มีผลในพื้นที่

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ระบุข้อกำหนดที่ฝ่าฝืนให้ชัด เช่น พื้นที่ห้ามเข้า จุดห้ามจอด หรือการกีดขวางทาง
        004ข่มขู่ผู้อื่นด้วยวาจาค่าปรับ 150 ฿จำคุก ไม่มีโทษจำคุกรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 004

        ข่มขู่ผู้อื่นด้วยวาจา

        ผู้ใดกล่าวถ้อยคำข่มขู่ต่อผู้อื่น โดยมุ่งให้บุคคลนั้นหวาดกลัวว่าจะถูกทำร้ายหรือได้รับความเสียหาย ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานข่มขู่ผู้อื่นด้วยวาจา

        โทษจำคุก
        ไม่มีโทษจำคุก
        ค่าปรับ
        150 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บเมื่อพิสูจน์ได้ว่ามีการใช้ถ้อยคำข่มขู่ตามพฤติการณ์แห่งคดี

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. หากมีการใช้อาวุธประกอบการข่มขู่ ให้พิจารณาข้อ 12 สำหรับการกระทำนั้น
        005ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายในที่สาธารณะค่าปรับ 200 ฿จำคุก ไม่มีโทษจำคุกรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 005

        ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายในที่สาธารณะ

        ผู้ใดกระทำการเอะอะ ยั่วยุ หรือก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ จนรบกวนความสงบเรียบร้อยหรือการใช้พื้นที่ของผู้อื่น ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        ไม่มีโทษจำคุก
        ค่าปรับ
        200 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บเมื่อการกระทำนั้นก่อความเดือดร้อนหรือรบกวนผู้อื่นในที่สาธารณะจริง

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ระบุพฤติการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่เพิ่มข้อหานี้จากเหตุทะเลาะวิวาทเดียวกันโดยไม่มีการกระทำแยกต่างหาก
        006ดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ค่าปรับ 300 ฿จำคุก ไม่มีโทษจำคุกรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 006

        ดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่

        ผู้ใดกล่าวถ้อยคำหรือแสดงกิริยามุ่งเหยียดหยามเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่

        โทษจำคุก
        ไม่มีโทษจำคุก
        ค่าปรับ
        300 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บเมื่อมีถ้อยคำหรือกิริยาดูหมิ่นระหว่างเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. การสอบถาม โต้แย้ง หรือร้องเรียนการปฏิบัติงานโดยสุจริต ไม่ถือเป็นการดูหมิ่นเพียงลำพัง
        007กระทำอนาจารในที่สาธารณะค่าปรับ 150 ฿จำคุก 5 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 007

        กระทำอนาจารในที่สาธารณะ

        ผู้ใดกระทำการอันมีลักษณะอนาจารต่อหน้าผู้อื่นในที่สาธารณะ จนกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานกระทำอนาจารในที่สาธารณะ

        โทษจำคุก
        5 นาที

        ให้จำคุก 5 นาทีเมื่อพิสูจน์การกระทำและสถานที่เกิดเหตุได้

        ค่าปรับ
        150 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการกระทำอนาจารที่เกิดขึ้นในที่สาธารณะ

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. บันทึกลักษณะการกระทำและสถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจน
        008ทำร้ายสัตว์เลี้ยงหรือพาหนะของผู้อื่นค่าปรับ 200 ฿จำคุก 5 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 008

        ทำร้ายสัตว์เลี้ยงหรือพาหนะของผู้อื่น

        ผู้ใดจงใจทำร้ายสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ที่ใช้เป็นพาหนะของผู้อื่น จนสัตว์ได้รับบาดเจ็บหรือตาย ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        5 นาที

        ให้จำคุก 5 นาทีเมื่อพิสูจน์การทำร้ายและผลที่เกิดกับสัตว์ได้

        ค่าปรับ
        200 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการทำร้ายสัตว์ของผู้อื่นโดยเจตนา

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ตรวจสอบเจ้าของสัตว์และพิจารณาว่าการกระทำนั้นเกิดจากการป้องกันอันตรายหรือไม่
        009ทะเลาะวิวาทหรือชกต่อยในที่สาธารณะค่าปรับ 150 ฿จำคุก 5 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 009

        ทะเลาะวิวาทหรือชกต่อยในที่สาธารณะ

        ผู้ใดเข้าร่วมการทะเลาะวิวาทหรือใช้กำลังชกต่อยกับผู้อื่นในที่สาธารณะ จนเกิดความวุ่นวายหรือเสี่ยงต่อความปลอดภัยของบุคคลอื่น ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        5 นาที

        ให้จำคุก 5 นาทีแก่ผู้ที่มีส่วนร่วมในการใช้กำลังทะเลาะวิวาท

        ค่าปรับ
        150 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บจากผู้กระทำตามพฤติการณ์ของแต่ละคน

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. พิจารณาการกระทำของแต่ละฝ่ายแยกกัน ผู้ถูกทำร้ายหรือผู้ป้องกันตัวไม่ผิดเพียงเพราะอยู่ในเหตุการณ์
        010พยายามทำร้ายร่างกายผู้อื่นค่าปรับ 250 ฿จำคุก 5 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 010

        พยายามทำร้ายร่างกายผู้อื่น

        ผู้ใดเริ่มลงมือใช้กำลังโดยมุ่งทำร้ายผู้อื่นแล้ว แต่การทำร้ายไม่สำเร็จหรือยังไม่เกิดการบาดเจ็บ ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        5 นาที

        ให้จำคุก 5 นาทีเมื่อมีหลักฐานว่าผู้กระทำเริ่มลงมือทำร้ายแล้ว

        ค่าปรับ
        250 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการเริ่มลงมือทำร้าย แม้ยังไม่เกิดการบาดเจ็บ

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. การพูดขู่เพียงอย่างเดียวไม่เข้าองค์ประกอบการพยายามทำร้าย
        111พกพาอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาตค่าปรับ 100 ฿จำคุก 5 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 111

        พกพาอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต

        ผู้ใดพกพาอาวุธชนิดที่เมืองกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาต โดยไม่มีใบอนุญาตหรือสิทธิพกพาตามข้อกำหนด ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        5 นาที

        ให้จำคุก 5 นาทีเมื่อยืนยันชนิดอาวุธและการไม่มีสิทธิพกพา

        ค่าปรับ
        100 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการพกพาอาวุธที่ต้องได้รับอนุญาตโดยไม่มีสิทธิ

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ตรวจสอบประเภทอาวุธและสถานะใบอนุญาตก่อนลงข้อหา
        112ใช้อาวุธข่มขู่ผู้อื่นค่าปรับ 200 ฿จำคุก 10 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 112

        ใช้อาวุธข่มขู่ผู้อื่น

        ผู้ใดแสดง เล็ง หรือใช้อาวุธในลักษณะข่มขู่ให้ผู้อื่นหวาดกลัวว่าจะถูกทำร้าย ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานใช้อาวุธข่มขู่ผู้อื่น

        โทษจำคุก
        10 นาที

        ให้จำคุก 10 นาทีเมื่อพิสูจน์ว่ามีการใช้อาวุธประกอบการข่มขู่

        ค่าปรับ
        200 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการใช้อาวุธเป็นเครื่องมือข่มขู่ผู้อื่น

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. หากข่มขู่เพื่อเอาทรัพย์ ให้พิจารณาฐานความผิดเกี่ยวกับทรัพย์เป็นหลัก ไม่ลงข้อหาซ้ำจากคำขู่เดียวกัน
        113ยิงปืนหรือใช้อาวุธในเขตเมืองและชุมชนค่าปรับ 250 ฿จำคุก 15 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 113

        ยิงปืนหรือใช้อาวุธในเขตเมืองและชุมชน

        ผู้ใดยิงปืนหรือใช้อาวุธในเขตเมืองหรือชุมชนโดยไม่มีเหตุจำเป็นตามหน้าที่หรือเหตุป้องกันอันตราย ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        15 นาที

        ให้จำคุก 15 นาทีเมื่อยืนยันการใช้อาวุธในพื้นที่และไม่มีเหตุอันสมควร

        ค่าปรับ
        250 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการใช้อาวุธที่ก่อความเสี่ยงในเขตเมืองหรือชุมชน

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ตรวจสอบสถานที่และเหตุแห่งการใช้อาวุธ หากมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ให้พิจารณาพฤติการณ์นั้นตามหลักฐาน
        114ทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายค่าปรับ 200 ฿จำคุก 10 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 114

        ทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย

        ผู้ใดจงใจทำลายหรือกระทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย เสื่อมค่า หรือใช้การไม่ได้ ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        10 นาที

        ให้จำคุก 10 นาทีเมื่อพิสูจน์การกระทำโดยเจตนาและความเสียหายต่อทรัพย์

        ค่าปรับ
        200 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. หากความเสียหายเกิดจากการวางเพลิงครั้งเดียวกัน ให้พิจารณาข้อ 35 เป็นหลัก
        115บุกรุกเคหสถานหรือเขตหวงห้ามค่าปรับ 200 ฿จำคุก 15 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 115

        บุกรุกเคหสถานหรือเขตหวงห้าม

        ผู้ใดเข้าไปหรือคงอยู่ในเคหสถานของผู้อื่นหรือเขตหวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีสิทธิเข้าพื้นที่ ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        15 นาที

        ให้จำคุก 15 นาทีเมื่อพิสูจน์ขอบเขตพื้นที่และการเข้าไปโดยไม่มีสิทธิ

        ค่าปรับ
        200 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการเข้าไปหรือคงอยู่ในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ตรวจสอบผู้มีสิทธิอนุญาตและประกาศเขตหวงห้ามก่อนดำเนินการ
        116ให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่่ค่าปรับ 250 ฿จำคุก 10 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 116

        ให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่่

        ผู้ใดจงใจให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จในสาระสำคัญต่อเจ้าหน้าที่ ระหว่างการรับแจ้งเหตุ การสอบสวน หรือการปฏิบัติหน้าที่ ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        10 นาที

        ให้จำคุก 10 นาทีเมื่อพิสูจน์ว่าผู้ให้ถ้อยคำรู้ข้อเท็จจริงแต่จงใจกล่าวเท็จ

        ค่าปรับ
        250 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการให้ถ้อยคำเท็จที่มีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. แยกการจงใจกล่าวเท็จออกจากการจำผิดหรือไม่ทราบข้อเท็จจริง
        117ขัดขวางเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ค่าปรับ 350 ฿จำคุก 15 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 117

        ขัดขวางเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่

        ผู้ใดจงใจกีดขวางหรือรบกวนจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่โดยชอบได้ตามปกติ ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        15 นาที

        ให้จำคุก 15 นาทีเมื่อพิสูจน์ว่ามีการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่จริง

        ค่าปรับ
        350 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการจงใจขัดขวางงานของเจ้าหน้าที่

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ระบุหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติและวิธีที่ผู้กระทำขัดขวางให้ชัดเจน
        118หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ค่าปรับ 250 ฿จำคุก 15 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 118

        หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่

        ผู้ใดทราบชัดว่าเจ้าหน้าที่กำลังเข้าจับกุมตน แล้วจงใจหลบหนีเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        15 นาที

        ให้จำคุก 15 นาทีเมื่อยืนยันการแจ้งจับกุมและการหลบหนี

        ค่าปรับ
        250 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการหลบหนีหลังรับรู้ว่าถูกเจ้าหน้าที่จับกุม

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ไม่ใช้ข้อนี้กับบุคคลที่ยังไม่ทราบว่าตนถูกจับกุม
        119ขุดหลุมศพโดยไม่ได้รับอนุญาตค่าปรับ 350 ฿จำคุก 15 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 119

        ขุดหลุมศพโดยไม่ได้รับอนุญาต

        ผู้ใดขุด เปิด หรือรื้อค้นหลุมศพโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจตามข้อกำหนดของเมือง ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        15 นาที

        ให้จำคุก 15 นาทีเมื่อพิสูจน์การขุดหลุมศพโดยไม่มีสิทธิ

        ค่าปรับ
        350 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการขุดหรือรื้อค้นหลุมศพโดยไม่ได้รับอนุญาต

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ตรวจสอบพื้นที่และการอนุญาต หากมีการเอาทรัพย์ไป ให้บันทึกการกระทำนั้นแยกต่างหาก
        120ลักทรัพย์ของผู้อื่นค่าปรับ 500 ฿จำคุก 30 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 120

        ลักทรัพย์ของผู้อื่น

        ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยเจ้าของไม่ยินยอม และมีเจตนายึดถือทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือผู้อื่น ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้อื่น

        โทษจำคุก
        30 นาที

        ให้จำคุก 30 นาทีเมื่อพิสูจน์การเอาทรัพย์และเจตนาได้

        ค่าปรับ
        500 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่มีสิทธิ

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. หากเป็นเหตุชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ ให้พิจารณาข้อหาที่ตรงกับเหตุการณ์แทนการลงข้อนี้ซ้ำ
        121ชิงทรัพย์จากผู้อื่นโดยใช้กำลังหรือข่มขู่ค่าปรับ 600 ฿จำคุก 30 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 121

        ชิงทรัพย์จากผู้อื่นโดยใช้กำลังหรือข่มขู่

        ผู้ใดใช้กำลังหรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลังในทันที เพื่อเอาทรัพย์จากผู้อื่น ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานชิงทรัพย์จากผู้อื่นโดยใช้กำลังหรือข่มขู่

        โทษจำคุก
        30 นาที

        ให้จำคุก 30 นาทีเมื่อพิสูจน์การเอาทรัพย์และการใช้กำลังหรือข่มขู่ได้

        ค่าปรับ
        600 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการเอาทรัพย์ที่มีการใช้กำลังหรือข่มขู่ประกอบ

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. หากเป็นเหตุปล้นร้านค้า บ้านเรือน ขบวนเกวียน หรือธนาคาร ให้พิจารณาข้อหาเฉพาะตามสถานที่เกิดเหตุ
        122ข่มขู่เรียกเอาทรัพย์สินจากผู้อื่นค่าปรับ 700 ฿จำคุก 30 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 122

        ข่มขู่เรียกเอาทรัพย์สินจากผู้อื่น

        ผู้ใดข่มขู่ให้ผู้อื่นยอมมอบเงินหรือทรัพย์สินแก่ตนหรือบุคคลอื่น เพราะกลัวว่าจะได้รับอันตรายหรือความเสียหาย ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        30 นาที

        ให้จำคุก 30 นาทีเมื่อพิสูจน์คำขู่และข้อเรียกร้องเกี่ยวกับทรัพย์ได้

        ค่าปรับ
        700 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการใช้คำขู่บังคับให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สิน

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. หากเกี่ยวข้องกับการลักพาตัว ให้ตรวจสอบว่าการเรียกทรัพย์เป็นพฤติการณ์แยกจากการพาตัวหรือไม่
        123รับซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดค่าปรับ 300 ฿จำคุก 20 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 123

        รับซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด

        ผู้ใดรับซื้อทรัพย์สินโดยรู้อยู่แล้วว่าทรัพย์นั้นได้มาจากการกระทำความผิด ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานรับซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด

        โทษจำคุก
        20 นาที

        ให้จำคุก 20 นาทีเมื่อพิสูจน์การรับซื้อและความรู้เกี่ยวกับที่มาของทรัพย์

        ค่าปรับ
        300 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บจากผู้รับซื้อทรัพย์ทั้งที่รู้ว่าทรัพย์ได้มาจากการกระทำผิด

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. การมีทรัพย์ไว้ในครอบครองเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันว่าผู้ครอบครองรู้ถึงที่มาของทรัพย์
        124ครอบครองสิ่งของต้องห้ามค่าปรับ 300 ฿จำคุก 20 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 124

        ครอบครองสิ่งของต้องห้าม

        ผู้ใดมีสิ่งของที่เมืองประกาศห้ามไว้ในความครอบครอง โดยไม่มีสิทธิหรือข้อยกเว้นตามข้อกำหนด ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        20 นาที

        ให้จำคุก 20 นาทีเมื่อยืนยันชนิดสิ่งของและการครอบครองโดยไม่มีสิทธิ

        ค่าปรับ
        300 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการครอบครองสิ่งของที่เมืองประกาศห้าม

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ระบุชื่อสิ่งของและข้อกำหนดที่ห้ามครอบครองในบันทึกคดี
        125จำหน่ายกัญชาค่าปรับ 300 ฿จำคุก 20 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 125

        จำหน่ายกัญชา

        ผู้ใดขาย แลกเปลี่ยน หรือส่งมอบกัญชาให้ผู้อื่นเพื่อประโยชน์ตอบแทน โดยไม่มีสิทธิจำหน่ายตามข้อกำหนดของเมือง ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานจำหน่ายกัญชา

        โทษจำคุก
        20 นาที

        ให้จำคุก 20 นาทีเมื่อพิสูจน์การจำหน่ายหรือข้อตกลงซื้อขายได้

        ค่าปรับ
        300 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการจำหน่ายกัญชาโดยไม่มีสิทธิ

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. การครอบครองกัญชาเพียงอย่างเดียวไม่ถือเป็นการจำหน่ายตามข้อนี้
        126ผลิตหรือจำหน่ายสุราเถื่อนค่าปรับ 400 ฿จำคุก 20 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 126

        ผลิตหรือจำหน่ายสุราเถื่อน

        ผู้ใดผลิตหรือจำหน่ายสุรานอกระบบที่เมืองอนุญาต หรือกระทำโดยไม่มีสิทธิตามข้อกำหนด ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        20 นาที

        ให้จำคุก 20 นาทีเมื่อพิสูจน์การผลิตหรือจำหน่ายสุราเถื่อน

        ค่าปรับ
        400 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการผลิตหรือจำหน่ายสุราที่ไม่ได้รับอนุญาต

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ระบุให้ชัดว่าพบการผลิต การจำหน่าย หรือทั้งสองพฤติการณ์
        127จำหน่ายสิ่งของผิดกฎหมายประเภทอื่นค่าปรับ 400 ฿จำคุก 20 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 127

        จำหน่ายสิ่งของผิดกฎหมายประเภทอื่น

        ผู้ใดขาย แลกเปลี่ยน หรือส่งมอบสิ่งของที่เมืองประกาศห้ามจำหน่าย ซึ่งไม่มีฐานความผิดเฉพาะในรายการนี้ ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        20 นาที

        ให้จำคุก 20 นาทีเมื่อยืนยันชนิดสิ่งของและพฤติการณ์จำหน่าย

        ค่าปรับ
        400 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการจำหน่ายสิ่งของต้องห้ามที่ไม่มีข้อหาเฉพาะ

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ระบุสิ่งของและข้อกำหนดที่ห้ามจำหน่าย ไม่ใช้ข้อนี้ซ้ำกับข้อ 125 หรือ 126 สำหรับธุรกรรมเดียวกัน
        128ปลอมแปลงเอกสารค่าปรับ 400 ฿จำคุก 20 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 128

        ปลอมแปลงเอกสาร

        ผู้ใดจัดทำเอกสารปลอม หรือแก้ไขข้อความหรือรายการในเอกสารโดยไม่มีอำนาจ เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้อง ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร

        โทษจำคุก
        20 นาที

        ให้จำคุก 20 นาทีเมื่อพิสูจน์การจัดทำหรือแก้ไขเอกสารโดยเจตนา

        ค่าปรับ
        400 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการทำหรือแก้ไขเอกสารให้มีข้อความอันเป็นเท็จ

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. เก็บสำเนาเอกสารและระบุส่วนที่ปลอมหรือถูกแก้ไขให้ชัดเจน
        129ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ภายในร้านค้าค่าปรับ 500 ฿จำคุก 30 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 129

        ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ภายในร้านค้า

        ผู้ใดใช้กำลังหรือข่มขู่เพื่อเอาเงินหรือทรัพย์สินจากร้านค้า เจ้าของร้าน หรือผู้ดูแลร้าน ระหว่างเหตุชิงทรัพย์หรือปล้นร้านค้า ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        30 นาที

        ให้จำคุก 30 นาทีเมื่อพิสูจน์การใช้กำลังหรือข่มขู่เพื่อเอาทรัพย์จากร้านค้า

        ค่าปรับ
        500 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับเหตุชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ภายในร้านค้า

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ไม่ลงข้อ 120 หรือ 121 ซ้ำสำหรับทรัพย์ที่ได้จากเหตุปล้นร้านค้าครั้งเดียวกัน
        130ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ภายในบ้านเรือนหรือจากขบวนเกวียนค่าปรับ 600 ฿จำคุก 30 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 130

        ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ภายในบ้านเรือนหรือจากขบวนเกวียน

        ผู้ใดใช้กำลังหรือข่มขู่เพื่อเอาทรัพย์จากผู้ครอบครองบ้านเรือนหรือขบวนเกวียน ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        30 นาที

        ให้จำคุก 30 นาทีเมื่อพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุและการใช้กำลังหรือข่มขู่เพื่อเอาทรัพย์

        ค่าปรับ
        600 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับเหตุชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ในบ้านเรือนหรือจากขบวนเกวียน

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ไม่ลงข้อ 120 หรือ 121 ซ้ำสำหรับการเอาทรัพย์ครั้งเดียวกัน
        131ลักพาตัวผู้อื่นค่าปรับ 1,200 ฿จำคุก 45 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 131

        ลักพาตัวผู้อื่น

        ผู้ใดพาตัวผู้อื่นออกจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งโดยใช้กำลัง ข่มขู่ หรือวิธีอื่น โดยบุคคลนั้นไม่ยินยอมและผู้กระทำไม่มีสิทธิพาตัวไป ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานลักพาตัวผู้อื่น

        โทษจำคุก
        45 นาที

        ให้จำคุก 45 นาทีเมื่อพิสูจน์การพาตัวและการไม่ยินยอมได้

        ค่าปรับ
        1,200 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการพาตัวผู้อื่นไปโดยไม่มีสิทธิ

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. บันทึกวิธีพาตัว เส้นทาง สถานที่ควบคุมตัว และข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นระหว่างเหตุ
        132ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ค่าปรับ 1,000 ฿จำคุก 30 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 132

        ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่

        ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ โดยรู้อยู่หรือควรรู้ว่าบุคคลนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        30 นาที

        ให้จำคุก 30 นาทีเมื่อยืนยันการทำร้ายและสถานะการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกทำร้าย

        ค่าปรับ
        1,000 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ไม่ลงข้อ 117 ซ้ำหากการขัดขวางเป็นเพียงผลของการทำร้ายครั้งเดียวกัน
        133แอบอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ค่าปรับ 500 ฿จำคุก 30 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 133

        แอบอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่

        ผู้ใดแสดงตนหรือใช้เครื่องแต่งกาย เอกสาร หรือถ้อยคำให้ผู้อื่นเชื่อว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ไม่มีสถานะหรืออำนาจดังกล่าว ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        30 นาที

        ให้จำคุก 30 นาทีเมื่อพิสูจน์เจตนาและวิธีการแอบอ้าง

        ค่าปรับ
        500 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่โดยไม่มีสิทธิ

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ระบุวิธีแอบอ้างและพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด
        134ให้สินบนเจ้าหน้าที่ค่าปรับ 500 ฿จำคุก 30 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 134

        ให้สินบนเจ้าหน้าที่

        ผู้ใดเสนอ ให้ หรือสัญญาจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อจูงใจให้กระทำหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        30 นาที

        ให้จำคุก 30 นาทีเมื่อพิสูจน์ข้อเสนอหรือการให้สินบนและวัตถุประสงค์ได้

        ค่าปรับ
        500 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการเสนอหรือให้ผลประโยชน์เพื่อเปลี่ยนการปฏิบัติหน้าที่

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. บันทึกสิ่งตอบแทนและสิ่งที่ผู้กระทำต้องการให้เจ้าหน้าที่ทำหรือละเว้น
        135วางเพลิงเผาทรัพย์สินค่าปรับ 800 ฿จำคุก 45 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 135

        วางเพลิงเผาทรัพย์สิน

        ผู้ใดจงใจจุดไฟหรือใช้วัตถุไวไฟเผาทรัพย์สินของผู้อื่น จนเกิดไฟไหม้หรือความเสียหาย ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์สิน

        โทษจำคุก
        45 นาที

        ให้จำคุก 45 นาทีเมื่อพิสูจน์การใช้ไฟโดยเจตนาและความเสียหายที่เกิดขึ้น

        ค่าปรับ
        800 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับความเสียหายจากการจงใจใช้ไฟเผาทรัพย์

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ไม่ลงข้อ 114 ซ้ำสำหรับความเสียหายจากการวางเพลิงครั้งเดียวกัน
        136พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาค่าปรับ 1,000 ฿จำคุก 45 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 136

        พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

        ผู้ใดมีเจตนาฆ่าผู้อื่นและเริ่มลงมือกระทำแล้ว แต่ผู้ถูกกระทำไม่ถึงแก่ความตาย ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        45 นาที

        ให้จำคุก 45 นาทีเมื่อพิสูจน์ทั้งเจตนาฆ่าและการเริ่มลงมือกระทำ

        ค่าปรับ
        1,000 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการลงมือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แม้ผู้ถูกกระทำไม่ถึงแก่ความตาย

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. พิจารณาเจตนาจากพฤติการณ์ทั้งหมด ไม่สรุปว่าเป็นพยายามฆ่าจากการใช้อาวุธเพียงอย่างเดียว
        137หลบหนีออกจากเรือนจำค่าปรับ 2,500 ฿จำคุก 60 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 137

        หลบหนีออกจากเรือนจำ

        ผู้ใดอยู่ระหว่างถูกคุมขังตามคำสั่งหรือโทษที่มีผล แล้วหลบหนีออกจากเรือนจำหรือจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่เรือนจำ ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        60 นาที

        ให้จำคุก 60 นาทีสำหรับการหลบหนีออกจากเรือนจำตามฐานความผิดนี้

        ค่าปรับ
        2,500 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการหลบหนีระหว่างถูกคุมขัง

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ตรวจสอบสถานะการคุมขังเดิม ข้อนี้ต่างจากการหลบหนีระหว่างการจับกุมตามข้อ 118
        138ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ภายในธนาคารค่าปรับ 1,500 ฿จำคุก 60 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 138

        ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ภายในธนาคาร

        ผู้ใดใช้กำลังหรือข่มขู่เพื่อเอาเงินหรือทรัพย์สินจากธนาคาร เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือผู้ครอบครองทรัพย์ระหว่างเหตุปล้นธนาคาร ให้ถือว่ากระทำความผิดตามข้อนี้

        โทษจำคุก
        60 นาที

        ให้จำคุก 60 นาทีเมื่อพิสูจน์การใช้กำลังหรือข่มขู่เพื่อเอาทรัพย์ภายในธนาคาร

        ค่าปรับ
        1,500 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับเหตุชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ภายในธนาคาร

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. ไม่ลงข้อ 120 หรือ 121 ซ้ำสำหรับทรัพย์ที่ได้จากเหตุปล้นธนาคารครั้งเดียวกัน
        139ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาค่าปรับ 1,500 ฿จำคุก 60 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 139

        ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

        ผู้ใดจงใจกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ให้ถือว่ากระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

        โทษจำคุก
        60 นาที

        ให้จำคุก 60 นาทีเมื่อพิสูจน์การตาย ความเชื่อมโยงกับการกระทำ และเจตนาได้

        ค่าปรับ
        1,500 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        เรียกเก็บสำหรับการกระทำโดยเจตนาที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. หากผู้ถูกกระทำไม่ถึงแก่ความตาย ให้พิจารณาข้อ 136 ไม่ลงทั้งสองข้อจากการกระทำเดียวกัน
        140ดำเนินการตามหมายจับประเภทจับเป็นค่าปรับ 500 ฿จำคุก 60 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 140

        ดำเนินการตามหมายจับประเภทจับเป็น

        รายการสำหรับบันทึกการจับกุมบุคคลตามหมายจับประเภทจับเป็น ซึ่งออกโดยผู้มีอำนาจและยังมีผลใช้บังคับ

        โทษจำคุก
        60 นาที

        ระยะเวลา 60 นาทีเป็นค่าตามรายการเดิม เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบว่าได้รวมอยู่ในโทษของคดีตามหมายจับแล้วหรือไม่

        ค่าปรับ
        500 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        จำนวนเงินตามรายการดำเนินการตามหมายจับประเภทจับเป็น ต้องตรวจสอบเงื่อนไขในหมายก่อนเรียกเก็บ

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. รายการนี้เป็นการดำเนินการตามหมายจับ มิใช่ฐานความผิดใหม่ ให้บันทึกเลขหมายและป้องกันการลงโทษซ้ำ
        141ดำเนินการตามหมายจับประเภทจับตายค่าปรับ 1,500 ฿จำคุก 120 นาทีรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 141

        ดำเนินการตามหมายจับประเภทจับตาย

        รายการสำหรับบันทึกการดำเนินการตามหมายจับประเภทจับตาย ซึ่งออกโดยผู้มีอำนาจและยังมีผลใช้บังคับ

        โทษจำคุก
        120 นาที

        ระยะเวลา 120 นาทีเป็นค่าตามรายการเดิม เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบความสัมพันธ์กับโทษของคดีตามหมายจับ

        ค่าปรับ
        1,500 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        จำนวนเงินตามรายการดำเนินการตามหมายจับประเภทจับตาย ต้องตรวจสอบเงื่อนไขในหมายก่อนเรียกเก็บ

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. รายการนี้มิใช่ฐานความผิดใหม่ และชื่อประเภทหมายจับไม่เป็นเหตุให้ใช้กำลังถึงตายโดยอัตโนมัติ
        142ค่ารักษาพยาบาลโดยตำรวจแพทย์ค่าปรับ 50 ฿จำคุก ไม่มีโทษจำคุกรายละเอียด
        รหัสฐานความผิด 142

        ค่ารักษาพยาบาลโดยตำรวจแพทย์

        รายการสำหรับบันทึกค่าบริการเมื่อบุคคลได้รับการรักษาพยาบาลจากตำรวจแพทย์จริง

        โทษจำคุก
        ไม่มีโทษจำคุก
        ค่าปรับ
        50 ฿
        กำหนดชำระ
        ชำระทันที

        จำนวน 50 ฿ เป็นค่ารักษาพยาบาล มิใช่ค่าปรับจากการกระทำความผิด

        หมายเหตุ / แนวทางเจ้าหน้าที่

        1. เรียกเก็บเมื่อมีการรักษาจริง หากระบบรองรับควรแสดงรายการนี้ในหมวดค่าบริการ แยกจากฐานความ

        Server Rules

        กฎเซิร์ฟเวอร์


        หมวดนี้เป็นกฎระบบและกติกาส่วนกลาง เช่น บัญชีผู้เล่น โปรแกรมโกง ซื้อขายเงินจริง สตรีม โรลพิเศษ หน่วยงานรัฐ และการร้องเรียน

        01 Cheating (การโกง)Cheating (การโกง) หมายถึง การจงใจใช้โปรแกรม เครื่องมือ สคริปต์ มาโคร การดัดแปลงเกม หรือการแทรกแซงการเชื่อมต่อ เพื่อเปลี่ยนการทำงานของเกมหรือช่วยเล่นในลักษณะที่ทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้เปรียบจากการเล่นตามปกติ
        • 1. ห้ามใช้เครื่องมือช่วยเล่น ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมภายนอก สคริปต์ มาโคร อุปกรณ์ หรือวิธีการอื่นใดที่ช่วยเล็งยิง ควบคุมตัวละคร เคลื่อนที่ ทำกิจกรรม หรือกระทำการแทนผู้เล่น รวมถึงห้ามให้บุคคลอื่นใช้เครื่องมือดังกล่าวกับตัวละครของตน
        • 2. ห้ามดัดแปลงเกมเพื่อให้ได้เปรียบ เช่น แก้ไขไฟล์หรือข้อมูลเกมเพื่อให้มองเห็นสิ่งที่ผู้เล่นทั่วไปมองไม่เห็น ลดข้อจำกัดของอาวุธ หรือเปลี่ยนรูปลักษณ์โมเดลเพื่อให้ตรวจพบหรือโจมตีได้ยากขึ้น
        • 3. ห้ามจงใจใช้บั๊กหรือช่องโหว่ ของเกมหรือระบบเซิร์ฟเวอร์เพื่อสร้างเงินหรือไอเทม ฟาร์มทรัพยากร ทะลุสิ่งกีดขวาง หลบหนีการจับกุม หรือหลีกเลี่ยงผลที่ควรเกิดขึ้นตามสถานการณ์ Roleplay
        • 4. เมื่อพบบั๊กหรือช่องโหว่ ผู้เล่นต้องหยุดใช้และแจ้งทีมงานโดยทันที ห้ามทดลองซ้ำเพื่อแสวงหาประโยชน์ เผยแพร่วิธีใช้ หรือชักชวนให้ผู้อื่นนำไปใช้
        บทลงโทษ
        • บทลงโทษ: ปลดไวท์ลิสถาวร (Permanent Ban)
        02 Account Policyผู้เล่นต้องรับผิดชอบต่อบัญชีและตัวละครของตนเอง
        • เจ้าของบัญชีต้องรับผิดชอบต่อทุกการกระทำที่เกิดขึ้นจากบัญชีของตนเอง
        • ห้ามให้ผู้อื่นใช้บัญชีเพื่อเข้าเมือง เล่นแทน รับโทษแทน หรือหลีกเลี่ยงบทลงโทษ
        • ห้ามสร้างบัญชีใหม่เพื่อหนีคดี หนีโทษ แอบกลับเข้าเมือง หรือทำให้ทีมงานตรวจสอบยากขึ้น
        03 Buying / Selling OCห้ามซื้อขายเงิน ไอเทม ตัวละคร หรือสิทธิ์ใด ๆ ด้วยเงินจริง
        • ห้ามซื้อขายเงินในเกม ไอเทม ทรัพย์สิน ตัวละคร บ้าน ม้า อาวุธ หรือสิทธิ์ต่าง ๆ ด้วยเงินจริงระหว่างผู้เล่น
        • ห้ามใช้ช่องทางนอกเกมเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในเกม เช่น โอนเงิน แลกของ หรือจ้างให้ทำภารกิจแทน
        • หากพบการซื้อขายเงินจริง ทีมงานสามารถริบทรัพย์สิน ยึดผลประโยชน์ และพิจารณาแบนตามความร้ายแรง
        04 Character Nameชื่อตัวละครต้องเหมาะกับยุค พ.ศ.2450 และไม่สร้างความได้เปรียบตั้งแต่ต้น
        • ตัวละครต้องมีชื่อและนามสกุลที่เหมาะสมกับบรรยากาศเมืองซุ้มเสือ ยุค พ.ศ.2450 และไม่เป็นชื่อเล่นตลก คำหยาบ มีม หรือชื่อที่ทำลายบรรยากาศ Roleplay
        • ห้ามใช้ชื่อบุคคลจริง คนดัง ตัวละครจากสื่ออื่น ชื่อการเมือง ชื่อเชิงล้อเลียน หรือชื่อที่อาจก่อให้เกิดปัญหา OOC
        • ห้ามตั้งชื่อที่สื่อว่ามียศ ตำแหน่ง อำนาจ บรรดาศักดิ์ ตระกูลใหญ่ หรือความสำคัญเหนือผู้เล่นอื่นตั้งแต่ต้น เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากทีมงานหรือเป็นบทบาทที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด
        • ทีมงานมีสิทธิ์ให้แก้ไขชื่อ นามสกุล หรือประวัติตัวละคร หากพบว่าไม่เหมาะสมกับธีมเมืองหรือทำให้เกิดความสับสนต่อระบบ RP
        05 Special Rolesโรลพิเศษต้องผ่านการอนุมัติและเล่นตามขอบเขตที่กำหนด
        • โรลพิเศษ เช่น ครูอาคม ผี/อมนุษย์ ผู้นำกลุ่ม หรือบทบาทที่มีอิทธิพลสูง ต้องผ่านการอนุมัติจากทีมงาน
        • ห้ามใช้โรลพิเศษเพื่อยกระดับตนเองให้เหนือผู้เล่นอื่นโดยไม่มีช่องให้โต้ตอบ
        • ทุกความสามารถ อำนาจ หรือสถานะพิเศษ ต้องมีข้อจำกัด ผลกระทบ และเหตุผลรองรับในเนื้อเรื่อง
        06 Police & Governmentหน่วยงานรัฐต้องใช้อำนาจผ่านกระบวนการ RP ที่ตรวจสอบได้
        • ตำรวจและข้าราชการต้องมีเหตุอันควรในการเรียกตรวจ ค้นตัว จับกุม คุมขัง หรือออกคำสั่ง
        • ห้ามใช้อำนาจตำแหน่งเพื่อกลั่นแกล้ง ยึดของโดยไร้เหตุ หรือเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง
        • คดี การไต่สวน การลงโทษ และประกาศสำคัญ ควรมีหลักฐานหรือบันทึกที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
        07 Robbery & Kidnappingการปล้นและลักพาตัวต้องมีเป้าหมาย RP ชัดเจน
        • การปล้นต้องมีบทสนทนา เหตุผล และเปิดโอกาสให้เหยื่อโต้ตอบตามสถานการณ์
        • การลักพาตัวต้องดูแลตัวประกัน ไม่ทิ้งให้รอนานเกินสมควร และต้องมีจุดประสงค์ของสตอรี่
        • ห้ามปล้นซ้ำ กลั่นแกล้ง หรือใช้การปล้นเป็นข้ออ้างเพื่อทำลายประสบการณ์ของผู้เล่นอื่น
        08 กฏและแนวทางการใช้เชือกการใช้เชือก หมายถึง การใช้เชือกเพื่อมัด ควบคุมตัว หรือเคลื่อนย้ายผู้เล่นอื่น โดยต้องมีเหตุผลและบริบทภายในเนื้อเรื่องที่ชัดเจน เช่น การจับกุม ลักพาตัว ควบคุมผู้ต้องหา หรือช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ทั้งนี้ต้องไม่ใช้เพื่อกลั่นแกล้ง เอาเปรียบ หรือปิดโอกาสการเล่น Roleplay ของอีกฝ่ายอย่างไม่สมเหตุสมผลครับ
        • 1. การใช้เชือกต้องมีเหตุผลทาง Roleplay ที่ชัดเจนและสมเหตุสมผล เช่น การจับกุม ควบคุมตัว ลักพาตัวตามเนื้อเรื่อง ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ หรือเคลื่อนย้ายผู้หมดสติ ห้ามใช้เชือกโดยไม่มีเหตุผล หรือใช้เพื่อกลั่นแกล้งและขัดขวางการเล่นของผู้อื่น
        • 2. กรณีใช้เชือกระหว่างสถานการณ์ปะทะ ฝ่ายที่ต้องการใช้เชือกจะต้องมีผู้เล่นที่ยังสามารถต่อสู้ได้มากกว่าฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อย 3 คน ตัวอย่างเช่น หากฝ่ายตรงข้ามเหลือผู้เล่นที่สามารถต่อสู้ได้ 2 คน ฝ่ายที่ใช้เชือกจะต้องเหลืออย่างน้อย 5 คน
        • 3. อนุญาตให้ใช้เชือกในสถานการณ์แบบ 1 ต่อ 1 ได้ หากเป็นเหตุการณ์ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ระหว่างการปะทะ และมีจุดประสงค์เพื่อดำเนินหรือต่อยอดเนื้อเรื่อง Roleplay เช่น การจับกุม ลักพาตัว หรือควบคุมตัว โดยต้องกระทำในพื้นที่ลับตาคนหรือมีผู้คนอยู่ไม่มาก ห้ามใช้ในพื้นที่สาธารณะ ชุมชน หรือบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่านโดยไม่มีเหตุผลทาง Roleplay ที่เหมาะสม
        • 4. การนับจำนวนผู้เล่น ให้นับเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในพื้นที่เหตุการณ์ มีส่วนร่วมกับสถานการณ์โดยตรง และยังสามารถต่อสู้ได้เท่านั้น ผู้ที่หมดสติ เสียชีวิต หลุดออกจากเกม หรือออกจากพื้นที่เหตุการณ์ไปแล้ว จะไม่นับรวมในจำนวนผู้เล่น
        09 การใช้ถุงคลุมหัวใช้ได้เพื่อสตอรี่การควบคุมตัว ไม่ใช่เพื่อปิดโอกาส RP ของอีกฝ่าย
        • การใช้ถุงคลุมหัวต้องมีเหตุผลใน RP เช่น ลักพาตัว เคลื่อนย้ายตัวประกัน สอบสวน ป้องกันการจดจำเส้นทาง หรือเหตุการณ์เฉพาะที่มีน้ำหนักพอ
        • ผู้ถูกคลุมหัวต้องยังมีโอกาส RP ผ่านเสียง คำพูด ความรู้สึก การตอบสนอง หรือ /me /do ไม่ควรถูกปล่อยให้รอนานโดยไม่มีการเล่นต่อ
        • ห้ามใช้ถุงคลุมหัวเพื่อก่อกวน ปิดจอเล่น ๆ ลากผู้เล่นวนไปมา หรือทำให้ผู้เล่นเสียประสบการณ์โดยไม่มีเป้าหมายของสตอรี่
        • เมื่อถูกคลุมหัว ตัวละครไม่ควรจดจำเส้นทาง จุดหมาย หรือรายละเอียดภาพที่ตนมองไม่เห็น เว้นแต่มีข้อมูล IC อื่นรองรับ เช่น เสียง สภาพพื้น กลิ่น หรือคำพูดของผู้กระทำ
        10 Streamer Policyการสตรีมต้องไม่ทำลายบรรยากาศและความเป็นส่วนตัวของผู้เล่นอื่น
        • ผู้สตรีมต้องเคารพผู้เล่นอื่น ไม่ชี้นำให้ผู้ชมไปคุกคาม ก่อกวน หรือโจมตีคู่กรณี
        • ห้ามใช้ข้อมูลจากสตรีมของผู้อื่นเพื่อเข้าไปแทรกแซงเหตุการณ์หรือสร้างความได้เปรียบในเกม
        • หากมีเหตุร้องเรียนจากสตรีม ทีมงานจะพิจารณาจากหลักฐาน บริบท และผลกระทบต่อชุมชน
        11 Incitementห้ามยุยง ปลุกปั่น หรือชี้นำให้เกิดการคุกคามและละเมิดกฎ
        • ห้ามชักชวน ยุยง หรือปลุกปั่นให้ผู้เล่นอื่นไปรุมด่า คุกคาม ก่อกวน ล่าแม่มด หรือกดดันผู้เล่น/ทีมงานทั้งในเกมและนอกเกม
        • ห้ามเผยแพร่ข้อกล่าวหา ข่าวลือ ข้อมูลส่วนตัว หรือคลิปบางช่วงบางตอนเพื่อสร้างกระแสโจมตีโดยไม่ผ่านกระบวนการร้องเรียนที่ถูกต้อง
        • ความขัดแย้งใน IC สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ต้องไม่ลากไปเป็นการโจมตีตัวผู้เล่นจริงหรือสร้างแรงกดดัน OOC
        • หากการกระทำใดทำให้ชุมชนเสียหาย ทีมงานสามารถสั่งหยุดเหตุการณ์ ลบผล RP หรือพิจารณาโทษตามความร้ายแรง
        12 Report & Appealการร้องเรียนและอุทธรณ์ต้องใช้หลักฐาน ไม่ใช้อารมณ์ตัดสิน
        • การร้องเรียนต้องมีหลักฐาน เช่น คลิป ภาพ เวลาเกิดเหตุ ชื่อตัวละคร และคำอธิบายเหตุการณ์ตามลำดับ
        • ห้ามปลุกปั่น ด่าทอ หรือกดดันทีมงาน/คู่กรณีระหว่างรอการตรวจสอบ
        • การอุทธรณ์ต้องชี้แจงเหตุผลอย่างสุภาพ และยอมรับผลการพิจารณาตามหลักฐานที่มี
        13
        Bug / Exploit (การใช้บัคหรือช่องโหว่ของระบบ)หมายถึง การใช้บัค ช่องโหว่ เทคนิค หรือลำดับการควบคุมใด ๆ ที่ทำให้ระบบหรืออาวุธทำงานผิดไปจากกลไกปกติ เพื่อข้าม ลด ตัด หรือหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของระบบ และทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับความได้เปรียบโดยมิชอบ แม้ว่าวิธีดังกล่าวจะสามารถทำได้จากตัวเกมโดยไม่ใช้โปรแกรมภายนอก หากเป็นการอาศัยความผิดปกติหรือช่องโหว่ของระบบเพื่อสร้างความได้เปรียบ ยังถือเป็น Bug / Exploit
          ข้อห้าม
          • ห้าม Animation Cancel หรือการกระทำในลักษณะเดียวกัน เพื่อยกเลิกหรือลดขั้นตอนของระบบ เช่น การตัด Reload หรือ Animation เพื่อให้สามารถยิง ใช้อาวุธ หรือดำเนินการได้เร็วกว่าปกติ
          • ห้ามใช้ทริค เทคนิค หรือลำดับการกดปุ่ม ที่ส่งผลให้อาวุธ ตัวละคร หรือระบบทำงานผิดไปจากกลไกที่กำหนด หรือทำให้ได้รับความได้เปรียบที่ไม่ควรเกิดขึ้นตามปกติ
          • ห้ามใช้ประโยชน์จากความผิดปกติของตัวละครหรือระบบ เช่น ตัวละครล่องหน (Invisible) โมเดลหรืออวัยวะแสดงผลผิดปกติ หรือความผิดพลาดอื่นใด เพื่อนำมาใช้สร้างความได้เปรียบหรือส่งผลต่อ Roleplay ของผู้เล่นอื่น
          • ห้ามใช้บัคหรือช่องโหว่เพื่อปั๊ม ทำซ้ำ (Duplicate) หรือ Spam เงิน ไอเทม อาวุธ ทรัพยากร รางวัล หรือทรัพย์สินใดๆ ภายในเกม
          • ห้ามใช้บัคหรือช่องโหว่เพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ของ Roleplay เช่น การหลบเลี่ยงผลจากการต่อสู้ การจับกุม การปล้น การเสียชีวิต การสูญเสียทรัพย์สิน หรือเหตุการณ์อื่นที่ตัวละครควรได้รับตามสถานการณ์
          • ห้ามใช้ทริค เทคนิค หรือวิธีการใดๆ เพื่อสับหรือสลับอาวุธทุกชนิด ในลักษณะที่ผิดไปจากกลไกการใช้งานตามปกติของตัวเกม หรือเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลและไม่สามารถกระทำได้ตามหลักความเป็นจริง
          หมายเหตุ
          • การที่ระบบหรือตัวเกม สามารถกระทำได้ ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นได้รับอนุญาต หากเป็นการใช้วิธีการที่ข้าม ลด ตัด หรือหลีกเลี่ยงกลไกและข้อจำกัดตามปกติของระบบ หรือก่อให้เกิดความได้เปรียบที่ไม่ควรเกิดขึ้น อาจถูกพิจารณาเป็น Bug / Exploit หรือ Power Gaming (PG) โดยพิจารณาจากลักษณะของเหตุการณ์ ผลกระทบ และเจตนาของผู้เล่นเป็นสำคัญ
          • กฎไม่สามารถระบุบัค ช่องโหว่ หรือวิธีการที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งหมด ดังนั้น แม้การกระทำใด ไม่ได้ถูกระบุไว้โดยตรงในกฎหรือตัวอย่าง หากมีลักษณะเป็นการใช้ความผิดปกติหรือช่องโหว่ของระบบเพื่อสร้างความได้เปรียบ หลีกเลี่ยงข้อจำกัด หรือส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมและคุณภาพของ Roleplay ให้ถือว่าอยู่ภายใต้กฎ Bug / Exploit เช่นเดียวกัน
          บทลงโทษ
          • ผู้กระทำผิดอาจได้รับโทษตั้งแต่ ตักเตือน, ปรับเงิน, ปลดไวท์ลิสชั่วคราว ไปจนถึงปลดไวท์ลิสถาวร โดยระดับบทลงโทษจะขึ้นอยู่กับ ลักษณะของการกระทำ ความร้ายแรง เจตนา และพฤติการณ์ของเหตุการณ์ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของทีมงานในการพิจารณาบทลงโทษตามความเหมาะสม

          Roleplay Rules

          กฎโรลเพลย์พื้นฐาน

          กฎแกนกลางสำหรับการเล่น Serious Roleplay ใช้เป็นฐานในการตีความเหตุการณ์ทุกแบบ ก่อนเข้าสู่กฎต่อสู้ อาชญากรรม หรือสตอรี่เฉพาะทาง

          01 In Character (IC)การแสดงบทบาทสมมติของตัวละครภายในเซิร์ฟเวอร์
          • In Character (IC) หมายถึง การแสดงบทบาทสมมติของตัวละครที่ผู้เล่นสวมบทบาทอยู่ภายในเซิร์ฟเวอร์ โดยการกระทำ คำพูด ท่าที การตัดสินใจ และพฤติกรรมทุกประการ ต้องยึดโยงและสอดคล้องกับตัวตนของตัวละคร เนื้อเรื่อง สภาพแวดล้อม และบริบทของโลกภายในเกมอย่างเคร่งครัด
          • ผู้เล่นต้องสื่อสารและแสดงออกผ่านมุมมองของตัวละคร IC เท่านั้น และต้องแยกแยะระหว่าง IC กับ OOC อย่างชัดเจน
          • ห้ามนำข้อมูล ความรู้ ความรู้สึก เหตุผล หรือประสบการณ์จากชีวิตจริงหรือ OOC มาใช้ภายในเกม
          • ห้ามตัดสินใจหรือแสดงพฤติกรรมโดยอ้างจากเหตุผลนอกเกม ไม่ว่ากรณีใด ๆ
          02 Out of Character (OOC)การสื่อสารหรือการกระทำที่อยู่นอกบทบาทของตัวละคร
          • Out of Character (OOC) หมายถึง การสื่อสาร การกระทำ หรือการแสดงออกใด ๆ ที่อยู่นอกบทบาทของตัวละครภายในเซิร์ฟเวอร์ เป็นการพูดคุยหรือกระทำในฐานะผู้เล่นจริง เช่น เรื่องส่วนตัว ปัญหาทางเทคนิค มินิเกม ข้อมูลจากภายนอกเกม หรือประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ หรือมุมมองของตัวละครภายในโลก Roleplay
          • การใช้งาน OOC ต้องกระทำเฉพาะในช่องทาง พื้นที่ หรือรูปแบบที่เซิร์ฟเวอร์กำหนดไว้เท่านั้น และต้องไม่ก่อให้เกิดการรบกวน บิดเบือน แทรกแซง หรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ หรือบรรยากาศ Roleplay ภายในเกมโดยเด็ดขาด
          • ห้ามพูดหรือสื่อสารในลักษณะ OOC ที่รบกวนบรรยากาศ Roleplay
          • ห้ามนำข้อมูล ความรู้ หรือการสื่อสารแบบ OOC ไปใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบหรือเสียเปรียบ
          • ห้ามนำข้อมูล OOC ไปใช้ในการตัดสินใจหรือกระทำการใด ๆ ในลักษณะ IC ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
          03 Meta Gaming (MG)การนำข้อมูลนอกบทบาทมาใช้ภายในเกม
          • Meta Gaming (MG) หมายถึง การนำข้อมูล ความรู้ หรือการสื่อสารใด ๆ ที่เกิดขึ้นนอกบริบทของบทบาทสมมติ เช่น การพูดคุยผ่าน Discord การรับชมสตรีม การแชตภายนอกเกม หรือช่องทางสื่อสารอื่นใด มาใช้ภายในโลกของเกม เพื่อให้ตัวละครของตนเองหรือผู้อื่นได้เปรียบ ทั้งที่ตามเนื้อเรื่องและบทบาทของตัวละครแล้ว ไม่ควรมีทางรับรู้ข้อมูลดังกล่าว
          • Meta Gaming ถือเป็นการทำลายความสมจริง ความยุติธรรม และโครงสร้างของการ Roleplay ภายในเซิร์ฟเวอร์
          • ห้ามวางแผน ประสานงาน หรือหารือเหตุการณ์ภายในเกมผ่านช่องทาง OOC โดยไม่มีการ Roleplay ภายในเกม
          • ห้ามรับรู้ตำแหน่ง แผนการ เส้นทาง หรือการเคลื่อนไหวของผู้อื่นจาก Discord หรือการรับชมสตรีม แล้วนำมาใช้ภายในเกม
          • ห้ามดูสตรีมของผู้เล่นอื่นแล้วติดตาม หา หรือเข้าแทรกแซงเหตุการณ์ในเกม (Stream Snipe)
          • ห้ามนัดแนะหรือเข้าร่วมปฏิบัติการร่วมกัน โดยไม่มีการสื่อสารหรือเหตุผลในเชิงบทบาทสมมติรองรับ
          • ห้ามนำข้อมูลจากช่องทาง OOC ไปบอกต่อ ชี้นำ หรือสั่งการตัวละครภายในเกม โดยไม่มีที่มาทาง Roleplay
          • ห้ามเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการตัดสินใจของตัวละครทันทีจากข้อมูลภายนอกเกม โดยไม่ผ่านกระบวนการ Roleplay
          04 Power Gaming (PG)การกระทำที่ฝืนหลักความสมเหตุสมผลของโลก Roleplay
          • Power Gaming (PG) หมายถึง การกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนหลักความสมเหตุสมผลของโลก Roleplay โดยเป็นการบังคับสถานการณ์ ใช้พลัง ความสามารถ ทักษะ หรือศักยภาพของตัวละครเกินขอบเขตความเป็นจริง รวมถึงการกระทำใด ๆ ที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถทำได้ ภายใต้บริบท สภาพแวดล้อม และเงื่อนไขของเกม รวมถึงการบังคับให้คนอื่นต้องแพ้ ต้องตาย หรือต้องยอมรับผล โดยไม่มีโอกาสโต้ตอบ
          • Power Gaming ถือเป็นการทำลายความสมจริง ความยุติธรรม และประสบการณ์ Roleplay ของผู้เล่นอื่น
          • ห้ามใช้พลัง ความสามารถ หรือทักษะเกินจริง โดยไม่สอดคล้องกับสภาพร่างกาย อุปกรณ์ หรือสถานการณ์
          • ห้ามส่งมอบ รับ หรือโต้ตอบกับไอเทมหผ่านกำแพง สิ่งกีดขวาง หรือวัตถุที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ตามหลัก Roleplay
          • ห้ามประสบอุบัติเหตุรุนแรง โดนชนหนัก หรือตกจากที่สูง โดยไม่แสดงอาการบาดเจ็บหรือผลกระทบใด ๆ
          • ห้ามใช้ /me เพื่อบังคับผล เช่น /me ล็อกอีกฝ่ายจนหนีไม่ได้ โดยอีกฝ่ายไม่มีโอกาสตอบ
          • ห้ามอ้างวิชาอาคม ของขลัง หรือพลังครูเพื่อบังคับว่าผู้อื่นไม่สามารถทำอะไรได้
          05 Breaking Roleplayพฤติกรรมที่ชัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกับบทบาท
          • Breaking Roleplay หมายถึง การพูด การกระทำ หรือการแสดงออกใด ๆ ที่ขัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกับบทบาทของตัวละคร เนื้อเรื่อง ยุคสมัย หรือบริบทของโลกสมมติภายในเซิร์ฟเวอร์ เป็นพฤติกรรมลักษณะ Out of Character (OOC) ในขณะที่ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องดำรงบทบาท In Character (IC) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรยากาศ ความสมจริง และการดำเนินเรื่องของ Roleplay ถูกทำลาย
          • Breaking Roleplay ถือเป็นการละเมิดหลักพื้นฐานของการ Roleplay และส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้เล่นอื่นภายในเซิร์ฟเวอร์
          • ห้ามกล่าวถึงเรื่องนอกเกมระหว่างสถานการณ์ Roleplay เช่น Discord การตั้งค่าเกม ปัญหาทางเทคนิค กฎของเซิร์ฟเวอร์ หรือเรื่องส่วนตัว ขณะที่ตัวละครยังอยู่ในบริบทของ RP
          • ห้ามแสดงพฤติกรรม ความรู้ หรือการรับรู้ที่ไม่สอดคล้องกับบทบาทและยุคสมัยของโลก Roleplay เช่น ตัวละครอยู่ในยุคปี พ.ศ.2450 แต่ใช้ภาษาหรือความรู้ยุคปัจจุบัน
          • ห้ามนำข้อมูลลักษณะ OOC มาใช้ภายในบทบาท ซึ่งเข้าข่ายหรือเชื่อมโยงกับ Meta Gaming
          • ห้ามปฏิเสธ หลีกเลี่ยง หรือบันทอนผลกระทบของเหตุการณ์ Roleplay โดยไม่ยอมรับผลลัพธ์ตามความสมเหตุสมผลของสถานการณ์
          06 Common Senseการกระทำที่สมเหตุสมผลตามสถานการณ์ บริบทของตัวละคร
          • Common Sense หมายถึง การใช้ วิจารณญาณ ความมีเหตุผล และความสมเหตุสมผลของมนุษย์ทั่วไป ในการเล่นเกมและสวมบทบาท เพื่อรักษาความสมจริงของโลก Roleplay บรรยากาศการเล่นที่ดี และการอยู่ร่วมกันอย่างเหมาะสมภายในเซิร์ฟเวอร์ ผู้เล่นควรพิจารณาการกระทำของตนเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ บริบท และกฎของเซิร์ฟเวอร์ แม้ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในกฎโดยตรง
          • ผู้เล่นต้องเคารพบริบทของยุคสมัย พ.ศ.2450 ภาษา อาชีพ อำนาจรัฐ ความเชื่อ สังคม และข้อจำกัดของเมือง ไม่ควรนำพฤติกรรมหรือแนวคิดสมัยใหม่มาใช้จนทำให้เสียบรรยากาศของเซิร์ฟเวอร์
          • หากเกิดสถานการณ์ที่ไม่มีระบุไว้ในกฎชัดเจน ให้ผู้เล่นใช้เหตุผล ความสมจริง และความเหมาะสมเป็นหลัก หากมีข้อโต้แย้ง ทีมงานจะพิจารณาจากบริบท เจตนา และผลกระทบต่อ RP โดยรวม
          07 Fair Playการเล่นอย่างยุติธรรม
          • Fair Play หมายถึง การเล่นเกมอย่าง ยุติธรรม โปร่งใส และให้เกียรติผู้เล่นคนอื่น โดยยึดถือกฎของเซิร์ฟเวอร์และหลักการ Roleplay เป็นสำคัญ ผู้เล่นต้องไม่ใช้วิธีการใดๆ ที่ไม่เป็นธรรม หรือกระทำการที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบแก่ตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ทั้งในเชิงระบบเกมและการดำเนินบทบาทสมมติ
          • ปฏิบัติตามกฎของเซิร์ฟเวอร์ และดำเนินบทบาทสมมติ Roleplay อย่างเคร่งครัด
          • ตัวอย่าง เช่น หมู่บ้านหนึ่งมีคนอยู่20คน ผู้ใหญ่บ้านจับโจรมาได้1คน ต้องการส่งตัวไปที่นครบาล ต้องจัดคนคุ้มกันขบวนไป8คน ไม่สามารถพากันไปทั้งหมู่บ้านเพื่อคุ้มกันการส่งตัวได้
          08 Story Insertionการแทรกตัวเองเข้าไปในเหตุการณ์ เนื้อเรื่อง ที่ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
          • Story Insertion หมายถึง การที่ผู้เล่นพยายามแทรกตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์หรือเนื้อเรื่องของผู้อื่น โดยไม่ได้รับคำเชิญ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องเดิม หรือไม่มีเหตุผลที่สมเหตุสมผลทาง RP
          • ห้ามเข้าไปยุ่งกับเหตุการณ์ของกลุ่มอื่นเพียงเพราะเห็นว่ามีเรื่องน่าสนใจ เช่น เห็นคนกำลังเจรจา เห็นการปะทะ เห็นการลักพาตัว หรือได้ยินเรื่องจาก OOC แล้วพยายามพาตัวละครเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่มีที่มา
          • หากต้องการเข้าร่วมเนื้อเรื่องของผู้อื่น ควรมีเหตุผลรองรับชัดเจน เช่น มีความสัมพันธ์กับตัวละครที่เกี่ยวข้อง ได้รับคำเชิญ ถูกว่าจ้าง มีหลักฐานใน RP หรือมีเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เชื่อมโยงตัวละครของตนกับเรื่องนั้น
          • การพบเห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ผู้เล่นต้องประเมินตาม Common Sense ว่าตัวละครของตนควรเข้าไปยุ่งหรือไม่ ไม่ใช่ทุกเหตุการณ์ที่เห็นแล้วจะมีสิทธิ์เข้าไปแทรกแซงทันที
          • การว่าจ้างต้องเกิดก่อนหรือหลังเจรจาเท่านั้น ไม่สามารถเรียกคนที่อยู่ใกล้ๆมาแล้วว่าจ้างได้ เช่น นายAมีปากเสียงกับนายB ระว่างนั้นนายCเดินผ่านมานายAตะโกนบอกนายC “หนุ่มข้าจ้างเอ็งกระทืบไอ้Bที ข้าจ้าง100บาท”
          09 Value of Life (VOL)Value of Life (VOL) หมายถึง หลักการที่ตัวละครต้องแสดงออกถึงการเห็นคุณค่าและหวงแหนชีวิตของตนเองและผู้อื่น โดยการตัดสินใจและการกระทำต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ ความเสี่ยง และบริบทของการโรลเพลย์ภายในเซิร์ฟเวอร์
            เงื่อนไข
            • การพิจารณาว่าผู้เล่นกระทำผิด VOL จะอ้างอิงจาก ภาพรวมของเหตุการณ์ ความสมเหตุสมผลของการโรลเพลย์ สิ่งที่ตัวละครรับรู้ และการตัดสินใจของตัวละครในขณะนั้น ไม่ใช่พิจารณาจากชนิดของอาวุธ จำนวนผู้เข้าร่วม วิชาอาคม เครื่องราง ความสามารถพิเศษ หรือผลของระบบเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การใช้อาวุธระยะประชิดเข้าต่อสู้กับอาวุธระยะไกล การใช้วิชาอาคม การมีจำนวนคนมากกว่าหรือน้อยกว่า หรือการอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ จะไม่ถือว่าเป็นการผิดกฎ VOL โดยอัตโนมัติ หากการกระทำนั้นยังมีเหตุผลรองรับและสอดคล้องกับบริบทของการโรลเพลย์
            หมายเหตุ
            • ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการใช้ดุลยพินิจพิจารณาแต่ละกรณีเป็นรายเหตุการณ์ โดยยึดหลัก ความสมเหตุสมผลของการโรลเพลย์ (Roleplay First) และบริบทของเหตุการณ์เป็นสำคัญ เพื่อให้การตัดสินมีความเป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกฝ่าย.
            10 Random Death Match (RDM)การใช้ความรุนแรงโดยไม่มีเหตุผลหรือบริบท Roleplay
            • Random Death Match (RDM) หมายถึง การใช้ความรุนแรง การทำร้ายร่างกาย หรือการสังหารตัวละครอื่น โดยปราศจากเหตุผลที่ชัดเจน สมเหตุสมผล และไม่สอดคล้องกับบริบทของบทบาทสมมติ รวมถึงการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการสร้างสถานการณ์ บทสนทนา หรือปฏิสัมพันธ์ทาง Roleplay ที่เหมาะสมก่อนเกิดเหตุการณ์ ไม่ว่าจะกระทำต่อผู้เล่นหรือ NPC ก็ตาม
            • RDM ถือเป็นการทำลายบรรยากาศ ความยุติธรรม และโครงสร้างของการ Roleplay ภายในเซิร์ฟเวอร์
            • ห้ามยิง ทำร้าย หรือโจมตีผู้เล่นคนอื่นทันที โดยไม่มีการพูดคุย บทนำ หรือบริบททาง Roleplay
            • ห้ามสังหารหรือทำร้ายผู้เล่นจากความขัดแย้งส่วนตัวนอกบทบาท หรือปัญหาส่วนตัวของผู้เล่นจริง
            • ห้ามใช้เหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผลหรือไม่มีมูลเหตุรองรับในเชิงบทบาทของตัวละคร เพื่อก่อเหตุความรุนแรง
            • ห้ามยิงพลเรือน NPC หรือก่อเหตุรุนแรงในเมืองและพื้นที่สาธารณะเพียงเพื่อความบันเทิงส่วนตัว หรือสร้างความวุ่นวายโดยไม่มีเนื้อเรื่องรองรับ
            11 Spawn Kill (SK)การทำร้ายผู้เล่นทันทีหลังเกิดใหม่หรือเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์
            • Spawn Kill (SK) หมายถึง การทำร้ายหรือสังหารผู้เล่นในช่วงเวลาทันทีหลังจากที่ตัวละครเกิดใหม่ Respawn หรือเพิ่งเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ โดยที่ผู้เล่นยังไม่มีโอกาสเริ่มต้นบทบาทสมมติ ป้องกันตัว ตอบโต้ หรือมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ ตามบริบทของ Roleplay
            • Spawn Kill ถือเป็นการเอาเปรียบผู้เล่นอื่น และเป็นการทำลายความยุติธรรมและบรรยากาศของการ Roleplay ภายในเซิร์ฟเวอร์
            • ห้ามดักรอ ซุ่มโจมตี หรือเฝ้าพื้นที่จุดเกิด Spawn Point เพื่อทำร้ายหรือสังหารผู้เล่น
            • ห้ามก่อเหตุความรุนแรงซ้ำ ๆ ต่อผู้เล่นรายเดิมทุกครั้งที่เกิดใหม่ โดยผู้เล่นยังไม่สามารถเริ่มต้นการ Roleplay ได้ตามปกติ
            • ห้ามใช้ประโยชน์จากตำแหน่ง จุดทางเข้า หรือจุดที่แยกมิติ เพื่อดักยิง ดักซุ่ม หรือควบคุมพื้นที่ โดยไม่เปิดโอกาสให้เกิดการโต้ตอบหรือปฏิสัมพันธ์เชิงบทบาทสมมติ
            12 Character Kill (CK)Character Kill (CK) หมายถึง การจบบทบาทและยุติเรื่องราวของตัวละครภายในโลก Roleplay อย่างถาวร เมื่อตัวละครถูก CK แล้ว ผู้เล่นจะไม่สามารถนำตัวละครดังกล่าวกลับมาใช้งานได้อีก รวมถึงตัวละครใหม่จะต้องไม่จดจำเรื่องราว ข้อมูล หรือความสัมพันธ์ใดๆ ของตัวละครเดิม
            • Character Kill (CK) หมายถึง การจบบทบาทและยุติเรื่องราวของตัวละครภายในโลก Roleplay อย่างถาวร เมื่อตัวละครถูก CK แล้ว ผู้เล่นจะไม่สามารถนำตัวละครดังกล่าวกลับมาใช้งานได้อีก รวมถึงตัวละครใหม่จะต้องไม่จดจำเรื่องราว ข้อมูล หรือความสัมพันธ์ใดๆ ของตัวละครเดิม
            • การ CK แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
            • 1. CK เพื่อจบบทบาทหรือยุติบทบาท
            • เป็นการ CK ตามความประสงค์ของเจ้าของตัวละคร เพื่อจบเรื่องราวเดิมหรือเริ่มต้นบทบาทใหม่ โดยต้องดำเนินการตามขั้นตอนและได้รับการยืนยันจากทีมงานก่อนทุกครั้ง
            • ก่อนดำเนินการ CK ผู้เล่นสามารถฝากหรือส่งต่อเงิน ทรัพย์สิน และสิ่งของของตัวละครได้ ยกเว้นสิ่งของบางประเภทที่เซิร์ฟเวอร์กำหนดว่า ห้ามฝาก ห้ามโอน หรือห้ามส่งต่อในกรณี CK
            • การฝากหรือส่งต่อทรัพย์สินจะต้องดำเนินการอย่างสมเหตุสมผลภายใน Roleplay และห้ามใช้การ CK เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของระบบหรือแสวงหาผลประโยชน์
            • 2. CK จากสตอรี่โรลพิเศษ
            • เป็นการ CK ที่เกิดจากสตอรี่ซึ่งเกี่ยวข้องกับ โรลพิเศษโดยตรง ไม่รวมถึงสตอรี่ทั่วไป การปะทะ เหตุปล้น หรือเหตุการณ์ประจำวันภายในเมือง
            • เมื่อผู้เล่นเสียชีวิตจากโรลพิเศษครบตามจำนวนที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด ตัวละครดังกล่าวจะถือว่าถูก CK โดยสมบูรณ์ และจะไม่สามารถดำเนินการใดๆ ภายในเมืองได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการฝาก โอน ส่งต่อ หรือจัดการเงิน ทรัพย์สิน และสิ่งของทุกประเภท
            • ผู้เล่นจะไม่สามารถเรียกร้อง ขอคืน ขอชดเชย หรือขอให้ทีมงานดำเนินการเกี่ยวกับเงิน ทรัพย์สิน สิ่งของ หรือข้อมูลใดๆ ของตัวละครที่ถูก CK ได้ทุกกรณี จึงควรยอมรับและพิจารณาความเสี่ยงของสตอรี่โรลพิเศษก่อนเข้าร่วม
            • การรีโรลภายหลังการ CK
            • การ CK ทั้ง 2 ประเภท ไม่ได้รับสิทธิ์รีโรลตัวละครโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากผู้เล่นประสงค์จะสร้างตัวละครใหม่ จะต้องซื้อ บัตรรีโรลตามขั้นตอนและเงื่อนไขปกติของเซิร์ฟเวอร์ เช่นเดียวกับผู้เล่นทั่วไป
            • ข้อกำหนดภายหลังการ CK เมื่อตัวละครถูก CK แล้ว ห้ามดำเนินการดังต่อไปนี้
            • นำตัวละครที่ถูก CK กลับมาใช้งานอีก ไม่ว่าด้วยวิธีใด
            • ใช้ชื่อเดิม หน้าตาเดิม ประวัติเดิม หรือสร้างตัวละครใหม่ให้เป็นบุคคลเดิม
            • จดจำหรือนำข้อมูล เรื่องราว ความสัมพันธ์ ความแค้น และเหตุการณ์ของตัวละครเดิมมาใช้
            • อ้างสิทธิ์หรือเรียกร้องเงิน ทรัพย์สิน และสิ่งของที่เคยเป็นของตัวละครเดิม
            • ย้อนกลับ เปลี่ยนแปลง หรือบิดเบือนเหตุการณ์ CK เพื่อให้เกิดผลดีต่อตัวละครของตนเอง
            • การดำเนินการ CK ทุกประเภทจะต้องเป็นไปตามขั้นตอน เงื่อนไข และหลักเกณฑ์ที่เซิร์ฟเวอร์กำหนดเท่านั้น
            13 Revenge Kill (RK)Revenge Kill (RK) หมายถึง การที่ตัวละครกลับมาแก้แค้น ทำร้าย หรือสังหารผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของตน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยอาศัยความทรงจำหรือข้อมูลจากเหตุการณ์ก่อนเสียชีวิต และไม่ได้ดำเนินเรื่องตามกระบวนการ Roleplay ที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด
            • Revenge Kill (RK) หมายถึง การที่ตัวละครกลับมาแก้แค้น ทำร้าย หรือสังหารผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของตน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยอาศัยความทรงจำหรือข้อมูลจากเหตุการณ์ก่อนเสียชีวิต และไม่ได้ดำเนินเรื่องตามกระบวนการ Roleplay ที่เซิร์ฟเวอร์กำหนด
            • การเสียชีวิตและการหมดสติ
            • การเสียชีวิตจากสตอรี่
            • หากตัวละครได้รับบาดเจ็บจนเสียชีวิตระหว่างการดำเนินสตอรี่ ไม่ว่าจะเกิดจากการถูกยิง ถูกแทง แรงระเบิด ไฟไหม้หรือไฟคลอก การจมน้ำ การถูกสัตว์ดุร้ายทำร้าย ปอบดึงขวัญ ระดับ 4 ขึ้น หรือการพลัดตกจากที่สูง ให้ถือว่าเป็น การเสียชีวิตโดยสมบูรณ์ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการสูญเสียความทรงจำและการสิ้นสุดบทบาทในเหตุการณ์นั้น
            • เมื่อตัวละครเสียชีวิต จะต้องสูญเสียความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเสียชีวิต และถือว่าบทบาทของตัวละครในเหตุการณ์นั้นสิ้นสุดลงทันที โดยห้ามกลับไปยังพื้นที่เดิมเพื่อเข้าร่วม แทรกแซง ติดตาม หรือแก้แค้นคู่กรณี รวมถึงห้ามนำข้อมูลที่ได้รับจากการรับชมสตรีม คลิป หรือช่องทาง OOC มาใช้ดำเนินเรื่องต่อ ทั้งนี้ ผู้ที่เสียชีวิตไม่มีสิทธิ์กลับมาแก้แค้นหรือเข้าร่วมเหตุการณ์เดิมด้วยตนเองไม่ว่ากรณีใดก็ตาม
            • การหมดสติชั่วคราวจากสตอรี่
            • กรณีตัวละครไม่ได้เสียชีวิต แต่หมดสติจากเหตุการณ์ เช่น ถูกบีบคอ ถูกม้าถีบ ถูกเกวียนชน ถูกด้ามปืนกระแทก ถูกปอบดึงขวัญระดับ 1–3 ภาวะหิวหรือกระหาย หรือหมดสติจากสภาพร่างกาย ให้ถือว่าเป็น การหมดสติชั่วคราว ไม่ใช่การเสียชีวิตโดยสมบูรณ์ โดยตัวละครยังสามารถจดจำเหตุการณ์ก่อนหมดสติได้ แต่ไม่สามารถรับรู้หรือจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างหมดสติได้
            • ตัวละครยังสามารถจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหมดสติได้ แต่ไม่สามารถรับรู้หรือจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างที่หมดสติ และเมื่อฟื้นแล้วสามารถกลับไปดำเนินเรื่องต่อได้ตามความสมเหตุสมผลของ Roleplay โดยต้องคำนึงถึงอาการบาดเจ็บและสภาพร่างกายของตัวละครด้วย
            14 Combat Loggingการออจจากเกมเพื่อเลี่ยงผลลัพท์ RP
            • Combat Logging หมายถึง การที่ผู้เล่นออกจากเกม (Log Out) หลุดออกจากเซิร์ฟเวอร์ หรือปิดเกมโดยเจตนา ในขณะที่ตัวละครยังอยู่ในสถานการณ์สำคัญหรือสถานการณ์อันตราย ที่กำลังดำเนิน Roleplay อยู่ เช่น การต่อสู้ การถูกจับกุม การไล่ล่า หรือเหตุการณ์อื่นใดที่ยังไม่สิ้นสุด
            • ออกจากเกมทันทีในระหว่างการยิงปะทะ การต่อสู้ หรือการไล่ล่า
            • ออกหรือหลุดจากเซิร์ฟเวอร์ขณะถูกควบคุมตัว หรือใกล้ถูกจับกุม แล้วไม่กลับมาเล่นต่อ
            • ปิดเกม รีสตาร์ทเกม หรือหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อ เพื่อหนีผลลัพธ์ของสถานการณ์ RP
            15 Away From Keyboard (AFK)AFK (ไม่อยู่หน้าจอ)
            • Away From Keyboard (AFK) หมายถึง การที่ผู้เล่นไม่อยู่หน้าจอ หรือไม่มีการควบคุมตัวละครเป็นระยะเวลาหนึ่ง ในขณะที่ยังคงเชื่อมต่ออยู่กับเซิร์ฟเวอร์ การ AFK อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนิน Roleplay โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่มีผู้เล่นอื่นเกี่ยวข้อง หรืออยู่ในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่กิจกรรมที่มีการโต้ตอบระหว่างผู้เล่น
            • หากผู้เล่นจำเป็นต้อง AFK ควรนำตัวละครไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว พื้นที่ปลอดภัย หรือพื้นที่ลับตาผู้คน เช่น บ้านพัก ห้องส่วนตัว มุมอับสายตา หรือสถานที่ที่ไม่รบกวนการ RP ของผู้อื่น
            • การ AFK ไม่ถือเป็นเกราะป้องกันตัวละคร หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้เล่น AFK เช่น ถูกลักพาตัว ถูกจับกุม ถูกค้นตัว ถูกควบคุมตัว หรือถูกพาออกจากพื้นที่ ผู้เล่นต้องยอมรับผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามสถานการณ์ เมื่อกลับมาจาก AFK แล้ว ห้ามอ้างว่า “เมื่อกี้ข้าเหม่ออยู่” เพื่อปฏิเสธ ลบล้าง หรือย้อนผลของ RP ที่เกิดขึ้นไปแล้ว หากเหตุการณ์นั้นดำเนินไปอย่างสมเหตุสมผลตามบริบทของเกม อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เข้าข่าย Offensive Roleplay ยังคงต้องเป็นไปตามกฎและเงื่อนไขของ Offensive Roleplay แม้ตัวละครของผู้เล่นจะอยู่ในสถานะ AFK ก็ตาม
            16 Offensive Roleplayห้ามบังคับผู้เล่นเข้าสู่สถานการณ์ RP ที่รุนแรง ล่อแหลม หรือสร้างความอึดอัด โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เล่นที่เกี่ยวข้องก่อน
            • Offensive Roleplay หมายถึง บทบาทที่มีเนื้อหารุนแรง ล่อแหลม กระทบจิตใจ หรือส่งผลร้ายแรงต่อตัวละคร เช่น การทรมาน การข่มขู่รุนแรง การทำร้ายจนพิการ การตัดอวัยวะ การประจาน การล่วงละเมิด หรือเหตุการณ์ที่มีผลกระทบหนักต่อตัวละคร
            • การกระทำที่มีผลถาวรต่อร่างกายหรือชีวิตตัวละคร เช่น การตัดอวัยวะ ทำให้พิการ ทำให้เสียโฉม หรือบังคับให้ตัวละครเปลี่ยนทิศทางชีวิต ต้องได้รับความยินยอมจากผู้เล่นเจ้าของตัวละครก่อนเสมอ
            • บทบาทที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศ การข่มขืน หรือเนื้อหาทางเพศที่รุนแรง ต้องได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนจากผู้เล่นที่เกี่ยวข้องก่อนเท่านั้น และสามารถปฏิเสธหรือหยุด RP ได้ทุกเมื่อโดยไม่ถือว่าผิดกฎ
            • ห้ามบังคับ กดดัน ขู่ หรือใช้สถานการณ์ในเกมเพื่อให้ผู้เล่นจำยอมเข้าร่วม Offensive Roleplay หากอีกฝ่ายไม่ยินยอม ต้องเปลี่ยนแนวทาง RP ทันที
            • หากมีการยินยอมให้เล่น Offensive Roleplay ควรเล่นเท่าที่จำเป็นต่อเนื้อเรื่อง หลีกเลี่ยงการบรรยายรายละเอียดที่รุนแรงเกินไป น่ารังเกียจเกินจำเป็น หรือสร้างความไม่สบายใจแก่ผู้เล่นรอบข้าง
            • ผู้เล่นสามารถขอใช้วิธี ตัดฉาก / Fade to Black ได้ หากเนื้อหานั้นจำเป็นต่อเรื่องราวแต่ไม่ต้องการเล่นรายละเอียดทั้งหมด โดยให้ถือว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตามที่ตกลงกันไว้
            17 Sexual Harassmentการล่วงละเมิดทางเพศ
            • Sexual Harassment หมายถึง การกระทำ การแสดงออก หรือการสื่อสารใดๆ ที่มีลักษณะ ล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ท่าทาง การกระทำ หรือข้อความที่ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ ความอับอาย หรือผลกระทบทางจิตใจต่อผู้เล่นอื่น
            18 Toxic Behaviorการกระทำ Toxic ต่างๆ
            • Toxic Behavior หมายถึง การสื่อสาร หรือการแสดงออกของผู้เล่นที่ ส่งผลเสียต่อบรรยากาศของการสวมบทบาท (Roleplay) และสังคมภายในเซิร์ฟเวอร์ เช่น การพูดจาล่วงละเมิด การกลั่นแกล้ง การดูถูก เหยียดหยาม หรือการแสดงอารมณ์ในทางลบที่เกินขอบเขตความเหมาะสม
            • ใช้คำด่าทอหยาบคายรุนแรง โดยพาดพิงถึงบุพการี อวัยวะเพศ หรือการล่วงละเมิดในลักษณะที่ไม่เหมาะสม
            • ใช้เสียงไมโครโฟนรบกวน เช่น พูดเสียงดังเกินควร บูสไมค์ หรือส่งเสียงรบกวน ระหว่างการสนทนา การดำเนินสตอรี่ หรือการปะทะยิงกัน
            19 Body Buffการกระทำต่อร่างของตัวละครที่เสียชีวิตหรือหมดสภาพแล้ว เพื่อก่อกวน กลั่นแกล้ง ยั่วยุ ดูหมิ่น ขัดขวางการเล่นของอีกฝ่าย หรือทำลายบรรยากาศของ Roleplay
            • Body Buff หมายถึง การกระทำต่อร่างของตัวละครที่เสียชีวิตหรือหมดสภาพแล้ว โดยไม่มีเหตุผลตาม Roleplay รองรับ และมีลักษณะเป็นการก่อกวน กลั่นแกล้ง ยั่วยุ ดูหมิ่น ขัดขวางการเล่นของอีกฝ่าย หรือทำลายบรรยากาศของ Roleplay
            • พฤติกรรมที่เข้าข่ายความผิด เช่น
            • 1. แสดงกิริยาต่อร่างซ้ำๆ หรือใช้ถ้อยคำหยาบคายเพื่อยั่วยุหรือดูหมิ่นอีกฝ่าย โดยไม่มีเหตุผลตามเนื้อเรื่อง
            • 2. ลากหรือเคลื่อนย้ายร่างไปมาเพื่อก่อกวน ยืดเวลาสถานการณ์ หรือขัดขวางการดำเนินเรื่อง โดยไม่มีเหตุผลตามเนื้อเรื่อง
            • 3. นำร่างไปซ่อนหรือกักไว้ในสถานที่ที่ผู้อื่นไม่สามารถเข้าถึงได้ เพื่อกลั่นแกล้งหรือขัดขวางการช่วยเหลือ โดยไม่มีเหตุผลตามเนื้อเรื่อง
            • 4. ยิงหรือกระทำต่อร่างซ้ำเกินสมควรจนร่างเสียสภาพอย่างรุนแรง เช่น อวัยวะขาดหลายส่วน โดยไม่มีเหตุผลตามเนื้อเรื่องรองรับ
            • หมายเหตุ: คู่กรณีทั้งสองฝ่ายต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำและสถานการณ์ Roleplay ที่ตนมีส่วนร่วม ฝ่ายที่หมดสภาพต้องยอมรับผลของเหตุการณ์ตามเนื้อเรื่อง ขณะเดียวกัน ฝ่ายที่ยังดำเนินบทบาทอยู่ต้องกระทำต่อร่างของอีกฝ่ายอย่างสมเหตุสมผลตามบริบท
            20 Injury Cooldownผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ RP ควรมีการพักฟื้นตามสมควร ไม่ควรกลับไปเดินทาง ต่อสู้ หรือเข้าพื้นที่เสี่ยงทันทีหลังจบเหตุการณ์
            • Injury Cooldown หมายถึง ระยะเวลาพักฟื้นของตัวละครหลังได้รับบาดเจ็บ สลบ ถูกยิง ถูกแทง ถูกทำร้าย หรือผ่านเหตุการณ์รุนแรงที่ส่งผลต่อร่างกาย
            • หลังได้รับบาดเจ็บ ผู้เล่นควรพาตัวละครไปพักฟื้นในพื้นที่เหมาะสม เช่น โรงพยาบาล บ้านพัก ห้องพัก หรือสถานที่ปลอดภัย เป็นระยะเวลาตามสมควรกับอาการและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
            • หากผู้เล่นฝ่าฝืนและนำตัวละครที่บาดเจ็บไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจนเกิดเหตุ ต้องยอมรับผลของ RP ที่ตามมา ไม่สามารถอ้างว่าเพิ่งบาดเจ็บหรือยังไม่พร้อมเพื่อปฏิเสธสถานการณ์ได้
            • ระยะเวลาพักฟื้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและดุลยพินิจของสถานการณ์ ผู้เล่นควรใช้ Common Sense เป็นหลัก และให้ความสำคัญกับความสมจริงของบทบาท
            • ทีมแพทย์หรือผู้เกี่ยวข้องสามารถกำหนดแนวทางการพักฟื้นเพิ่มเติมตามอาการของตัวละครได้ เช่น ให้พักในโรงพยาบาล ห้ามออกแรงหนัก ห้ามเดินทางไกล หรือให้กลับมารับการตรวจซ้ำตามความเหมาะสม

            Administrative Zones

            เขตการปกครองและเงื่อนไข

            กำหนดขอบเขตอำนาจและเงื่อนไขการรวมกลุ่มของฝ่ายปกครอง ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงเขตพระนคร เพื่อให้การแต่งตั้ง การตั้งผู้ช่วย และการดูแลพื้นที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน

            1. ผู้ใหญ่บ้าน

            เขต: เฉพาะบริเวณหมู่บ้าน
            เงื่อนไข: รวบรวมกลุ่มคนอย่างน้อย 15 คน ไม่รวมผู้ใหญ่บ้าน เพื่อจัดตั้งหมู่บ้าน หรือรวบรวมเสียงของชาวบ้านในหมู่บ้านที่มีอยู่แล้วก็ได้ สามารถตั้งกลุ่มผู้ช่วยโดยรวมคนในหมู่บ้าน

            2. กำนัน

            เขต: พื้นที่บริเวณรอบกลุ่มหมู่บ้าน
            เงื่อนไข: รวบรวมหมู่บ้านที่อยู่ในเขตติดต่อพื้นที่เดียวกันอย่างน้อย 3 หมู่บ้าน สามารถตั้งกลุ่มผู้ช่วยโดยรวมคนจากหมู่บ้านในเขตปกครอง

            3. นายอำเภอ

            เขต: ตามเส้นแบ่งบนแผนที่ของตำบล
            เงื่อนไข: รวบรวมตำบลต่าง ๆ ในเขตพื้นที่อย่างน้อย 2 ตำบล สามารถตั้งกลุ่มผู้ช่วยโดยรวมคนจากตำบลในเขตปกครอง

            4. ปลัดหัวเมือง

            เขต: ตามเส้นแบ่งบนแผนที่ของอำเภอ
            เงื่อนไข: รวบรวมเขตนายอำเภออย่างน้อย 2 เขตขึ้นไป และได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพระยา สามารถตั้ง สภ.ตำรวจภูธร เพื่อช่วยดูแลภาพรวมของหลายอำเภอ

            5. เขตพระนคร

            เขต: พระนครบูรพาและบริเวณรอบ
            เงื่อนไข: เป็นเขตกลางของเมือง ดูแลโดยตำรวจนครบาล และใช้เป็นพื้นที่หลักของหน่วยงานส่วนกลาง

            Story Guidelines

            แนวทางสตอรี่

            หัวข้อนี้รวมสตอรี่ที่มักเกิดผลกระทบต่อผู้เล่นหลายฝ่าย ต้องมีเหตุผล จุดเริ่มต้น เงื่อนไข และผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้

            01
            กฏและแนวทางหมู่บ้านหมู่บ้าน หมายถึง ชุมชนที่ผู้คนรวมตัวกันตั้งถิ่นฐาน มีวิถีชีวิต กฎระเบียบ ผู้นำ และเรื่องราวร่วมกัน สมาชิกทุกคนมีหน้าที่ดูแลความสงบ ปกป้องผู้คน ตลอดจนรักษาเกียรติและความปลอดภัยของชุมชนผ่านการดำเนินบทบาทอย่างเหมาะสม
            • เหตุการณ์ภายในเขตหมู่บ้าน
            • 1. กรณีผู้มาเยือนมีจำนวนไม่เกิน 8 คน
            • หากขณะเกิดเหตุมีสมาชิกอยู่ภายในหมู่บ้านมากกว่า 8 คน และผู้มาเยือนมีจำนวนไม่เกิน 8 คน สมาชิกในหมู่บ้านจะไม่สามารถใช้อาวุธปืนเพื่อสังหารผู้มาเยือนได้ เว้นแต่ผู้มาเยือนจะเป็นฝ่ายเปิดการโจมตีก่อนอย่างชัดเจน
            • 2. กรณีมีการยั่วยุ
            • หากผู้มาเยือนใช้คำพูดหรือการกระทำยั่วยุจนเกิดความขัดแย้ง สมาชิกในหมู่บ้านยังไม่สามารถสังหารอีกฝ่ายได้ทันที
            • สมาชิกสามารถทำให้อีกฝ่ายสลบ จับตัว ควบคุมตัว สอบสวน หรือตอบโต้ด้วยบทบาทอื่นตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นและเปิดโอกาสให้สตอรี่ดำเนินต่อไป
            • 3. กรณีผู้มาเยือนเปิดการโจมตีก่อน
            • หากผู้มาเยือนเป็นฝ่ายเปิดการโจมตีก่อนอย่างชัดเจน ให้ถือว่าผู้มาเยือนได้เลือกเข้าสู่การต่อสู้แล้ว สมาชิกทุกคนที่อยู่ภายในหมู่บ้านสามารถเข้าร่วมป้องกันพื้นที่และตอบโต้ตามสถานการณ์ได้
            • หมายเหตุเกี่ยวกับการเปิดการโจมตี การกระทำโดยไม่ตั้งใจจะไม่ถือเป็นการเปิดการโจมตี เช่น
            • เผลอชกผู้อื่นระหว่างทิ้งจานอาหาร
            • อาวุธลั่นหรือเกิดการโจมตีโดยไม่มีเจตนา
            • ความผิดพลาดจากระบบหรือการกดปุ่มผิดโดยไม่ตั้งใจ
            • การพิจารณาว่าเป็นการเปิดการโจมตีหรือไม่ จะต้องพิจารณาจากเจตนาและเหตุการณ์ต่อเนื่องโดยรวม ไม่ควรตัดสินจากการกระทำเพียงครั้งเดียว หากเห็นได้ชัดว่าเป็นอุบัติเหตุ
            • เหตุการณ์ภายนอกเขตหมู่บ้าน
            • 1. จำนวนผู้เข้าร่วมเริ่มต้น
            • หากเกิดการปะทะภายนอกเขตหมู่บ้าน สมาชิกจากหมู่บ้านสามารถเข้าร่วมในช่วงเริ่มต้นได้ไม่เกิน 8 คน ตามกฎการปะทะทั่วไป
            • 2. การขอกำลังเสริมจากหมู่บ้าน
            • หากมีผู้ส่งข่าวหรือส่งข้อความกลับมายังหมู่บ้าน เพื่อขอให้สมาชิกเดินทางมาร่วมดำเนินสตอรี่ สามารถเรียกกำลังเสริมจากหมู่บ้านได้อีกไม่เกิน 8 คน
            • การขอกำลังเสริมต้องดำเนินผ่านบทบาทภายในเกมอย่างชัดเจน เช่น การส่งจดหมายหรือฝากบุคคลกลับมาแจ้งข่าว และต้องสามารถตรวจสอบที่มาของการรับข่าวได้
            • ห้ามนำข้อมูลจากช่องทางภายนอกเกมมาใช้เรียกกำลังเสริมโดยเด็ดขาด
            • 3. การเข้าร่วมของกำลังเสริม
            • สมาชิกที่เดินทางมาสมทบจะต้องแสดงตัวอย่างชัดเจนว่าเป็นคนจากหมู่บ้านเดียวกัน เพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้และมีโอกาสตอบสนองตามบทบาท
            • ห้ามกำลังเสริมเดินทางเข้าพื้นที่แล้วเปิดการโจมตีทันที โดยไม่มีการแสดงตัวหรือดำเนินบทบาทก่อน เมื่อแสดงตัวอย่างชัดเจนแล้ว จึงสามารถเจรจา ดำเนินสตอรี่ หรือเข้าร่วมการปะทะตามสถานการณ์ได้
            • การออกจากสตอรี่หลังเสียชีวิต
            • หากตัวละครเสียชีวิตและเข้าสู่กระบวนการเกิดใหม่ จะต้องออกจากสตอรี่นั้นทันที และห้ามกลับเข้ามามีส่วนร่วม ให้ข้อมูล หรือช่วยเหลือฝ่ายของตนอีก
            • กรณีตัวละครเพียงสลบและได้รับการช่วยเหลือให้ฟื้นขึ้นมา สามารถดำเนินสตอรี่ต่อได้ตามกฎการปะทะของเซิร์ฟเวอร์ ทั้งนี้ต้องยึดถือผลของอาการบาดเจ็บและดำเนินบทบาทให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ด้วย
            02
            กฏและแนวทางปล้นธนาคารปล้นธนาคาร หมายถึง เหตุการณ์ Roleplay ที่กลุ่มโจรบุกเข้ายึดธนาคาร ควบคุมตัวประกัน และเรียกร้องเงื่อนไขต่อเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับความปลอดภัยของตัวประกัน ก่อนขึ้นเงินและหลบหนีออกจากพื้นที่ โดยทุกฝ่ายต้องดำเนินเหตุการณ์ผ่านการเจรจา การตัดสินใจ และผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผลตามบทบาทของตัวละคร ไม่ใช่เหตุการณ์ที่มุ่งเน้นการยิงปะทะหรือเอาชนะเพียงอย่างเดียว
            • ปล้นธนาคาร
            • ปล้นธนาคาร หมายถึง เหตุการณ์ Roleplay ที่กลุ่มโจรบุกเข้ายึดธนาคาร ควบคุมตัวประกัน และเรียกร้องเงื่อนไขต่อเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับความปลอดภัยของตัวประกัน ก่อนขึ้นเงินและหลบหนีออกจากพื้นที่ โดยทุกฝ่ายต้องดำเนินเหตุการณ์ผ่านการเจรจา การตัดสินใจ และผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผลตามบทบาทของตัวละคร ไม่ใช่เหตุการณ์ที่มุ่งเน้นการยิงปะทะหรือเอาชนะเพียงอย่างเดียว
            • ฝ่ายเจ้าหน้าที่
            • 1. เจ้าหน้าที่สามารถเข้าระงับเหตุได้ไม่เกิน 8 คน และสามารถใช้อาวุธร้ายแรงประเภท คาร์คาโน่ได้ไม่เกิน 1 กระบอก
            • 2. เจ้าหน้าที่ต้องเริ่มต้นจากการเจรจาและให้ความสำคัญกับชีวิตของตัวประกันเป็นอันดับแรก โดยผลลัพธ์จะมีผลต่อการดำเนินคดี ดังนี้
            • หากเจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายชนะและตัวประกันไม่เสียชีวิตภายหลังการเจรจา ให้ดำเนินคดีและคิดค่าปรับฝ่ายโจรตามปกติ
            • หากเจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายชนะ แต่ตัวประกันเสียชีวิตภายหลังการเจรจา ให้ดำเนินคดีตามปกติ แต่ไม่คิดค่าปรับฝ่ายโจร
            • 3. หากฝ่ายโจรขอนำตัวประกันออกจากเมือง เจ้าหน้าที่สามารถอนุญาตให้เคลื่อนย้ายได้ไกลที่สุดเพียง บริเวณป้ายเขตเมือง เจ้าหน้าที่ต้องรักษาระยะห่างโดยประมาณจากจุดที่ยืนเจรจาครั้งแรก และต้องไม่ติดตามประชิดหรือกดดันฝ่ายโจรจนทำให้การเจรจาเสียสมดุล
            • 4. หากเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุไม่ทัน หรือมีกำลังไม่เพียงพอ สามารถรวบรวมหลักฐาน สอบปากคำพยาน หรือรับเบาะแสจากประชาชนภายในเมืองที่เกิดเหตุ เพื่อนำไปประกอบการสืบสวนและออกหมายจับภายหลังได้
            • 5. หมายจับจากเหตุปล้นธนาคารมีอายุ 3 วัน OOC โดยนับวันที่ออกหมายจับเป็นวันแรก
            • 6. หากฝ่ายโจรเผลอเดินเข้าไปภายในธนาคารโดยไม่ได้ใช้อาวุธเล็งหรือควบคุมตัวประกัน และเจ้าหน้าที่ประเมินว่าการเข้าปฏิบัติการมีโอกาสช่วยตัวประกันให้รอดชีวิตได้สูง เจ้าหน้าที่สามารถเปิดฉากยิงได้
            • 7. ไม่ว่าตัวประกันจะหลบหนีออกมาได้ด้วยตนเองหรือได้รับการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ยังคงสามารถออกหมายจับฝ่ายโจรได้ทันที และฝ่ายโจรยังต้องรับค่าปรับตามปกติ
            • ฝ่ายโจร
            • 1. ฝ่ายโจรสามารถเข้าร่วมเหตุการณ์ปล้นธนาคารได้ไม่เกิน 8 คนต่อหนึ่งเหตุการณ์ โดยนับรวมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการปล้น การสนับสนุน การเฝ้าระวัง และการช่วยเหลือหลบหนีทั้งหมดแล้ว
            • 1. การปล้นธนาคารต้องมีตัวประกันอย่างน้อย 1 คน เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการเปิดการเจรจากับเจ้าหน้าที่
            • 2. ห้ามนำบุคคลจากหมู่บ้าน กลุ่ม หรือฝ่ายเดียวกันมาใช้เป็นตัวประกัน ไม่ว่าจะเป็นการตกลงกันล่วงหน้าหรือจัดฉากขึ้นเพื่อสร้างความได้เปรียบ
            • 3. ฝ่ายโจรต้องดูแลชีวิตของตัวประกันและเปิดพื้นที่ให้เกิดการเจรจา ห้ามทำร้ายหรือสังหารตัวประกันโดยไม่มีเหตุผลรองรับภายใน Roleplay
            • 4. ข้อเรียกร้องต้องสมเหตุสมผล สามารถปฏิบัติได้จริง และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย เช่น
            • ขอให้เจ้าหน้าที่ถอยออกจากพื้นที่
            • ขอให้เจ้าหน้าที่ลดอาวุธ
            • ขอให้เจ้าหน้าที่ออกไปรอนอกเขตเมือง
            • 5. การมีตัวประกันไม่ได้หมายความว่าฝ่ายโจรจะสามารถเรียกร้องทุกอย่างได้ เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือต่อรองข้อเรียกร้องที่เกินสมควรหรือไม่สามารถปฏิบัติได้จริง
            • 6. หลังจากขึ้นเงินสำเร็จ ฝ่ายโจรต้องยอมรับความเสี่ยงที่อาจถูกติดตามหรือถูกชิงถุงเงินระหว่างการเดินทาง และต้องดำเนินเรื่องราวต่อโดยไม่หลีกเลี่ยงเหตุการณ์อย่างไม่สมเหตุสมผล
            • ฝ่ายประชาชนและผู้ไม่เกี่ยวข้อง
            • 1. ประชาชนหรือผู้ที่ไม่ได้เป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ ห้ามเข้าแทรกแซงหรือเข้าช่วยเหลือเหตุปล้นธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธต่อสู้กับโจร เข้าช่วยตัวประกัน ปิดกั้นเส้นทาง ไล่ติดตาม หรือกระทำการใดที่มีผลต่อเหตุการณ์
            • 2. ประชาชนสามารถทำได้เพียงหลบออกจากพื้นที่เพื่อรักษาชีวิตของตนเอง สังเกตเหตุการณ์ จดจำรูปพรรณ ยานพาหนะ เส้นทางหลบหนี หรือรวบรวมหลักฐานเท่าที่ตัวละครสามารถรับรู้ได้ภายใน Roleplay
            • 3. หลักฐานหรือข้อมูลที่ได้รับสามารถนำไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้ประกอบการสอบสวนและพิจารณาออกหมายจับภายหลังได้
            • 4. ห้ามประชาชนตั้งใจเข้าใกล้พื้นที่อันตรายเพื่อหาเหตุผลในการเข้าร่วมเหตุการณ์ หรือยั่วยุให้ฝ่ายโจรทำร้ายตนเอง ทุกคนต้องแสดงความเกรงกลัวต่อชีวิตและปฏิบัติตามหลัก Value of Life
            • 5. หากประชาชนเป็นสมาชิกหมู่บ้านหรือกลุ่มเดียวกับฝ่ายโจร แต่ไม่ได้เข้าร่วมเหตุปล้นตั้งแต่ต้น ห้ามเข้ามาสมทบ ช่วยหลบหนี ส่งอาวุธ ปิดบังหลักฐาน หรือแจ้งตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ระหว่างที่เหตุการณ์ยังดำเนินอยู่
            • กติกาการชิงถุงเงิน
            • 1. แต่ละหมู่บ้านสามารถส่งผู้เล่นเข้าร่วมชิงถุงเงินได้ไม่เกิน 8 คน
            • 2. หากหมู่บ้านเดียวกันส่งผู้เล่นออกมาหลายทีม เมื่อทีมหนึ่งเข้าร่วมเหตุชิงแล้ว ทีมอื่นจากหมู่บ้านเดียวกันต้องถอนตัวออกจากพื้นที่ทันที ห้ามผลัดเปลี่ยนกำลัง ส่งคนเข้าสมทบ หรือกลับเข้าร่วมเหตุซ้ำ
            • 3. เพื่อป้องกันประชาชนและผู้ไม่เกี่ยวข้องได้รับอันตรายจากลูกหลง การชิงถุงเงินให้เริ่มดำเนินการเมื่อฝ่ายโจรเข้าสู่ เขตนิวออสติน แล้ว
            • 4. ผู้ที่ต้องการเข้าชิงถุงเงินต้องแสดงตัวหรือแสดงเจตนาให้อีกฝ่ายรับรู้ก่อนอย่างชัดเจน เช่น การตะโกนสั่งให้หยุด การขวางเส้นทาง หรือการแสดงอาวุธเพื่อเปิดเหตุ
            • ห้ามเปิดฉากยิงทันทีโดยไม่มีการแสดงตัวหรือคำเตือน
            • 5. หากผู้ถือถุงเงินไม่ยอมหยุดหลังจากได้รับการแสดงตัวหรือคำเตือนอย่างชัดเจนแล้ว ฝ่ายที่เข้าชิงสามารถยิงม้าเพื่อบังคับให้หยุดได้
            • 6. การเข้าชิงต้องมีเป้าหมายเพื่อแย่งชิงถุงเงินและสร้างเรื่องราวภายใน Roleplay ไม่ใช่การมุ่งไล่สังหารฝ่ายตรงข้ามเพียงอย่างเดียว
            • 7. เมื่อฝ่ายหนึ่งพ่ายแพ้ ถอนตัว หรือไม่สามารถต่อสู้ได้แล้ว ห้ามกลับมาสมทบเหตุการณ์เดิม ห้าม Revenge Kill และห้ามนำข้อมูลหลังการเสียชีวิตไปใช้ติดตามถุงเงิน
            • หมายเหตุ: ทุกฝ่ายต้องยึดหลัก Roleplay, Fair Play และ Value of Life เป็นสำคัญ การกระทำที่มุ่งเอาชนะเพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงบทบาท ความสมเหตุสมผล หรือความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้อง อาจถูกพิจารณาเป็นการกระทำผิดเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของทีมงาน
            03
            กฏและแนวทางการปล้นการปล้น หมายถึง การที่ผู้เล่นใช้อาวุธหรือการข่มขู่ บังคับให้ผู้เล่นอีกฝ่ายยอมจำนน ยกมือ หรือถูกมัด เพื่อดำเนินการค้นตัวและนำทรัพย์สินไปภายใต้ขอบเขตที่กฎเซิร์ฟเวอร์กำหนด โดยต้องมีบทสนทนาและการดำเนินเรื่องในรูปแบบ Roleplay อย่างสมเหตุสมผลก่อนทุกครั้ง
            • การปล้นประชาชนต้องมีการดำเนินเรื่องที่สมเหตุสมผล มีบทสนทนา การข่มขู่ และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบสนอง ห้ามมุ่งเน้นเพียงการค้นตัวหรือชิงทรัพย์โดยไม่สร้าง Roleplay
            • เงื่อนไขการปล้น
            • สามารถก่อเหตุปล้นได้เฉพาะช่วงเวลาที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในเมืองเท่านั้น
            • หากไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเวร ระบบจะไม่อนุญาตให้ดำเนินการปล้นประชาชนทุกกรณี
            • ผู้ปล้นต้องมีอาวุธหรือสิ่งที่สามารถใช้ข่มขู่ผู้ถูกปล้นได้อย่างสมเหตุสมผล
            • ต้องเริ่มต้นด้วยบทสนทนาและคำสั่งที่ชัดเจน เช่น สั่งให้หยุด ยกมือ หรือวางอาวุธ ก่อนดำเนินการค้นตัว
            • ห้ามเปิดฉากยิง ทำร้าย มัด หรือค้นตัวอีกฝ่ายทันทีโดยไม่มีการเริ่มต้น Roleplay
            • วิธีดำเนินการปล้น
            • ผู้ปล้นสามารถค้นตัวผู้ถูกปล้นได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
            • ใช้อาวุธจ่อข่มขู่และสั่งให้ผู้ถูกปล้นยกมือขึ้น เพื่อให้ระบบเปิดสิทธิ์ในการกดค้นตัว
            • ใช้เชือกมัดผู้ถูกปล้น ก่อนดำเนินการค้นตัวตามระบบ
            • การยกมือหรือถูกมัดเป็นเพียงเงื่อนไขของระบบสำหรับการค้นตัว ผู้ปล้นยังคงต้องมีบทสนทนาและดำเนินเหตุการณ์ในรูปแบบ Roleplay อย่างต่อเนื่อง
            • ทรัพย์สินที่สามารถปล้นได้
            • ผู้ปล้นสามารถนำทรัพย์สินจากผู้ถูกปล้นได้ไม่เกินขอบเขตดังต่อไปนี้
            • เงินสดไม่เกิน 10% ของจำนวนเงินทั้งหมดที่ผู้ถูกปล้นมีอยู่ในกระเป๋าขณะเกิดเหตุ
            • อาหารและเครื่องดื่มรวมกันไม่เกิน 10 ชิ้น
            • ห้ามนำทรัพย์สินประเภทอื่นนอกเหนือจากที่กฎกำหนด เช่น อาวุธ กระสุน วัตถุดิบ ยา ไอเทมอาชีพ ไอเทมภารกิจ หรือสิ่งของสำคัญประจำตัว
            • ห้ามบังคับให้ผู้ถูกปล้นไปถอนเงินจากธนาคาร นำทรัพย์สินจากคลัง เกวียน บ้าน หรือสถานที่เก็บของอื่นมาให้
            • ห้ามแบ่งกันค้นตัวหลายคนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด โดยทรัพย์สินที่นำไปได้ให้นับรวมเป็นหนึ่งเหตุการณ์
            • ข้อปฏิบัติของผู้ปล้น
            • ต้องระบุความต้องการและคำสั่งให้อีกฝ่ายเข้าใจอย่างชัดเจน
            • ต้องให้เวลาผู้ถูกปล้นตอบสนองอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงอาการหน่วง เสียงไม่ได้ยิน หรือการกดแอนิเมชัน
            • เมื่อได้ทรัพย์สินครบตามขอบเขตแล้ว ต้องยุติการค้นตัวและดำเนินเรื่องต่ออย่างสมเหตุสมผล
            • ห้ามฆ่าผู้ถูกปล้นเพียงเพื่อตัดพยานหรือปิดจบเหตุการณ์ หากผู้ถูกปล้นให้ความร่วมมือและไม่ได้สร้างภัยคุกคาม
            • สามารถใช้ความรุนแรงได้เมื่ออีกฝ่ายต่อสู้ ขัดขืน ชักอาวุธ หลบหนี หรือกระทำการที่เป็นภัยอย่างชัดเจน แต่ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับสถานการณ์
            • ห้ามปล้นบุคคลเดิมซ้ำต่อเนื่อง หรือวนกลับมาปล้นเพื่อสะสมทรัพย์สินเพิ่มเติมจากเหตุการณ์เดิม
            • ห้ามใช้ข้อมูลนอกบทบาทหรือเลือกเป้าหมายเพราะทราบว่าอีกฝ่ายมีเงินหรือสิ่งของจำนวนมาก
            • ข้อปฏิบัติของผู้ถูกปล้น
            • ผู้ถูกปล้นต้องประเมินสถานการณ์และให้ความสำคัญกับชีวิตของตัวละคร หากตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบอย่างชัดเจน ควรแสดงความหวาดกลัวและตอบสนองอย่างเหมาะสม
            • หากถูกจ่ออาวุธในระยะที่ไม่สามารถต่อสู้หรือหลบหนีได้อย่างสมเหตุสมผล ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง เช่น ยกมือ วางอาวุธ หรือหยุดเคลื่อนไหว
            • ห้ามชักอาวุธ วิ่งหนี ใช้วิทยุ ส่งจดหมาย หรือเรียกความช่วยเหลือในขณะที่ถูกควบคุมตัวและอยู่ภายใต้การจ่ออาวุธอย่างใกล้ชิด
            • สามารถขัดขืน ต่อสู้ หรือหลบหนีได้ หากมีจังหวะและเหตุผลรองรับอย่างสมจริง เช่น ผู้ปล้นเผลอ ลดอาวุธ หรือไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
            • ห้ามนำปัญหาของระบบมาใช้เป็นข้อได้เปรียบ เช่น ไม่ยกมือเพื่อป้องกันการค้นตัว กดแอนิเมชันยกเลิก หรือเคลื่อนที่ผิดปกติเพื่อหลุดจากการควบคุม
            • หลังจบเหตุการณ์ สามารถจดจำรายละเอียด รวบรวมหลักฐาน และแจ้งเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางภายใน Roleplay ได้
            • หมายเหตุ: การมีระบบค้นตัวไม่ได้หมายความว่าสามารถค้นตัวได้ทันที ทุกเหตุการณ์ต้องมีการปูเรื่อง การข่มขู่ การตอบสนอง และการให้โอกาสทั้งสองฝ่ายสร้าง Roleplay ร่วมกัน ผู้ที่ใช้ระบบโดยมุ่งเอาทรัพย์สินเป็นหลัก หรือเจตนาหลีกเลี่ยงข้อจำกัด จะถูกพิจารณาลงโทษตามความเหมาะสมของกรณี